เล่ห์จารึกรัก ปักใจแม่ทัพน้ำแข็ง•ตอนที่ 2

สถานการณ์บังคับ

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
กลิ่นอายชาดอกเหมยราคาแพงระเหยขึ้นผสมกับกลิ่นโลหิตจางๆ ที่ยังคงติดอยู่ปลายประสาทสัมผัส บรรยากาศภายในตำหนักอักษรส่วนพระองค์ยามนี้กดดันจนแทบหายใจไม่ออก แผ่นป้ายราชโองการสีทองอร่ามที่วางอยู่เบื้องหน้าฉันกับบุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็น ‘แม่ทัพน้ำแข็งแห่งต้าฉิน’ มันช่างหนักอึ้งราวกับภูเขาผูกติดอยู่บนคอของพวกเราทั้งคู่ “เจ้าคิดจะใช้สายตาคู่นั้นมองฝ่าบาทเช่นนั้นหรือ ฉินอวี้” น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนน้ำแข็งขั้วโลกกระซิบอยู่ข้างใบหู พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของเฟิงหานที่โน้มตัวลงมาทาบทับรัศมีคุกคาม กลิ่นอายบุรุษเพศอันตรายผสมกับกลิ่นสนเข็มเย็นยะเยือกโชยเข้าจู่สติฉันจนต้องเผลอกลั้นหายใจ แต่มีหรือที่คนอย่างฉินอวี้จะยอมก้มหัวให้ความกดดันงี่เง่าพวกนี้ ฉันตวัดสายตากลับไปสบตาสีดำสนิทดั่งหุบเหวไร้ก้นบึ้งของเขาอย่างไม่เกรงกลัว มุมปากหยักยิ้มเยาะขึ้นเล็กน้อย “ท่านแม่ทัพเฟิงโปรดระวังคำพูดด้วยนะคะ ฝ่าบาททรงมีพระเมตตาประทาน ‘โอกาส’ ให้เราพิสูจน์ความบริสุทธิ์ หาใช่การมานั่งฟังท่านหาเรื่องข้าไม่” “โอกาสรึ?” เฟิงหานแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเยียบเย็นจนน่าขนลุก “สืบคดีลับที่องค์ชายสามชักใยอยู่เบื้องหลัง ภายในเวลาสิบวัน หากพลาด... หัวของพวกเราสองคนคงได้ประดับอยู่บนกำแพงเมืองหลวงเป็นแน่ เจ้ายังเรียกว่าโอกาสอยู่อีกหรือแม่นางฉิน” “ถ้ากลัวหัวหลุดจากบ่า นักรบผู้ยิ่งใหญ่เช่นท่านก็คงไม่ยืนอยู่ตรงนี้หรอกเพคะ” ฉันทอดเสียงประชดประชัน พลางขยับถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่างจากแผงอกกว้างที่โน้มเข้ามาใกล้เกินความจำเป็น “อีกอย่าง คนที่องค์ชายสามอยากกำจัดมากที่สุดไม่ใช่ข้า แต่เป็นท่านแม่ทัพผู้กุมกำลังทหารครึ่งแผ่นดินต่างหาก ข้าสซิเป็นแค่ ‘ตัวถ่วง’ ที่ท่านต้องแบกรับไว้ตามราชโองการต่างหากล่ะคะ” คำพูดของฉันทำให้แววตาคมกริบของเฟิงหานไหววูبไปชั่วขณะ เขาหรี่ตาลงมองฉันพินิจพิจารณาราวกับกำลังประเมินว่าสตรีตรงหน้ามีค่าพอจะเอาชีวิตรอด หรือเป็นเพียงตัวภาระที่สมควรโยนทิ้งให้พ้นทางตั้งแต่วันแรก ย้อนกลับไปเมื่อครึ่งชั่วยามก่อน ภายในห้องโถงทองคำที่โอ่อ่า องค์ฮ่องเต้ทรงกริ้วจัดจนขุนนางทั้งราชสำนักหมอบกราบตัวสั่นเมื่อคดีลอบปลงพระชนม์องค์รัชทายาทโยงใยมาถึงกองกำลังพิทักษ์ชายแดนและกลุ่มอำนาจขององค์ชายสาม ฉินอวี้อย่างฉันที่บังเอิญไปพบเบาะแสสำคัญเข้าในหอตำหนัก จึงถูกลากเข้ามาเอี่ยวในเกมการเมืองนี้อย่างไร้ทางเลือก ขณะที่เฟิงหานผู้บัญชาการทหารสูงสุดกลับถูกปรักว่ามีส่วนรู้เห็น ทางเลือกมีเพียงสองทาง... ร่วมมือกันไขคดีล้างมลทิน หรือ ดับดิ้นพร้อมกันทั้งคู่ใต้คมดาบอาญาสิทธิ์ “ดี ปากเก่งนักนะ” เฟิงหานเหยียดยิ้มเย็นชา ดวงตาคมกวาดมองสำรวจเรือนร่างระหงของฉันตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตากดดัน “ในเมื่อฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้เรา ‘ตัวติดกัน’ เพื่อความโปร่งใส นับจากวินาทีนี้ไป เจ้าต้องย้ายไปพำนักที่จวนแม่ทัพของข้า ห้ามคลาดสายตาแม้แต่ก้าวเดียว” “อะไรนะคะ?!” ฉันอุทานเสียงหลง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ “ให้ข้าไปอยู่จวนท่านเนี่ยนะ? ท่านบ้าไปแล้วหรือไร นั่นมันถ้ำเสือชัดๆ!” “ถ้ำเสือหรือจะสู้สำนักของพวกสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์อย่างองค์ชายสาม” เฟิงหานสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเฉียบคมดุจใบมีด “หรือว่าแม่นางฉินกลัว... กลัวว่าจะหักห้ามใจไม่ให้ตกหลุมรักแม่ทัพผู้รูปงามคนนี้ไม่ได้กันล่ะ” ให้ตายเถอะ! ผู้ชายคนนี้มีความหน้าไม่อายซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์เย็นชาไร้ความรู้สึกหรืออย่างไรกัน! “หลงตัวเองเสียจริงนะคะท่านแม่ทัพ” ฉันเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ ส่งยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษให้เขา “ข้าเกรงว่าคนที่จะต้องระวังตัวน่าจะเป็นท่านต่างหาก หากเผลอใจมาหลงเสน่ห์สตรีตกอับอย่างข้าเข้า คงได้กลายเป็นสุนัขรับใช้ที่คอยตามใจภรรยาไปจนวันตายแน่ๆ” บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบกริบลงชั่วขณะ เคมีที่ปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างเราสองคนแผ่ซ่านจนอากาศรอบกายแทบจะลุกเป็นไฟ เฟิงหานไม่ตอบโต้อะไรอีก เขาเพียงก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวฉันอย่างรวดเร็วจนตั้งรับไม่ทัน ร่างสูงใหญ่กักตัวฉันไว้ระหว่างโต๊ะไม้กับแผงอกของเขา ลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือกลิ่นอายบุรุษเป่ารดอยู่บริเวณข้างแก้มจนขนลุกซู่ “ปากดีแบบนี้... เก็บเอาไว้ไปเถียงกับพวกนักฆ่าขององค์ชายสามเถอะ” เสียงกระซิบต่ำทุบกระแทกหัวใจฉันให้เต้นผิดจังหวะ “เพราะนับจากนี้ ข้าจะไม่มีทางปล่อยให้เจ้าคลาดสายตา หรือแม้แต่... รอดเงื้อมมือข้าไปได้แม้แต่นصفก้าวเดียว” ปลายนิ้วแข็งแกร่งของเขาเอื้อมมาแตะที่ปลายคางฉันแผ่วเบา สัมผัสเย็นเฉียบแต่กลับทิ้งความร้อนรุ่มไว้บนผิวเนื้อราวกับถูกไฟลวก ฉันช้อนตาขึ้นมองเขาอย่างไม่ยอมแพ้ หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุด— *ปัง!* ประตูไม้แกะสลักอย่างประณีตถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ขันทีสนิทขององค์ฮ่องเต้ก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกจนแทบถลน “ท่านแม่ทัพ! แม่นางฉิน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ทางคุกหลวง... ทางคุกหลวงรายงานมาว่า พยานปากเอกที่เราเพิ่งจับกุมตัวมาเมื่อเช้า... ถูกลอบวางยาพิษเสียชีวิตคาห้องขังแล้วพ่ะย่ะค่ะ!” ร่างของเฟิงหานที่โน้มตัวครอบครองพื้นที่ของฉันอยู่ ชะงักกึกในทันที เขาลดมือลงจากคางฉันช้าๆ แววตาที่เคยมีความเย้าแหย่เมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมและดุดันดั่งพายุหิมะในชั่วพริบตา “ดูท่าทาง...” เฟิงหานก้มลงกระซิบข้างหูฉันด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ “พวกมันไม่ได้ให้เวลาเราถึงสิบวันเสียแล้วล่ะ...” — ดอกโบตั๋นพันปี —
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์จารึกรัก ปักใจแม่ทัพน้ำแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%