คุณนายทหารกับไร่สมุนไพรซ่อนเร้น•ตอนที่ 5

บุกทวงหนี้หน้าบ้านแบบตัวมัม

ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
"ถังข้าวเปลือกของบ้านรองพวกแกไม่ได้งอกเงยขึ้นมาเองได้หรอกนะ นังเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม! ข้าวพวกนั้นเป็นหยาดเหงื่อแรงงานของตระกูลหลี่ที่พวกแกอกตัญญูไม่ยอมส่งส่วยตามกำหนด ตั้งแต่สามีพิการขาเป๋ของแกไร้ประโยชน์ ตระกูลใหญ่ก็ต้องรับภาระเลี้ยงดู... วันนี้ถ้าไม่ยกข้าวสารครึ่งเกวียนกับเงินสดอีกสามสิบหยวนออก1มา อย่าหาว่าฉันคนนี้ไม่ไว้หน้าญาติผู้พี่!" เสียงแหลมสูงบาดแก้วหูของป้าสะใภ้ใหญ่จางดังแผดก้องทะลุกำแพงรั้วไม้ไผ่เข้ามา ก่อนที่ร่างอ้วนท้วนในชุดผ้าฝ้ายสีมอจะผลักประตูรั้วเปิดผางเข้ามาอย่างไร้มารยาท ด้านหลังของนางยังมีสมุนปากกล้าอย่างสะใภ้รองและหลานชายตัวแสบพ่วงท้ายมาอีกสามคน แต่ละคนถือไม้กระบองและกระสอบป่านเปล่าเตรียมพร้อมปล้นสะดมอย่างโจ่งแจ้ง มาเร็วกว่าที่คิดเสียยิ่งกว่าพายุฤดูร้อนเสียอีกนะครับ... หลี่จินเหยายืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องครัว แววตาคู่คมกริบกวาดมองผู้บุกรุกด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก ในมือเรียวยังถือตะหลิวไม้ไผ่ที่เพิ่งใช้ผัดสมุนไพรในกระทะเหล็ก กลิ่นหอมกรุ่นของกระเทียมเจียวและรากผักชีโชยตีตลบอบอวลตัดกับบรรยากาศตึงเครียดหน้าลานบ้านอย่างสิ้นเชิง นางไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม รัศมีความมั่นใจและเยือกเย็นของอดีตเชฟมือทองกลับทำให้ป้าสะใภ้ใหญ่ที่ตั้งท่าจะพุ่งเข้ามาโวยวายถึงกับชะงักฝีเท้าไปชั่วขณะ "อ้าว นึกว่าเสียงกาที่ไหนมาส่งเสียงหนวกหูแถวชายคาบ้านคนอื่น ที่แท้ก็ป้าสะใภ้ใหญ่นี่เองครับ" จินเหยาเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับเชือดเฉือนลึกถึงกระดูก "ลมอะไรหอบท่านผู้มีพระคุณจอมปลอมมาเหยียบลานบ้านเราแต่เช้าตรู่ หรือว่าเสบียงในบ้านของท่านมันร่อยหรอจนต้องมาขอทานกินรอบวงอีกแล้วล่ะครับ" "นัง... นังสารเลว!" ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าดำคร่ำเครียดจนสีหน้าเปลี่ยนเป็นสีตับหมู นางชี้หน้าจินเหยาด้วยความโกรธจัดจนนิ้วสั่นเทา "ปากคอเราะร้ายนักนะ! สามีแกพิการนอนเป็นผักอยู่บนเตียง แกยังกล้ามาลอยหน้าลอยตาพูดจากวนประสาทฉันเรอะ! แกจำไม่ได้หรือไงว่าเมื่อก่อนตอนพวกแกตกยาก ใครกันที่โยนเศษข้าวต้มก้นหม้อให้กินเป็นทาน!" "ทานหรือครับ?" จินเหยาแค่นسหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางก้าวเท้าเดินช้าๆ ออกมาจากห้องครัว ท่วงท่าสง่างามราวนางพญาหงส์ที่กำลังตรวจตราอาณาจักรของตน "ถ้าฉันจำไม่ผิด ข้าวต้มก้นหม้อที่ท่านว่า คือข้าวขึ้นราที่แม้แต่หมูในคอกยังเมินหน้าหนี แถมเงินก้อนที่ท่านอ้างว่าเป็นหนี้บุญคุณ แท้จริงแล้วคือเงินที่พ่อแม่ฉันทดแทนให้ไปหมดตั้งแต่ปีมะโว้แล้วต่างหาก ป้าสะใภ้... สมองท่านเสื่อมเพราะความโลภ หรือว่าตั้งใจแกล้งความจำเสื่อมเพื่อจะมาปล้นทรัพย์สินชาวบ้านกันแน่ครับ?" คำพูดที่ตรงไปตรงมาและจี้จุดดำมืดในใจ ทำให้ป้าสะใภ้ใหญ่ถึงกับสะอึกพูดไม่ออก นางหันไปสบตากับสะใภ้รองเพื่อหาแนวร่วม ก่อนจะกรีดเสียงแหลมสูงกลบเกลื่อนความจำนนด้วยหลักฐาน "ไม่ต้องมาปากเก่งพูดจายอกย้อน! กฎของตระกูลหลี่คือลูกหลานต้องกตัญญูกตเวทีต่อผู้ใหญ่ บ้านรองแยกตัวออกไปแต่ชื่อ แต่ตัวยังอยู่ในเขตตระกูล ข้าวเปลือกในยุ้งฉางของพวกแกตอนนี้เป็นผลผลิตจากที่ดินบรรพบุรุษ ถ้าไม่ยอมยกมาให้หมดวันนี้ ฉันจะให้ผู้ใหญ่บ้านมาขับไล่พวกแกออกจากหมู่บ้านข้อหาเนรคุณ!" อาเฉินที่แอบซุ่มดูสถานการณ์อยู่หลังยุ้งฉางเตรียมจะวิ่งถือไม้พลองออกมาช่วย แต่จินเหยาโบกมือห้ามปรามไว้เงียบๆ นางอยากจะเล่นละครฉากนี้ให้จบด้วยตัวเอง เพื่อตบหน้าบรรดาญาติจอมละโมบพวกนี้ให้สำนึกว่าใครคือเจ้าของบ้านตัวจริง ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องนอนใหญ่ก็ถูกเปิดออกอย่างช้าๆ ผู้กองหันเฟิงก้าวออกมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แม้ขาข้างหนึ่งจะยังต้องใช้ไม้เท้าพยุง แต่นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นกลับคมปลาบดุดันรากับพญาอินทรีที่จ้องมองเหยื่อ บรรยากาศรอบตัวชายหนุ่มแผ่รังสีความกดดันระดับนายทหารผ่านศึกออกมาจนทุกคนในรัศมีสิบเมตรต้องกลืนน้ำลายฝืดคอ ป้าสะใภ้ใหญ่ที่เคยผยองถึงกับถอยหลังกรูดไปสองก้าวด้วยความหวาดผวาโดยสัญชาตญาณ "ภรรยาผมพูดชัดเจนแล้ว..." เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบจนทุกคนสะดุ้ง "ถ้าอยากได้ข้าวเปลือก หรืออยากได้เงินสด ให้ไปหาที่ศาลากลางหมู่บ้านพร้อมเอกสารสิทธิ์การกู้ยืมที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ถ้ายังบังอาจมาสร้างความวุ่นวายคุกคามคนในบ้านของผมอีกแม้แต่ก้าวเดียว..." หันเฟิงปรายตามองไม้กระบองในมือของสมุนฝั่งตรงข้าม ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "ผมคงต้องใช้สิทธิ์ของทหารผ่านศึกในการป้องกันทรัพย์สินและชีวิตของครอบครัว... เชิญไสหัวออกไปให้พ้นเขตบ้านผม เดี๋ยวนี้!" ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทาด้วยความกลัวผสมความแค้น นางรู้ดีว่าผู้กองหนุ่มคนนี้ไม่ใช่คนที่จะมาขู่เล่นๆ หากเขาลงมือจริงๆ ต่อให้ตระกูลใหญ่หนุนหลังก็เอาไม่อยู่ แต่นางยังไม่ทันได้เอ่ยปากแก้ตัว ร่างของอาเฉินก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับแผ่นกระดาษในมือ "พี่จินเหยาครับ! มีเรื่องด่วน..." อาเฉินหอบหายใจรัว "พ่อค้าจากในเมืองที่สั่งซื้อสมุนไพรล็อตแรก ส่งคนมารอรับของที่หน้าหมู่บ้านแล้วครับ แถม... แถมพวกเขายินดีจ่ายเงินสดล่วงหน้าในราคาสูงกว่าท้องตลาดถึงเท่าตัว!" คำรายงานของอาเฉินทำให้บรรยากาศหน้าบ้านเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทันทีที่คำว่า "เงินสดราคาสูงกว่าเท่าตัว" หลุดออกมา ดวงตาของป้าสะใภ้ใหญ่และสมุนก็เป็นประกายด้วยความโลภทันที พวกมันลืมความกลัวที่มีต่อผู้กองหันเฟิงไปชั่วขณะ แต่ทว่า... ในวินาทีที่ทุกคนกำลังตะลึงกับข่าวดีนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากก็ดังสนั่นมาจากทางปากซอย พร้อมกับการปรากฏตัวของรถจี๊ปทหารสองคันและชายชุดเครื่องแต่งกายแปลกตาที่ก้าวลงมาจากรถ พร้อมกับเอกสารตราประทับราชการในมือ มาเร็วกว่าที่คิดเสียอีก... และดูเหมือนว่าหนี้สินเก่าของป้าสะใภ้ใหญ่ กำลังจะถูกชำระสะสางโดยเจ้าหน้าที่จากอำเภอในรูปแบบที่ไม่มีใครคาดคิด! ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ลมทะเลพัดรัก" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายทหารกับไร่สมุนไพรซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%