สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับผู้จัดการอีเวนต์สายลุย•ตอนที่ 1

ภาพร่างแรกที่ไร้รอยยิ้ม

ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
"ถ้าคุณจะกรุณาใช้สมองคิดให้มากกว่าใช้ปากพูด เราคงไม่ต้องเสียเวลามานั่งเถียงกันในเรื่องที่เด็กอนุบาลยังรู้ครับ คุณรตา" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบจนเย็นเยียบของกรณิศดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่ ชั้นสี่สิบของตึกระฟ้าใจกลางเมือง นิ้วเรียวยาวที่สวมนาฬิกาสายหนังราคาแพงเคาะลงเบาๆ บนแฟ้มแบบแปลนสีน้ำตาล ความอดทนของสถาปนิกหนุ่มมือรางวัลดูเหมือนจะเดินทางมาถึงขีดจำกัด เมื่อแผนผังการจัดวางพื้นที่ที่เขาใช้เวลาตra-trang ออกแบบมานานนับเดือน ถูกคนตรงข้ามปัดตกด้วยเหตุผลที่เขาฟังอย่างไรก็มองไม่เห็นความสมเหตุสมผล รตาไม่แม้แต่จะกระพริบตา เธอนั่งไขว่ห้างหลังตรงดิ่ง แววตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมองชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเปรียบเสมือนเทพเจ้าแห่งการออกแบบด้วยความท้าทาย รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่คิดจะปิดบัง "ถ้าสถาปนิกเทวดาอย่างคุณจะกรุณาถอดแว่นตาค่านิยมโบราณแล้วมองโลกภายนอกห้องสี่เหลี่ยมนี้บ้าง คุณก็จะรู้ว่างานอีเวนต์ระดับพันล้านเขาไม่ได้วัดกันที่ความสวยงามบนกระดาษไขครับ คุณกรณ์" เธอย้อนกลับทันควัน น้ำเสียงฉะฉานและไร้ซึ่งความเกรงกลัว "แขกเหรื่อระดับวีไอพีไม่ได้มาเดินชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะ พวกเขามาเพื่อดีลธุรกิจ มาเพื่อสร้างคอนเนกชัน และที่สำคัญที่สุด...พวกเขาต้องการพื้นที่ที่ถ่ายรูปออกมาแล้วปังที่สุด ซึ่งแบบแปลนบ้าๆ ของคุณเนี่ย มันทำให้มุมกล้องแคบจนเหมือนเรากำลังเดินอยู่ในสุสานโบราณมากกว่างานกาล่าดินเนอร์!" เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่หลุดออกมาจากปากของกรณิศ เขาดันกรอบแว่นสายตาขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมกริบภายใต้เลนส์ใสคู่นั้นหรี่ลงราวกับกำลังประเมินสัตว์ดุร้ายที่พร้อมจะกระโจนใส่ "สุสานโบราณอย่างที่คุณว่า คือสัดส่วนทองคำที่คำนวณตามหลักสถาปัตยกรรมร่วมสมัย เพื่อสร้างความรู้สึกโอ่อ่าและน่าเกรงขาม แต่ถ้าสมองของคุณประมวลผลได้แค่ความฉาบฉวยแบบแสงสีเสียงในผับบาร์ ผมเกรงว่าเราคงต้องคุยกันยาว... หรือไม่ก็เปลี่ยนคนประสานงานใหม่น่าจะง่ายกว่า" "อุ๊ย! ปากคอเราะร้ายแบบนี้ สงสัยตอนเด็กๆ แม่คงให้กินพริกแทนข้าวสินะครับถึงได้เผ็ดร้อนขนาดนี้" รตาโต้กลับทันควันโดยไม่ยอมให้เขาข่มฝ่ายเดียว ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความถือดี "เสียใจด้วยนะครับที่ฉันไม่ใช่ลูกน้องในโอวาทของคุณที่จะได้ก้มหัวรับคำสั่งอย่างไร้สมอง อยากเปลี่ยนตัวผู้จัดการอีเวนต์เหรอ? เชิญทำเรื่องไปทางบอร์ดบริหารได้เลยครับ แต่บอกไว้ก่อนนะว่าถ้าไม่มีฉัน โปรเจกต์นี้ก็เตรียมตัวเจ๊งตั้งแต่ยังไม่เริ่มได้เลย!" บรรยากาศในห้องประชุมอึมครึมลงถนัดตา ไอร้อนระอุราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิตแล่นพล่านอยู่กลางอากาศ ทั้งคู่จ้องหน้ากันนิ่ง ไม่มีใครยอมหลบสายตา รตากำมือแน่นใต้โต๊ะเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธ ขณะที่กรณิศขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ชายหนุ่มไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่กล้าต่อปากต่อคำกับเขาได้อย่างฉาดฉานและกวนประสาทเท่านี้มาก่อน ปกติแล้ว แค่เขาปรายตามองด้วยความเย็นชา ทุกคนก็พร้อมจะถอยกูดและพยักหน้ารับคำสั่งอย่างว่านอนสอนง่าย แต่ผู้หญิงตรงหน้ากลับเหมือนหนามแหลมที่จงใจพุ่งเข้ามาทิ่มแทงความสมบูรณ์แบบที่เขาสร้างขึ้นมากับมือ แต่แปลก... แทนที่เขาจะรู้สึกรำคาญจนอยากไล่ออกไปให้พ้นหน้า หัวใจกลับเต้นผิดจังหวะด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เขาไม่อาจนิยามได้ "ปากเก่ง..." กรณิศพึมพำลอดไรฟัน น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นเบาลงแต่น่ากลัวขึ้น "หวังว่าความสามารถของคุณจะพูดได้เข้ากับปากนะ รตา" "ระดับฉัน ไม่เคยมีคำว่าผิดหวังอยู่แล้วครับ ท่านสถาปนิก" รตาลอยหน้าลอยตาตอบกลับ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มงานของตัวเองขึ้นมาเปิดผ่านๆ เพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยความประหม่าที่เริ่มก่อตัวขึ้นในอก ยอมรับตามตรงว่าแววตาคมกริบทรงเสน่ห์ของอีกฝ่ายเวลามองมาใกล้ๆ นั้น มีพลังบางอย่างที่ทำเอาลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะเหมือนกัน ครืน... เสียงเลื่อนเปิดประตูห้องประชุมกระจกใสบานใหญ่ดังขึ้นขัดจังหวะสงครามประสาทที่กำลังระอุ ทั้งกรณิศและรตาหันไปมองพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาด้วยท่าทางมั่นใจ รอยยิ้มทรงเสน่ห์ประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาคมคาย พร้อมกับกระเป๋าเอกสารหนังแท้ราคาแพงในมือ "ขอโทษที่มาสายครับ พอดีรถติดนิดหน่อย... อ้าว ดูเหมือนผมจะเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าเนี่ย" เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับกวาดสายตามองคนทั้งคู่ รตาเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครเป็นผู้มาเยือน รอยยิ้มสดใสปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอทันทีต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ "พี่ภัทร! มาพอดีเลยครับ แบบนี้ต้องช่วยฉันตัดสินใจด่วนๆ แล้วล่ะว่าสถาปนิกคนเก่งของเราเขากำลังจะสร้างตึกหรือสร้างห้องขังกันแน่" กรณิศหรี่ตามองชายผู้มาใหม่ทันที สันกรามของสถาปนิกหนุ่มขบเข้าหากันแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ รังสีความไม่พอใจแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาเมื่อเห็นท่าทางสนิทสนมเกินงามที่หญิงสาวมีให้กับผู้ชายอีกคน ชื่อของ 'ธีรภัทร' ลอยเข้ามาในหัว กรณิศจำได้ทันที... รุ่นพี่ในวงการสถาปนิกที่ผันตัวไปเป็นนักลงทุนรายใหญ่ และเป็นตัวแปรสำคัญที่เข้ามาพัวพันกับโปรเจกต์นี้ และที่สำคัญที่สุด... สายตาที่ธีรภัทรมองรตานั้น มันไม่ใช่สายตาของเพื่อนร่วมงานธรรมดาเลยสักนิด กรณิศแค่นเสียงในลำคอเบาๆ ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้มาใหม่ด้วยความรู้สึกหงุดหงิดที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล นิ้วเรียวที่เคาะโต๊ะเมื่อครู่กำเข้าหากันแน่นจนข้อต่องอขาว เกมนี้... ดูท่าจะไม่ได้มีแค่เรื่องงานเสียแล้วสิครับ รตากำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างกับผู้มาใหม่ ทว่ากรณิศกลับลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างกะทันหัน แรงกดดันรอบตัวพุ่งสูงขึ้นจนน่าตกใจ ขายาวก้าวเข้าไปประชิดตัวหญิงสาวที่นั่งอยู่จนเธอต้องผงะถอยหลังด้วยความตกใจ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ข้างแก้มของรตาจนเธอเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ดวงตาสองคู่สบประสานกันในระยะประชิดที่ใกล้เกินกว่าความจำเป็น และก่อนที่รตาจะทันได้เอ่ยปากด่าความถือวิสาสะของเขา กรณิศก็กระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าชิดริมหูของเธอ "อย่ามาทำตัวสนิทสนมกับใครต่อหน้าผม... ถ้าไม่อยากรู้ว่าคนปากร้ายอย่างผม เวลาคลั่งรักเขาจะทำอะไรคุณบ้าง" รตาชะงักกึก หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง สมองขาวโพลนไปชั่วขณะเมื่อเจอประโยคตัดพ้อปนคุกคามที่หลุดออกมาจากปากของคนซึนเดะตรงหน้า และก่อนที่เธอจะทันได้เรียกร่างกายกลับคืนสู่สภาวะปกติ เสียงทุ้มของธีรภัทรก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง "กรณ์? นี่เธอสองคน... ตกลงคุยงานกันถึงไหนแล้วล่ะเนี่ย?"
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับผู้จัดการอีเวนต์สายลุย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%