เสียงไม้กระดานหน้าบ้านลั่นเอี๊ยดอ้าดจากการกระแทกกระทั้นด้วยความป่าเถื่อน ไม่ได้ทำให้มือที่กำลังตักน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นโสมหิมะในหม้อดินเผาของหลี่จินเหยาสั่นไหวแม้แต่น้อย
"เปิดประตูสif! ข้ารู้ว่าพวกเจ้าซ่อนของดีไว้!" เสียงแหลมแสบแก้วหูของป้าสะใภ้ใหญ่จางแผดลั่นทะลุประตูกลอนไม้ไผ่เข้ามา ตามมาด้วยเสียงทุบถังไม้และเสียงโวยวายของชาวบ้านที่ยืนมุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็นรอบรั้วไร่
จินเหยาปัดเศษควันไฟออกจากปลายจมูก เธอยกทัพพีเซรามิกขึ้นชิมรสชาติซุปที่เคี่ยวมานานสามชั่วยาม น้ำซุปสีขาวงาช้างส่งกลิ่นหอมหวลตลบอบอวลไปทั่วห้องครัว ผสมผสานกลิ่นฉุนอ่อนๆ ของสมุนไพรจิตวิญญาณจากมิติลับที่ถูกขับเน้นด้วยความร้อน รสชาติกลมกล่อมล้ำลึกจนคนชิมต้องหลับตาพริ้มด้วยความพึงพอใจ
"อยากได้นักใช่ไหม... สมุนไพรต้องห้าม" จินเหยาพึมพำกับตัวเอง มุมปากหยักยิ้มเยาะขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์และเฉียบคม เธอกวาดตามองวัตถุดิบชั้นเลิศบนเขียง ไม่ว่าจะเป็นรากโสมอายุร้อยปีจากแปลงมิติ หรือเห็ดหอมภูเขาไฟที่เพิ่งเก็บสดๆ ทั้งหมดนี้ถูกแปลงโฉมเป็นอาคารพาณิชย์ทำเงินในหัวสมองอันรวดเร็วของอดีตเชฟมือทองเรียบร้อยแล้ว
*โครม!*
ประตูไม้ไผ่ที่ต้านทานแรงกระแทกไม่ไหวหลุดกระเด็นออกจากวงกบ ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่ว ป้าสะใภ้ใหญ่จางในชุดผ้าฝ้ายสีหม่นพุ่งพรวดเข้ามาพร้อมกับลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ทว่าก่อนที่นางจะได้อ้าปากด่าทอหรือกวาดสายตาขโมยทรัพย์สินอย่างที่เคยทำเป็นกิจวัตร ฝ่าเท้าที่ก้าวเข้ามาต้องชะงักกึก
ดวงตาของป้าสะใภ้ใหญ่เบิกโพลง จมูกย่นยู่สูดดมกลิ่นหอมที่เตะเข้าเต็มรูจมูกจนน้ำลายสอ ความโลภและความโกรธตีรันกันอยู่ในสมองจนหน้าตาบิดเบี้ยว
"นัง... นังเด็กไม่มีพ่อแม่! เจ้าซ่อนกลิ่นอับชื้นอะไรไว้ในหม้อ! เอาสมุนไพรพวกนั้นมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!" ป้าสะใภ้จางแผดเสียงพร้อมกับพุ่งตัวเข้าไปหมายจะคว้าหม้อดินเผาตรงหน้า แต่จินเหยาไวกว่า เธอก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างสง่างาม พร้อมกับถือกระบวยไม้ซัดน้ำซุปเดือดๆ กระเด็นเฉียดหลังมืออีกฝ่ายไปนิดเดียว จนอีกฝ่ายสะดุ้งโหยงร้องกรี๊ดลั่น
"ป้าสะใภ้ใหญ่ บุกรุกยามวิกาลพังประตูบ้านข้ารabel แบบนี้ ทางการเมืองหลวงคงอยากฟังเรื่องราวสนุกสนานที่ท่านพยายามรีดไถ่ทรัพย์สินชาวบ้านสินะครับ?" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นจากความมืดที่ประตูหน้า
ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารยับเยินและเปื้อนคราบเขม่าควันก้าวเข้ามาหยุดยืนขวางหน้าป้าสะใภ้ใหญ่ไว้ บ่ากว้างและสันกรามคมคายที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นแผ่รังสีคุกคามน่าเกรงขาม ผู้กองหันเฟิงกลับมาแล้ว!
บรรยากาศในห้องครัวพลันเงียบกริบลงทันที ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทาด้วยความกลัวอำนาจมืดของนายทหารหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดในกองทัพ นางถอยหลังกรูดจนเกือบสะดุดธรณีประตู
"หะ... หันเฟิง เจ้า... เจ้าบาดเจ็บกลับมาไม่ใช่รึ ทำไมถึง..." ป้าสะใภ้ละล่ำละลักพูดไม่ออก
"ต่อให้ข้าเหลือตัวคนเดียว หรือบาดเจ็บปางตาย คนในบ้านหลังนี้ ก็ไม่ใช่สุนัขข้างถนนที่ใครจะเข้ามาเหยียบย่ำได้ตามอำเภอใจ" หันเฟิงกล่าวเสียงเรียบ เย็นชาจนคนฟังขนหัวลุก สายตาดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองผู้บุกรุกจนต้องรีบถอยกรูดออกไปจากเขตบ้านทันทีด้วยความขลาดเขิน
เมื่อความวุ่นวายสงบลง ความเงียบสงบก็เข้าปกคลุมอีกครั้ง หันเฟิงหันกลับมามองภรรยา ใบหน้าคมคายที่เคยเคร่งเครียดจากสนามรบและพิษบาดแผลคลายความตึงเครียดลงเล็กน้อย ดวงตาคู่คมทอดมองหลี่จินเหยาด้วยความลึกซึ้งและห่วงใยอย่างปิดไม่มิด
"เจ้าไม่เป็นไรนะ จินเหยา" หันเฟิงเอ่ยถามเสียงนุ่ม มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะไหล่บาง แต่แล้วร่างสูงก็เซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ลมหายใจสะดุด ใบหน้าคมคายซีดเผือดลงถนัดตา พิษบาดแผลที่หัวไหล่ขวาจากการสู้รบกำเริบขึ้นอย่างรุนแรงจนเลือดซึมทะลุเสื้อผ้าออกมาเป็นวงกว้าง
จินเหยาหน้าเปลี่ยนสี เธาทิ้งกระบวยในมือแล้วพุ่งเข้าไปประคองร่างแกร่งทันที น้ำหนักตัวเกือบทั้งหมดของสามีทิ้งลงมาที่ตัวเธอ แม้เขาจะพยายามฝืนยืนหยัดอย่างแข็งแกร่งก็ตาม
"อย่าฝืนสิครับผู้กอง!" จินเหยาเอ็ดเบาๆ แต่แววตาเต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างลึกซึ้ง เธอดึงตัวเขาให้นั่งลงที่เก้าอี้ไม้ไผ่ข้างเตาไฟอย่างระมัดระวัง
มือเรียวบางรีบปลกระดุมเสื้อทหารออกอย่างคล่องแคล่วเพื่อตรวจสอบบาดแผล กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นหอมของสมุนไพรในหม้อซุป บาดแผลฉقรรจ์ที่หัวไหล่เกิดจากคมดาบอาบยาพิษ มันกำลังลุกลามและกัดกินเนื้อเยื่ออย่างรวดเร็ว หากปล่อยไว้อีกไม่เกินหนึ่งชั่วยาม แขนข้างนี้คงต้องถูกตัดทิ้งเป็นแน่
หันเฟิงมองภรรยาที่กำลังก้มหน้าก้มตาจัดการกับบาดแผลของเขาด้วยความเร่งรีบแต่สุขุม
ใบหน้าหวานหยาดเยิ้มที่สะท้อนกับแสงไฟสีส้มจากเตาฟืน ทำให้หัวใจที่ด้านชาจากสนามรบของนายทหารหนุ่มเกิดความอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด เขาอยากเอ่ยปากบอกให้เธอนำยาสมานแผลธรรมดาก็พอ เพราะรู้ว่ายามีราคาแพงและหายากเพียงใดในหมู่บ้านชนบทแห่งนี้
ทว่า... ก่อนที่หันเฟิงจะได้ทันเอ่ยห้าม หลี่จินเหยาก็หยิบขวดกระเบื้องสีหยกเนื้อเนียนลออออกมาจากอกเสื้ออย่างไร้ร่องรอย—ขวดน้ำค้างจากยอดสมุนไพรในมิติลับที่เธอซ่อนไว้!
ทันทีที่จุกไม้ก๊อกถูกดึงออก กลิ่นหอมหวานเย็นเยือกราวกับดอกบัวหิมะร้อยปีก็พวยพุ่งออกมาสะกดประสาทสัมผัสของหันเฟิงให้ล่องลอย ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนสงสัย สมุนไพรวิเศษระดับนี้ แม้แต่ในคลังยาหลวงของแม่ทัพใหญ่ยังหาไม่ได้ง่ายๆ เหตุใดภรรยาของเขาถึงครอบครองมันไว้ได้?
และก่อนที่ความสงสัยในดวงตาของสามีจะทันได้เปล่งออกมาเป็นคำถาม หลี่จินเหยาก็เงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มพรายเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก พร้อมกับหยิบชามซุปกระดูกหมูตุ๋นโสมหิมะร้อนๆ มาจ่อไว้ตรงริมฝีปากของเขา
"ดื่มซุปนี่เสียก่อน แล้วค่อยตอบคำถามข้า... ว่าท่านไปทำอีท่าไหนถึงปล่อยให้ตัวเองเกือบเอาชีวิตไปทิ้งไว้ที่ชายแดนแบบนี้, คุณสามี?"
รี้ดเดอร์ที่รักครับ มาร่วมลุ้นไปพร้อมกันว่าผู้กองหันเฟิงจะแก้ตัวอย่างไร และความลับเรื่องมิติลับจะถูกเปิดเผยหรือไม่ในตอนหน้า! (ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุน "ลมทะเลพัดรัก" เสมอมาครับ)
คุณนายทหารกับไร่สมุนไพรซ่อนเร้น•ตอนที่ 3
ต้อนรับสามีผู้กลับมาจากชายแดน
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายทหารกับไร่สมุนไพรซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!