ม่านหมอกลับแห่งวังหลวง: กลยุทธ์สยบพยศบัณฑิต•ตอนที่ 1

ม้วนกระดาษที่หายไป

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
กลิ่นอับชื้นของหมึกจีนชั้นดีและกระดาษสาเก่าเก็บนับร้อยปีลอยอบอวลอยู่ภายใต้ความเงียบงันอันน่าอึดอัดของหอคลังศาลาหลวง แสงตะเกียงน้ำมันพืชไส้คู่สั่นไหววับแวมตามแรงลมที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างแกะสลัก หลินซูเหยาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากม้วนฎีกาตรงหน้า ปลายนิ้วเรียวที่สวมปลอกเล็บทองเหลืองบางเบาไล่กวาดไปตามบรรทัดตัวอักษรจีนตัวบรรจงระเบียบ สำหรับนางแล้ว โลกทั้งใบย่อส่วนลงเหลือเพียงความจริงที่ถูกบันทึกไว้ด้วยหมึกสีดำบนกระดาษขาวเหล่านี้ ไม่มีพื้นที่สำหรับความลังเล และไม่มีความเมตตาใดๆ ให้แก่ความผิดพลาด ตำแหน่ง ‘อาลักษณ์หญิง’ คนแรกในประวัติศาสตร์ราชสำนักไม่ได้มาเพราะความบังเอิญ แต่แลกมาด้วยมันสมองที่จดจำคัมภีร์ได้ทุกตัวอักษรและความสามารถในการถอดรหัสอักษรลับโบราณที่ขุนนางชายอกสามศอกยังต้องยอมจำนน ทว่าความเงียบสงบในคืนปฏิบัติหน้าที่กะดึกกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ย่างกรายเข้ามาใกล้โดยไม่มีแม้แต่เสียงประกาศเตือน ซูเหยาชะงักปลายนิ้วที่กำลังจดบันทึก ดวงตากลมโตนิ่งสงบเงยขึ้นสบเข้ากับร่างสูงโปร่งในชุดขุนนางชั้นสูงสีม่วงเข้มปักลายกิเลนเงิน ผู้ที่ก้าวเข้ามาคือ ‘เซียวจิ่นหยวน’ ราชเลขาธิการผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในท้องพระโรง ผู้ชายที่ขึ้นชื่อเรื่องความไร้หัวใจ รอยยิ้มอาบยาพิษ และวาจาเชือดเฉือนที่สามารถส่งคนไปลานประหารได้โดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย "ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ใต้เท้าเซียวไม่พักผ่อน กลับยังมีแก่จิตมาตรวจตราหอคลังเอกสารหลวงด้วยตนเองเชียวหรือเพคะ" น้ำเสียงของซูเหยาเรียบเรื่อย ราวกับกำลังทักทายเรื่องดินฟ้าอากาศ ทว่าแววตากลับคมกริบราวกับใบมีดซ่อนในฝัก เซียวจิ่นหยวนหยุดยืนห่างจากโต๊ะทำงานของนางเพียงก้าวเดียว กลิ่นอายบุรุษเพศเจือจางด้วยกลิ่นหอมเย็นของไม้จันทน์หอมลอยปะปนกับกลิ่นกระดาษ เขาโน้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่ประดับด้วยรอยยิ้มจอมปลอมฉายแววเย้ยหยันในระยะประชิด "ข้าแค่ได้ยินว่าอาลักษณ์หลินผู้เคร่งครัดกำลังทุ่มเทแรงกายแรงใจตรวจสอบบัญชีคลังเสบียงชายแดนภาคเหนือปีที่แล้ว... เกรงว่าเจ้าจะเหนื่อยจนมองข้าม 'รายละเอียด' สำคัญบางอย่างไป ข้าจึงต้องมาช่วยเตือนสติ" น้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังแต่แฝงความกดดันมหาศาล เขาเอื้อมมือมาแตะที่ขอบโต๊ะไม้ ใกล้กับม้วนฎีกาที่นางเพิ่งวางลง ซูเหยาขยับตัวถอยห่างเล็กน้อยเพื่อรักษาช่องว่าง นางไม่ชอบกลิ่นอายอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวบุรุษผู้นี้ มันเหมือนพยัคฆ์ร้ายที่กำลังหยอกล้อกับเหยื่อก่อนจะขย้ำ "ข้าตรวจสอบทุกตัวอักษรอย่างถี่ถ้วน ไม่มีรายละเอียดใดเล็ดลอดสายตาไปได้เพคะ" นางตอบกลับด้วยความมั่นใจ "เช่นนั้นหรือ..." เซียวจิ่นหยวนหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นต่ำพร่าและชวนให้ขนลุก "ถ้าเช่นนั้น... ม้วนกระดาษบันทึกการเบิกจ่ายทองคำแปดหมื่นตำลึงของกองทัพพยัคฆ์พิทักษ์เมื่อเดือนก่อน หายไปไหนเสียเล่า?" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางห้องทำงานอันเงียบงัน ซูเหยาชะงักไปชั่วลมหายใจ ร่างกายแข็งทื่อ ความทรงจำระดับอัจฉริยะของนางกวาดประมวลผลเอกสารทุกแผ่นที่ผ่านมือในรอบเจ็ดวันทันที ม้วนกระดาษแผ่นนั้น... มันควรจะอยู่บนชั้นหมวดอักษร 'คลัง' แต่มันกลับว่างเปล่าตั้งแต่ตอนที่นางเปิดตรวจเมื่อหัวค่ำ นางซ่อนความตื่นตระหนกไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยอย่างรวดเร็ว "ใต้เท้าเซียวคงเข้าใจผิด หอคลังแห่งนี้มีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา เอกสารสำคัญไม่มีทางสูญหาย เว้นเสียแต่ว่า..." นางหรี่ตาลง มองสบตาเขาตรงๆ "...จะมีผู้มีอำนาจจงใจสั่งทำลายหลักฐาน" เซียวจิ่นหยวนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบนมุมปากลึกขึ้นกว่าเดิม ความฉลาดทันกันในแววตาของหญิงสาวทำให้เขาไม่เพียงแต่ไม่โกรธ แต่กลับรู้สึกสนุกสนานอย่างประหลาด "เจ้าช่างกล้าหาญนัก หลินซูเหยา กล้ากล่าวหาว่าข้า... หรือคนเบื้องบน เป็นผู้ทำลายหลักฐานอย่างนั้นหรือ?" เขาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วเนียน ขยับริมฝีปากกระซิบด้วยน้ำเสียงกระเส่าแต่เฉียบคม "ระวังลิ้นเล็กๆ ของเจ้าให้ดีเถอะ วันหนึ่งมันอาจพาหัวหลุดจากบ่าโดยไม่รู้ตัว" "หากความจริงต้องแลกมาด้วยศีรษะ ข้า... หลินซูเหยา ก็ยินดีจะเดิมพันเพคะ" นางตอบกลับทันควันโดยไม่ก้มหัวหลบสายตา ความดื้อรั้นและอุดมการณ์ที่ฉายชัดในดวงตากลมโตคู่นั้นสะท้อนเงาของเขาลงไป เซียวจิ่นหยวนจ้องมองนางเนิ่นนาน แววตาคู่คมไหววับด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่อาจนิยาม มันมีความชื่นชมระคนความระแวง และความปรารถนาอันมืดดำที่จะสยบความพยศนี้ให้ยอมจำนนใต้ร่างของตน เขายืดตัวตรง ยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อหันหลังเตรียมเดินจากไป "ในเมื่อเจ้ามั่นใจนัก ก็จงหาความจริงให้พบก่อนที่รุ่งอรุณจะมาถึง... แต่อย่าหาว่าข้าไม่เตือนว่า หมากกระดานนี้ไม่ได้มีแค่เราสองคน" ในจังหวะที่เซียวจิ่นหยวนก้าวพ้นธรณีประตู และซูเหยาตวัดสายตากลับมามองโต๊ะทำงานของตนเพื่อตั้งสติกับเหตุการณ์เมื่อครู่ เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงโลหะกระทบกันอย่างเร่งรีบก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินยาวด้านนอก ทหารองครักษ์เสื้อแพรนับสิบนายวิ่งกรูเข้ามาล้อมรอบหอคลังเอกสารหลวงไว้ทุกด้าน พร้อมกับที่ขันทีคนสนิทของฮ่องเต้ก้าวเท้าเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด "ใต้เท้าเซียว! อาลักษณ์หลิน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ขันทีผู้นั้นละล่ำละลักละลานจนแทบหายใจไม่ทัน "พระสนมเอกผู้โปรดปราน... สิ้นพระชนม์อย่างกะทันหันในตำหนักใน และหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่ระบุสาเหตุการตาย... ถูกพบว่าซ่อนอยู่ใต้กองเอกสารในหอคลังแห่งนี้!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ม่านหมอกแห่งความลับนี้ไปพร้อมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ "หมอกเหมยปลายฤดู"
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ม่านหมอกลับแห่งวังหลวง: กลยุทธ์สยบพยศบัณฑิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%