คุณชายปากแซ่บกับยัยรูมเมตตัวแสบ•ตอนที่ 33

ธามโหมดหึงโหด

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"บอกแล้วไงครับว่าหมอนั่นมันไม่ได้จริงใจ... น้ำนิว ถอยออกมา" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของธามไม่ได้เบาเลยสักนิดในบรรยากาศกึ่งบาร์กึ่งคาเฟ่ริมแม่น้ำที่พวกเราเลือกเป็นจุดพักผ่อนหลังลุยเดี่ยวแบกเป้ตากฝนกันมาครึ่งค่อนวัน ฝ่าหนาของร่างสูงใหญ่ในเสื้อฮู้ดสีดำตัวโคร่งเอื้อมมากุมข้อมือผมไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันหนักแน่นและเด็ดขาดจนผมสะดุดลมหายใจไปชั่วขณะ ตรงหน้าเราห่างไปไม่ถึงสองก้าว 'พี่กรณ์' รุ่นพี่สายช่างภาพอิสระที่เพิ่งเจอในทริปนี้กำลังยืนค้างมือที่ถือแก้วสมูทตี้มะม่วงปั่น สายตาของอีกฝ่ายกึ่งงومกึ่งอึดอัด แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบฉบับหนุ่มแบดบอยรักการเดินทางยังคงประดับอยู่บนมุมปาก "อ้าว ธาม... น้องเขาก็แค่รับน้ำใจเฉยๆ ป่ะวะ นายจะอะไรนักหนา น้องน้ำนิวเขามีสิทธิ์เลือกเพื่อนร่วมทางนะ ไม่ได้อยู่ในแพ็กเกจทัวร์ของนายสักหน่อย" พี่กรณ์สวนกลับด้วยน้ำเสียงกวนประสาทไม่แพ้กัน ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือน อยากจะสะบัดข้อมือออกแล้วด่ากราดใส่ไอ้คนชอบทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของนี่ซะให้เข็ด แต่ติดตรงที่หางตาผมดันไปเห็นแววตาของธามในตอนนี้สิครับ... มันไม่ใช่สายตาขี้เล่นแบบตอนที่ชอบส่งสติกเกอร์กวนๆ มาแซวในแชต มันคือดวงตาคู่คมที่กำลังเขארขึงโกรธขึง และที่สำคัญที่สุดคือ ร่องรอยความไม่มั่นคงบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ความนิ่งเงียบนั้น ย้อนกลับไปเมื่อสิบนาทีที่แล้ว หลังจากที่ผมเผลอพิมพ์หัวใจดวงโตแล้วกดยกเลิกไม่ทันในแชตส่วนตัว บรรยากาศระหว่างเราสองคนก็เข้าสู่โหมด "เงียบกริบชวนอึดอัด" ทันที ธามไม่ได้พูดแซวสักคำ แถมยังเงียบใส่จนผมต้องแกล้งทำเป็นสนใจวิวข้างทางแก้เก้อ กระทั่งเราเดินมาเจอพี่กรณ์ที่อาสาจะเลี้ยงน้ำแล้วชวนผมไปดูจุดถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกฝั่งโน้น... เจ้ากรรมนายเวรเอ้ย แค่ผมรับแก้วน้ำมาแล้วยิ้มAขอบคุณตามมารยาท ธามที่เดินตามหลังมาเงียบๆ ก็ระเบิดโหมดนี้ใส่ทันที "แพ็กเกจทัวร์อะไรครับ... นี่มันพื้นที่ส่วนตัว" ธามก้าวเข้ามาประชิดตัวผมมากขึ้นจนแผ่นหลังผมเกือบจะชนอกแกร่งของเขา มืออีกข้างที่ไม่ได้จับข้อมือผม ยกขึ้นกอดอก สายตาคมกริบมองกราดไปที่พี่กรณ์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ถ้าพี่ว่างมาก ไปส่องนกส่องไม้โน่นครับ อย่ามาส่องแฟนชาวบ้าน" *แคก!* ผมสำลักน้ำลายตัวเองจนไอโขลกออกมาทันที หน้าแดงแจ๋ด้วยความตกใจและเขินอายจนอยากจะมุดแผ่นดินหนี "แฟน... แฟนบ้าอะไรของนายเล่าไอ้ธาม! พูดอะไรบ้าๆ หน้าไม่อาย!" ผมหันไปแหวใส่เขาพร้อมกับใช้มืออีกข้างตีแขนเขาเต็มแรง แต่ธามกลับไม่มีทีท่าจะสะดุ้งสะเทือน แถมยังกระชับข้อมือผมให้แน่นขึ้นอีกนิด แล้วโน้มใบหน้าลงมาจนกระซิบชิดใบหู "ก็เห็นส่งหัวใจมาให้เมื่อกี้... นึกว่าเลื่อนขั้นเป็นแฟนแล้วซะอีก หรือว่าเด็กแถวนี้แค่มือลั่น?" เสียงกระซิบกระชากวิญญาณนั่นทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว ร้อนผ่าวไปถึงใบหูจนผมต้องรีบเบือนหน้าหนี ท่าทางอึกอักและหน้าแดงก่ำของผมคงฟ้องชัดเจนจนพี่กรณ์ที่ยืนมองอยู่ถึงกับหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ "โอเคๆ ยอมแพ้ครับ น้องธามเขาวงกตแรงจริง พี่ไม่ยุ่งด้วยละ" พี่กรณ์ยกมือยอมแพ้ ยิ้มมุมปากให้ผมทีหนึ่งก่อนจะเดินเลี่ยงหายเข้าไปในฝูงชนนักท่องเที่ยวปล่อยให้เราสองคนยืนอยู่ตรงมุมระเบิดเวลาแห่งนี้ตามลำพัง ทันทีที่คู่แข่งถอยทัพ บรรยากาศรอบตัวก็ยิ่งเงียบงันลงไปอีก เสียงคลื่นซัดฝั่งเบาๆ แข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรำอยู่ในอกผม ธามยังไม่ยอมปล่อยมือออกจากข้อมือผม เขายังคงยืนซ้อนอยู่ด้านหลังในระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมผสมกับกลิ่นอายแดดและฝนจางๆ จากตัวเขาโชยเข้าจมูกจนผมเผลอสูดหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว "ปล่อยได้แล้วมั้ง..." ผมพึมพำเสียงเบา แทบจะกระซิบ "ไม่ปล่อยครับ" ธามตอบกลับทันควัน น้ำเสียงจริงจังจนผมต้องหันกลับไปมอง "จนกว่านายจะเคลียร์เรื่องเมื่อกี้ให้รู้เรื่อง" "เรื่องอะไรเล่า ไม่มีอะไรสักหน่อย มือมันลั่น!" ผมเถียงคอเป็นเอ็น ถึงแม้ว่าในใจมันจะเต้นตึ้กตักรุนแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอกแล้วก็ตามที คนอะไร... ดื้อเป็นบ้า แถมยังชอบต้อนคนอื่นจนมุมอยู่เรื่อย "มือลั่นเหรอครับ?" ธามเลิกคิ้วสูง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่คุ้นเคยเริ่มกลับมาแตะที่มุมปาก "งั้นเดี๋ยวฉันช่วยทำให้มันลั่นใหม่อีกรอบดีไหม? เอาแบบไม่ต้องกดลบนะ น้ำนิว" "ไอ้ธาม!" ผมร้องลั่น หน้าแดงแจ๋จนแทบจะระเบิดเป็นโกโก้ครั้นช์ มือที่ว่างอยู่เงื้อมขึ้นจะตีไหล่เขาอีกรอบ แต่คราวนี้ธามไวกว่า เขาคว้าข้อมือผมทั้งสองข้างรวบไว้ด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะดึงร่างผมเข้าไปชิดจนแผ่นอกแนบชิดกับอกแกร่งของเขา สายตาที่เขามองมาตอนนี้มันเต็มไปด้วยความคลั่งรักที่ปิดไม่มิด ชวนให้ใจสั่นระรัวจนแทบยืนไม่อยู่ ในจังหวะที่ผมกำลังจะอ้าปากโวยวายกลบเกลื่อนความเขินอาย สายตาก็เหลือบไปเห็นเงาร่างของใครบางคนกำลังเดินตรงเข้ามาจากทางล็อบบี้รีสอร์ท พร้อมกับเสียงเรียกชื่อที่ทำให้ทั้งผมและธามต้องชะביกหันไปพร้อมกัน "อ้าว... น้องธาม กับน้องน้ำนิว มาอยู่นี่เองเหรอคะ? พี่กำลังตามหาอยู่พอดีเลย..." ร่างชุ่มเหงื่อเล็กน้อยของ 'พี่มีน' สJQ สาวสวยรุ่นพี่ร่วมทริปที่เคยหายตัวไปทำธุระส่วนตัวเมื่อช่วงเช้าก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้า รอยยิ้มกว้างขวางของเธอส่งมาให้เราทั้งคู่ แต่สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกสะดุดกึกจนลมหายใจสะดุด ไม่ใช่รอยยิ้มนั้น... แต่เป็นซองจดหมายสีขาวสะอาดตาในมือของเธอ ที่ประทับตราโลโก้ของสถานีตำรวจท้องถิ่น และข้อความสั้นๆ ที่เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหอบเหนื่อย "พอดีพี่เพิ่งไปรับของนี้มาจากเจ้าหน้าที่... เขาบอกว่ามีคนเก็บกระเป๋าเป้ใบที่พวกเราทำหายเมื่อวานได้แล้ว แต่... มีเงื่อนไขบางอย่างที่เจ้าของกระเป๋าต้องไปเซ็นรับด้วยตัวเอง และดูเหมือนว่าในนั้น จะมีสิ่งของสำคัญที่สุดของน้ำนิวอยู่ด้วย..." ธามชะงักมือที่จับข้อมือผมไว้ทันที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความจริงจังในเสี้ยววินาที ขณะที่ผมก้มมองซองจดหมายในมือพี่มีน หัวใจที่เคยเต้นแรงเพราะความเขินเมื่อครู่ กลับหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เป้ใบนั้น... ใบที่ผมแบกมาตลอดทาง และซ่อนความลับบางอย่างที่ไม่อยากให้ใครเห็นเอาไว้... **โปรดติดตามตอนต่อไป...** แบกเป้ท่องโลกขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปด้วยกันในทุกๆ ตอนนะครับ
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายปากแซ่บกับยัยรูมเมตตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%