คุณนายทหารกับไร่สมุนไพรซ่อนเร้น•ตอนที่ 6

แผนการตลาดฉบับคนหัวใส

ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
“ถ้าเจ้าหน้าที่จากอำเภอมาถึงช้ากว่านี้อีกสามนาที ป้าสะใภ้ใหญ่คงเอาโฉนดแปลงนี้ไปจำนองแลกเงินสดมาเปย์ให้ลูกชายเล่นการพนันจนเกลี้ยงจริงๆ ด้วยครับ” เสียงทุ้มต่ำของผู้กองหันเฟิงดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้องโถง เขายืนพิงกรอบประตูในชุดเครื่องแบบทหารที่รีดเรียบกริบ แม้ร่องรอยอาการบาดเจ็บที่ขาจะยังทำให้เขาต้องลงน้ำหนักข้างหนึ่งมากกว่าปกติ แต่วันนี้แววตาคมกริบของชายหนุ่มกลับทอประกายระยิบระยับด้วยความขบขันระคนสมเพช หลี่จินเหยาไม่ได้หันกลับไปมองสามีทันที มือเรียวบางของเธอยังคงบรรจงคัดแยกผักป่าตระกูลเฟิร์นและเห็ดหอมป่าสดๆ ที่เพิ่งเก็บมาจากมิติลับลงในตะกร้าไม้ไผ่สานอย่างประณีต กลิ่นหอมระเหยจางๆ ของพืชพรรณที่ชุ่มชื้นด้วยละอองหมอกในมิติยังคงติดอยู่ที่ปลายนิ้ว เธอยิ้มมุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกหนสันหลังวาบราวกับกำลังเผชิญหน้ากับนักเจรจาธุรกิจมือฉกาจ “ปล่อยให้แกดิ้นรนไปเถอะครับพี่หัน” จินเหยาเอ่ยเสียงเรียบแต่เจือด้วยความสะใจ “หนี้สินที่สร้างไว้ไม่ใช่ร้อยหรือพันหยวน แต่เป็นตัวเลขที่ต่อให้เอาวัวทั้งเล้าของบ้านนั้นไปขายก็ยังไม่พอจ่าย การที่เจ้าหน้าที่จากสำนักงานที่ดินและธนาคารอำเภอมาเยือนถึงหน้าประตูพร้อมหมายยึดทรัพย์ ก็ถือว่าเป็นการต้อนรับยามเช้าที่สมเกียรติแก่คนโลภมากแล้วล่ะครับ” เสียงโวยวายโหยหวนของป้าสะใภ้ใหญ่จางที่ดังแว่วมาจากบ้านหลังถัดไป ขัดจังหวะการสนทนาของทั้งคู่ให้มีสีสันยิ่งขึ้น เสียงนั้นทั้งกรีดร้อง ทุบอกชกตัว และด่าทอฟ้าดินราวกับโลกใบนี้กำลังจะถล่มลงมา แต่สำหรับสองสามีภรรยาคู่นี้ มันกลับเป็นดั่งดนตรีประกอบมื้อเช้าที่ช่วยให้อาหารมีรสชาติกลมกล่อมขึ้นเสียด้วยซ้ำ หันเฟิงก้าวเข้ามาใกล้ภรรร่างบาง มือหนายื่นแก้วชาสมุนไพรอุ่นๆ ที่เพิ่งชงเสร็จส่งให้ พร้อมกับกวาดสายตามองกองผลผลิตเกษตรสีเขียวสดใสในตะกร้าที่วางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ “ดูท่าทางผักเหล่านี้คงพร้อมสำหรับการออกสู่ตลาดใหญ่แล้วสินะครับ? อาเฉินมารออยู่ที่หน้าบ้านตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดีแล้ว” “เด็กคนนั้นหัวไวและขยันขันแข็งดีครับ เหมาะกับการปั้นให้เป็นหัวหอกกระจายสินค้าของเราในอำเภอ” จินเหยาหันมารับแก้วชาจากมือสามี ดวงตากลมโตคู่สวยพินิจพิจารณาผลผลิตในตะกร้าด้วยความภาคภูมิใจ ผักป่าและสมุนไพรเหล่านี้ไม่ใช่พืชธรรมดา แต่เป็นผลผลิตจากมิติลับที่เติบโตด้วยน้ำทิพย์บริสุทธิ์ เนื้อใบจึงหนากรอบ สีสันเข้มข้น และมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ต่อให้เป็นภัตตาคารในเมืองหลวงก็ยังหาวัตถุดิบคุณภาพระดับนี้ไม่ได้ ครู่ต่อมา ร่างผอมเพรียวของอาเฉินก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาในลานบ้าน ใบหน้าของเด็กหนุ่มเปื้อนรอยยิ้มกว้างจนตาหยี มือข้างหนึ่งถือสมุดบัญชีเล่มเก่า ส่วนอีกข้างถือซองกระดาษคราฟท์สีน้ำตาล “พี่จินเหยา! ผู้กอง!” อาเฉินร้องเรียกเสียงหลงด้วยความตื่นเต้นจนแทบจะสะดุดชายคาบ้าน “ข่าวใหญ่ครับ! ป้าสะใภ้ใหญ่ถูกเจ้าหน้าที่หิ้วตัวขึ้นรถจี๊ปของทางการไปแล้วเรียบร้อย ข้อหาปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์และฉ้อโกงเงินกู้กองทุนหมู่บ้าน! ตอนนี้ชาวบ้านแห่กันไปดูหน้าบ้านแกจนแน่นขนัด ไม่มีใครเห็นใจสักคนเดียวครับ!” จินเหยารินชาใส่ถ้วยอีกใบยื่นให้อาเฉิน พลางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “กรรมย่อมสนองกรรมครับอาเฉิน คนที่ชอบเอาเปรียบผู้อื่น วันหนึ่งย่อมต้องล้มลงด้วยหลุมที่ตัวเองขุดไว้... ว่าแต่เรื่องที่เราคุยกันเมื่อวานล่ะ เรียบร้อยดีไหมครับ?” อาเฉินรีบยกชาซดรวดเดียวหมดแก้วแล้ววางลงบนโต๊ะไม้ ก่อนจะดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากซองคราฟท์ด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย “นี่ครับสัญญาเช่าพื้นที่ห้องแถวหลังตลาดสดอำเภอ ผมตกลงกับเถ้าแก่เนี้ยเจ้าของตึกเรียบร้อยแล้ว ได้ราคากันเองแถมเขายังยอมให้เราวางแผงขายตั้งแต่ตีหร้าตรู่จนถึงเที่ยงวันโดยไม่คิดค่าหัวคิวเพิ่มด้วยครับ!” หันเฟิงชำเลืองมองตัวเลขในสัญญาที่อาเฉินนำมาเสนอ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย แสดงถึงความพึงพอใจในความสามารถของเด็กหนุ่ม “ทำได้ไม่เลวเลยนี่อาเฉิน การเจรจาต่อรองเฉียบคมขึ้นมาก สมกับที่เป็นลูกมือของภรรยาผม” “เป็นเพราะคำสอนของพี่จินเหยาต่างหากครับ” อาเฉินยิ้มเขินอาย “พี่จินเหยาบอกผมว่า ‘ในการค้าขาย ความจริงใจคือทุน ความโลภคือยาพิษ แต่ความเฉียบขาดคือเกราะคุ้มกัน’ ผมจำใส่ใจไว้ตลอดเลยครับ” จินเหยาหัวเราะเสียงใส เธอวางมือจากการคัดแยกผัก แล้วหันมาจัดการจัดระเบียบตะกร้าสินค้าล็อตแรกที่จะนำไปส่งตลาดอำเภอในเช้าวันนี้ “เอาล่ะครับ ในเมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว เรามาคุยถึงแผนการตลาดฉบับคนหัวใสของเรากันดีกว่า” หญิงสาวกวาดสายตามองชายหนุ่มทั้งสองคนด้วยแววตามาดมั่น ท่าทางของเธอในยามนี้มีความเป็นผู้นำและเฉียบขาดเสียยิ่งกว่าพ่อค้าคนกลางผู้คร่ำหวอดในวงการเสียอีก “ผักป่าและสมุนไพรที่เราจะนำไปขายวันนี้ ห้ามตั้งราคาถูกเด็ดขาดครับอาเฉิน” จินเหยาเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง “อ้าว? ไม่ถูกเหรอครับพี่?” อาเฉินทำหน้าประหลาดใจ “นั่นคือผักป่านะครับ ชาวบ้านทั่วไปเขาก็เก็บกินกันเองตามริมรั้ว ถ้าเราตั้งราคาสูงเกินไป คนอาจจะเมินหนีก็ได้นะครับ” “นั่นคือตรรกะของคนขายของธรรมดาครับอาเฉิน” หันเฟิงช่วยเสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มลึก สายตาคมกริบมองสบตาภรรยาอย่างรู้ใจ “แต่ภรรยาผมกำลังจะขาย ‘สินค้าสุขภาพระดับพรีเมียม’ ของแบบนี้ ยิ่งหายาก ยิ่งราคาแพง คนมีเงินถึงจะแย่งกันซื้อเพื่อแสดงสถานะทางสังคม” จินเหยาสريยิ้มพึงพอใจเมื่อสามีช่วยอธิบายต่อยอดความคิดของเธอได้อย่างรู้ใจ “ถูกต้องที่สุดครับพี่หัน! ผักป่าทั่วไปตามริมรั้วมีรสชาติขมฝาดและเหนียว แต่ผักป่าในตะกร้าเหล่านี้ผ่านการบำรุงด้วยเคล็ดลับพิเศษ เนื้อกรอบหวาน ไม่มีสารพิษเจือปน แม้แต่คนเป็นโรคความดันหรือเบาหวานทานเข้าไปก็ช่วยปรับสมดุลร่างกายได้ เราจะแบ่งสินค้าออกเป็นสามระดับ...” นิเรียวเรียวชี้ไปยังตะกร้าแต่ละใบขณะอธิบายแผนการอย่างเป็นระบบฉะฉาน: “หนึ่ง - ผักป่าสดคัดพิเศษ เกรดพรีเมียม สำหรับวางขายหน้าร้านในตลาดสดอำเภอ ตั้งราคาสูงกว่าผักทั่วไปสามเท่า แต่เราจะมีบริการแถม ‘สูตรลับน้ำสลัดสมุนไพรโบราณ’ ให้ฟรีเฉพาะลูกค้าสิบคนแรกของวัน” “สอง - สมุนไพรตากแห้งสำหรับชงดื่มบำรุงกำลัง บรรจุในถุงกระดาษคราฟท์พิมพ์ลายตรา ‘ไร่สุขสมบูรณ์’ ของเรา ส่งขายให้ร้านขายยาจีนประจำอำเภอโดยตรงในราคาส่ง แต่ผูกขาดว่าห้ามรับสินค้าจากที่อื่นเด็ดขาด” “และสาม...” จินเหยาเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายแห่งความเจ้าเล่ห์ “สินค้าลับเฉพาะกิจ... ‘น้ำมันพริกสมุนไพรสูตรเข้มข้นพิเศษ’ ที่ผมเพิ่งเคี่ยวเสร็จเมื่อคืนนี้” อาเฉินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อนึกถึงกลิ่นหอมเย้ายวนของน้ำมันพริกที่โชยออกมาจากห้องครัวเมื่อตอนดึก “อันนั้น... อันนั้นเผ็ดร้อนจนลิ้นชาแต่หอมอร่อยจนหยุดไม่ได้เลยนี่ครับพี่จินเหยา! จะเอาไปขายยังไงเหรอครับ?” “เราจะไม่วางขายหน้าร้านธรรมดาครับ” จินเหยาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือปัดเศษใบไม้แห้งออกจากผ้ากันเปื้อนอย่างใจเย็น “แต่เราจะใช้วิธี ‘เปิดตลาดมืดเฉพาะกลุ่ม’ สำหรับพ่อค้าแม่ค้ากระเป๋าหนักและแขกบ้านแขกเมืองที่มาติดต่อราชการที่ว่าการอำเภอ... ผมมั่นใจว่าทันทีที่พวกเขาได้ลองชิมรสชาติอาหารที่คลุกด้วยน้ำมันพริกสูตรนี้ ต่อให้ต้องควักเงินครึ่งเดือนซื้อ พวกเขาก็ยอมทำอย่างแน่นอนครับ” หันเฟิงมองภรรยาด้วยความรักและทึ่งในคราวเดียวกัน ภรรยาตัวน้อยของเขาคนนี้ไม่เพียงแต่ฉลาดเป็นกรด แต่ยังมีวิสัยทัศน์ทางการค้าที่ล้ำหน้าคนในยุคนี้ไปไกลหลายก้าว สมแล้วที่เป็นอดีตเชฟและนักพฤกษศาสตร์ผู้กุมความลับอันยิ่งใหญ่ “ผมจะขับรถซาเล้งพ่วงข้างพาอาเฉินและสินค้าทั้งหมดไปส่งที่ตลาดเองครับวันนี้” หันเฟิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด “ขาของผมแม้จะยังไม่หายดีร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่การขับรถส่งของคุมเชิงไม่ให้ใครมาเอาเปรียบเด็กๆ ของผม... ผมทำได้สบายมาก” “ไม่ได้เด็ดขาดครับพี่หัน!” จินเหยาหันขวับมาปฏิเสธเสียงแข็ง ดวงตาคู่สวยฉายแววเป็นห่วงชัดเจน “แผลที่สะโพกของพี่เพิ่งจะสมานตัวได้ไม่นาน หากต้องนั่งขับรถสั่นๆ บนถนนลูกรังเข้าอำเภอเป็นชั่วโมง อาการกำเริบขึ้นมาผมจะไม่ยอมเด็ดขาด!” บรรยากาศในห้องโถงพลันเงียบลงชั่วขณะ อาเฉินที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบถอยกรูดออกห่างเมื่อเห็นรังสีความดื้อรั้นปะทะกันระหว่างสามีภรรยาคู่นี้ หันเฟิงเป็นคนดื้อรั้นในเรื่องศักดิ์ศรี ส่วนจินเหยาเป็นคนดื้อรั้นในเรื่องความปลอดภัยของสามี ชายหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียด ยอมแพ้ให้กับแววตาที่เป็นห่วงเป็นใยของภรรยาอย่างราบคาบ “ก็ได้ครับ... ผมจะให้น้องชายผู้กองหลี่จากกองพันมารับช่วงขับรถแทน ส่วนผมจะนั่งคุมเชิงประกบข้างไม่ห่างสายตา ดีไหมครับคุณนายหลี่?” จินเหยาหัวเราะออกมาเบาๆ ยอมจำนนต่อข้อเสนอที่ประนีประนอมนั้น “ตกลงตามนี้ครับ... ถ้าอย่างนั้น อาเฉิน! ไปยกตะกร้าทั้งหมดขึ้นรถ เตรียมตัวออกเดินทางไปสร้างความสะเทือนเลือนลั่นให้ตลาดอำเภอกันเถอะครับ!” เสียงเครื่องยนต์ซาเล้งพ่วงข้างคันเก่าแต่ได้รับการดูแลรักษาอย่างดีส่งเสียงคำรามกระหึ่มขึ้นหน้าบ้าน ท่ามกลางแสงแดดยามสายที่สาดส่องลงมาขับเน้นให้บรรยากาศการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของพวกเขาสดใสเปล่งประกาย แต่ในขณะที่อาเฉินกำลังช่วยกันยกตะกร้าสินค้าใบสุดท้ายขึ้นท้ายรถ จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้ว พร้อมกับเงาร่างของชายแปลกหน้าในชุดสูทสีเข้มสามคนก้าวเข้ามาอย่างไร้มารยาท ผู้นำกลุ่มคือชายวัยกลางคนท่าทางเจ้าเล่ห์ สวมแว่นตากลมหนาเตอะ ดวงตาหลuกหลิกกวาดมองไปทั่วบริเวณบ้านก่อนจะหยุดสายตาอยู่ที่กองตะกร้าผักป่า “ฮึ! นึกว่าใคร ที่แท้ก็พวกตกอับที่เพิ่งพ้นโทษหนี้สินจากตระกูลจางนี่เองสินะ” ชายสวมแว่นแค่นหัวเราะเสียงดัง ยื่นนามบัตรสีทองยับยู่ยี่มาตรงหน้าจินเหยา “ฉันคือตัวแทนจากบริษัทค้าส่ง ‘หมื่นทรัพย์’ ประจำอำเภอ ได้ข่าวว่าพวกแกแอบลักลอบเก็บของป่ามาขายแข่งกับโควต้าทางการ... ส่งสินค้าทั้งหมดในตะกร้ามาให้ฉันตรวจสอบเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน!” หันเฟิงหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตจากสนามรบแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาทันทีที่ชายคนนั้นก้าวล้ำเข้ามาในเขตบ้าน ขณะที่จินเหยาสريยิ้มเยาะที่มุมปากอย่างเยือกเย็น เธอค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ชายแปลกหน้าคนนั้น ช้าๆ ทว่ามั่นคง “ตัวแทนบริษัทค้าส่งหมื่นทรัพย์อย่างนั้นเหรอครับ?” จินเหยาทวนคำด้วยน้ำเสียงหวานเชื่อม แต่แววตากลับคมกริบราวนิดใบมีด “น่าเสียดายจริงๆ ที่สินค้าในตะกร้าเหล่านี้... ต่อให้พวกคุณเอาเงินมาวางกองท่วมหัว ก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องปลายใบ!” ชายสวมแว่นหน้าชาด้วยความโกรธ ยกนิ้วขึ้นชี้หน้าหญิงสาว “นังนี่! ปากดีนักนะ! แกไม่รู้หรือไงว่าพื้นที่ป่ารอบอำเภอนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของเรา—!” “ปัง!” เสียงกระแทกประตูรั้วเหล็กดังสนั่นหวั่นไหวขัดจังหวะคำพูดของชายสวมแว่น พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงใหญ่ในชุดนายทหารยศนายพันผู้มีใบหน้าเคร่งขรึมและแววตาดุดันยิ่งกว่าหันเฟิงเสียอีก เขาก้าวเข้ามาพร้อมกับเอกสารตราครุฑสีแดงสดในมือ สะบัดมันต่อหน้าต่อตาตัวแทนบริษัทค้าส่งด้วยท่าทีเย่อหยิ่งและทรงอำนาจ “ขอโทษทีนะสหาย... แต่พื้นที่ป่าและสิทธิ์ในการจัดจำหน่ายผลผลิตทั้งหมดของไร่สุขสมบูรณ์ ได้รับการคุ้มครองพิเศษจากกองทัพภาคที่เจ็ดเรียบร้อยแล้ว...” นายทหารยศนายพันผู้นั้นแย้มยิ้มเย็นเยียบพลанเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของตัวแทนบริษัทค้าส่งเย็นเฉียบ: “และไอ้สินค้าที่แกกำลังจะเข้ามาตรวจค้นเมื่อครี้นี้... คือเสบียงลับเฉพาะสำหรับท่านแม่ทัพใหญ่ที่จะเดินทางมาตรวจราชการที่นี่ในอีกสามชั่วโมงข้างหน้า!” (โปรดติดตามตอนต่อไปครับ) ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ลมทะเลพัดรัก" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายทหารกับไร่สมุนไพรซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%