“ไสหัวออกไปให้พ้นเรือนของตระกูลมู่หรงเดี๋ยวนี้! นังภรรยาตัวกาลกิณี สามีเจ้าตายในสนามรบอย่างไร้กระดูกฝัง ศักดิ์ศรีสะใภ้เช่นเจ้าก็หมดสิ้นไปแล้ว ยังจะหน้าด้านเกาะที่ซุกหัวนอนนี้อยู่อีกหรือ!”
เสียงแหลมสูงบาดแก้วหูของ ‘ป้าสะใภ้ใหญ่’ ดังแผดลั่นสะท้อนก้องไปทั่วเรือนไม้หลังเก่าผุพัง ฝุ่นผงจากคานไม้ร่วงกราวลงมาปะทะเส้นผมและหัวไหล่ของหญิงสาวที่เพิ่งได้สติ หลินอิงอิงกะพริบตาถี่ๆ เพื่อขับไล่ความมึนงง ความทรงจำอันกระจัดกระจายราวกับเศษแก้วแตกละเอียดพุ่งเข้าใส่สมองจนปวดแปลบ ศีรษะด้านขวามีรอยปูดโนจากการถูกผลักกระแทกกับขอบเตียงไม้แข็งๆ เมื่อครู่
นี่เธอยังไม่ตาย... เชฟอัจฉริยะมือหนึ่งแห่งศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ที่เพิ่งคว้าแชมป์การแข่งขันอาหารนานาชาติมาหมาดๆ กลับต้องมาสะดุดล้มหัวฟาดพื้นในห้องครัวสเตนเลสราคาแพงของตัวเอง แต่สวรรค์ช่างเล่นตลก ส่งเธียรวิญญาณมาอยู่ในร่างของ ‘หลินอิงอิง’ หญิงสาวชาวบ้านผู้อาภัพในยุคโบราณ ที่เพิ่งได้รับข่าวร้ายว่าสามีคือแม่ทัพหนุ่มผู้ไร้พ่าย ถูกส่งตัวกลับมาในสภาพใกล้ตายหรืออาจจะกลายเป็นศพไร้ลมหายใจไปเสียแล้ว และตอนนี้เธอกำลังถูกญาติผู้พี่ฝ่ายสามีและบรรดาคนรับใช้มารุมขับไล่ไสส่งราวกับหมูเหมือนหมา
อิงอิงค่อยๆ พยุงร่างที่สะบักสะบอมลุกขึ้นยืนช้าๆ ใบหน้าเรียวรูปไข่ซีดเซียว แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับคมมาอย่างดี ริมฝีปากบางเฉียบเหยียดยิ้มเยาะหยัน เธอมองสำรวจสภาพรอบตัว เรือนพักหลังนี้แทบไม่ต่างอะไรจากเล้าหมู หน้าต่างผุพัง หลังคารั่วซึมยามฝนตก ข้าวของกระจัดกระจายจากการถูกรื้อค้น นี่คือสิ่งที่ตระกูลมู่หรงผู้มั่งคั่งตอบแทนภรรยาของผู้มีพระคุณที่ออกไปรบจนตัวตายอย่างนั้นหรือ? ช่างน่าไม่อายสิ้นดี!
“ข้าจะไป... แต่ก่อนไป ข้าขอเตือนความจำท่านสักนิดนะเจ้าคะ” อิงอิงเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเยือกเย็นจนป้าสะใภ้ใหญ่ที่กำลังง่ามมือเตรียมตบซ้ำถึงกับชะงักค้างกลางอากาศ
“นะ... นังเด็กปากดี เจ้ากล้าดียังไงมาต่อปากต่อคำกับข้า!” ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธเกรี้ยว สั่งให้บ่าวรับชายร่างใหญ่สองคนพุ่งเข้ามาลากตัวเธอออกไป
“ถอยไป!” อิงอิงตวาดเสียงกร้าว พร้อมกับสะบัดแขนหลบการจับกุมได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว สัญชาตญาณเชฟที่ต้องรับมือกับความกดดันในครัวใหญ่และมีดอีโต้คมกริบมาทั้งชีวิตทำให้เธอไม่ได้อ่อนแอเหมือนเจ้าของร่างเดิม แม้ร่างกายนี้จะผอมแห้งแรงน้อย แต่จังหวะการก้าวหลบและการใช้ข้อศอกกระแทกเข้าที่ซี่โครงของบ่าวรับใช้คนสนิทก็แม่นยำราวจจับวาง จนอีกฝ่ายร้องโอดครวญทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น
ความเงียบงันเข้าปกคลุมบริเวณเรือนร้างชั่วขณะ บรรดาบ่าวไพร่ต่างอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง นังสะใภ้รองผู้เงียบง่ามและขี้ขลาดตาขาวผู้นี้ ไปเอาความกล้าและเรี่ยวแรงมาจากไหนกัน?
“จำไว้ เรือนหลังนี้แม้จะทรุดโทรม แต่ก็เป็นสินเดิมและเรือนหอที่ทางการพระราชทานให้ข้ากับสามีผู้ล่วงลับ... เอ่อ หรือยังไม่ตายกันแน่นะเจ้าคะ? พวกท่านรีบร้อนมาขับไล่ข้า ร้อนรนอยากฮุบที่ดินแปลงนี้ไปขายต่อให้เศรษฐีหลี่ใช่หรือไม่!” อิงอิงจงใจพูดเสียงดังเพื่อให้ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงที่เริ่มมามุงดูหน้าประตูกลุ่มใหญ่ได้ยินถนัดชัดเจน
ใบหน้าของป้าสะใภ้ใหญ่เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับแดงด้วยความอับอายและโกรธจัด “เหลวไหล! เจ้ามันตัวกาลกิณี กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา สามีเจ้าตายห่าในสนามรบ ทิ้งภาระให้ตระกูลเราต้องแบกรับ ไสหัวไปซะ! ถ้าไม่อยากตายด้วยกระบองของพวกข้า!”
อิงอิงแค่นหัวเราะในลำคอ “ได้... ข้าไปแน่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ และไม่ใช่ตัวเปล่า!”
พูดจบทันทีที่อิงอิงถอยหลังกลับเข้าไปในห้องนอนแล้วกระแทกประตูใส่หน้า ป้าสะใภ้ใหญ่ก็กรีดร้องโวยวายสั่งให้คนไปเอาขวานมาพังประตู แต่ทว่าภายในห้องแคบๆ นั้น อิงอิงกลับไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
หัวใจของเธอเต้นระส่ำด้วยความตื่นเต้นแปลกประหลาด เมื่อเธอตั้งสติและสัมผัสได้ถึงกระแสความเย็นเยียบที่หมุนวนอยู่ตรงกลางหน้าผาก ความทรงจำลึกลับอีกสายหนึ่งกำลังหลั่งไหลเข้ามา... มันคือ ‘มิติลับ’ พื้นที่เพาะปลูกอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ที่ติดตัวเธอข้ามภพข้ามชาติมาด้วย!
อิงอิงหลับตาลง วับตาเดียว ร่างของเธอก็หายวับไปจากห้องนอนที่กำลังถูกทุบทำลาย ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางดินแดนอันกว้างใหญ่ไพศาลที่เต็มไปด้วยหมอกสีมุกจางๆ อากาศที่นี่บริสุทธิ์สดชื่นจนปอดแทบพองโต เบื้องหน้าเธอคือผืนดินสีดำสนิทอุดมสมบูรณ์ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของแร่ธาตุ และตรงกลางมีบ่อน้ำทิพย์ใสสะอาดที่ผิวน้ำสะท้อนประกายระยิบระยับราวกับดวงดาว
“สวรรค์... นี่มันยิ่งกว่าถูกรางวัลแจ็กพอตเสียอีก” อิงอิงยิ้มกว้างจนตาหยี รอยยิ้มของเชฟสาวผู้รักความท้าทายกลับมาอีกครั้ง
บนชั้นวางของลอยได้ในมิติ ปรากฏเมล็ดพันธุ์พืชหายากและสมุนไพรวิเศษมากมายที่สูญพันธุ์ไปแล้วในโลกภายนอก ไม่ว่าจะเป็น ‘โสมหิมะพันปี’ ‘ข้าวสาลีหอมหมื่นลี้’ หรือแม้แต่ ‘เมล็ดพริกอัคคี’ ที่ให้รสชาติเผ็ดร้อนสะใจ สายตาของอิงอิงกวาดมองไปเห็นแปลงดินว่างเปล่า เธอก็ไม่รอช้า สองมือเรียวรีบลงมือพรวนดินและหย่อนเมล็ดพันธุ์พืชลงไปทันที เพียงแค่ใช้น้ำจากบ่อน้ำทิพย์รดลงไปเบาๆ ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น เมล็ดพืชเหล่านั้นแตกหน่อเติบโตออกดอกออกผลอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ!
“ด้วยวัตถุดิบเหล่านี้ ข้าไม่เพียงแต่จะร่ำรวยจนพวกตระกูลมู่หรงต้องกราบเท้าขอส่วนบุญ แต่ข้าจะใช้มันตบหน้าพวกคนใจแคบให้กระอักเลือดตายไปข้างหนึ่งเลยทีเดียว!”
อิงอิงก무มองผลผลิตสีสันสดใสในมิติด้วยความภาคภูมิใจ ก่อนที่เธอจะตัดสินใจหยิบ ‘โสมหิมะ’ หัวโตเท่ากำปั้นและห่อใบชาหอมกรุ่นติดมือออกมาจากมิติ เพื่อเตรียมรับมือกับแขกผู้ไม่ได้รับเชิญที่กำลังพังประตูเข้ามา
แต่ทว่า... ในจังหวะที่เธอกลับออกมายังโลกภายนอก เสียงทุบประตูกลับหยุดชะงักลงกะทันหัน
แทนที่จะเป็นเสียงด่าทอหยาบคายของป้าสะใภ้ใหญ่ กลับมีเสียงฝีเท้าหนักแน่นและทรงพลังนับสิบคู่ย่างกรายเข้ามาในบริเวณเรือนร้าง บรรยากาศรอบตัวพลันกดดันจนบ่าวไพร่ที่กำลังถือขวานถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัว
กลิ่นอายไอสังหารอันเข้มข้นลอยคละคลุ้งมากับสายลม อิงอิงขมวดคิ้วมุ่น เดินถือห่อสมุนไพรเปิดประตูห้องออกไปเผชิญหน้า
เบื้องหน้าของเธอ คือบุรุษร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะทหารสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งบนสวมหน้ากากเหล็กปกปิดรอยแผลเป็น แต่ดวงตาคมก్రిบราวกับเหยี่ยวคู่นั้นกลับจ้องมองตรงมาที่เธอด้วยประกายความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา... และที่สำคัญที่สุด บุรุษผู้ที่ผู้คนต่างลือกันว่า “ตายในสนามรบ” ไปแล้วผู้นี้ กำลังยืนประจันหน้าอยู่กับเธอ พร้อมกับกระบี่เปื้อนเลือดในมือที่ยังหยดติ๋ง!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "สวนส้มปลายฟ้า" เสมอมานะคะ
เซียนเกษตรจอมป่วนกับท่านแม่ทัพผู้คลั่งรักเมีย•ตอนที่ 1
มิติลับในเรือนร้าง
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรจอมป่วนกับท่านแม่ทัพผู้คลั่งรักเมีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
