"ถ้าคุณคิดว่างานดีไซน์ของฉันเป็นแค่ 'บ้านตุ๊กตา' ที่เด็กอนุบาลยังต่อสวยกว่า คุณก็ช่วยถอดสมองก่อนเดินเข้าไซต์งานนี้ด้วยนะคะ จะได้ไม่ต้องเปลืองออกซิเจนหายใจร่วมกัน"
เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นปูนเปลือยดัง *ก๊อก ๆ* เป็นจังหวะที่เด็ดเดี่ยวและมั่นคง รินรดาในชุดสูทเบลเซอร์สีเทาอ่อนทับเสื้อกล้ามสีดำ ปล่อยผมยาวสลวยที่ปลิวไปตามแรงลมของไซต์งานก่อสร้าง เธอก้าวฉับ ๆ เข้ามากลางพื้นที่โครงสร้างคอนกรีตดิบๆ ของโครงการพูลวิลล่าหรูใจกลางเมือง ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นตากันแดดแบรนด์ดังฉายแววความดุดันและพร้อมปะทะเต็มพิกัด
สถาปนิกสาวไฟแรงอย่างเธอไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แม้กระทั่ง ‘เจ้าของโปรเจกต์’ ตัวจริงเสียงจริงที่ยืนกอดอกพิงเสาปูนอยู่ตรงนั้น
ธามไท... ซูเปอร์สตาร์หนุ่มชื่อดังแถวหน้าของเมืองไทย เจ้าของใบաբหน้าหล่อเหลาราวกับเทพปั้นที่มักจะปรากฏอยู่บนจอแก้วและบิลบอร์ดขนาดยักษ์ แต่ในเวลานี้ เขากลับสวมเพียงเสื้อยืดสีดำสนิท กางเกงยีนส์เซอร์ๆ และแว่นตากันแดดทรงนักบินที่ปิดบังดวงตาคมกริบเกือบครึ่งหน้า ภาพลักษณ์ของเขาในชีวิตจริงไม่ได้ดูนุ่มนวลเหมือนในละคร ตรงกันข้าม... มันหยิ่งยโส เย็นชา และแผ่รังสีความน่ารำคาญออกมาแบบไม่ปิดบัง
ชายหนุ่มค่อยๆ ถอดแว่นตากันแดดออกด้วยปลายนิ้วเรียวยาว ดวงตาสีนิลคมกราบกวาดมองผู้หญิงตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาสมเพชแกมเยาะหยัน
"นึกว่าใคร... สถาปนิกป้ายแดงที่ผลงานเพิ่งได้รางวัลประกวดระดับอนุบาลสินะครับ" ธามไทเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่บาดลึก รอยยิ้มมุมปากของเขามันชวนให้คนฟังอยากกระโดดถีบยอดหน้าสักที "หน้าตาก็พอใช้ได้นะ แต่ไม่รู้ว่าสมองกับฝีมือจะสวนทางกับความมั่นหน้าหรือเปล่า ถึงได้กล้าแก้แบบแปลนที่เป็นซิกเนเจอร์ของผมเละเทะไม่มีชิ้นดีแบบนี้"
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เธอถอดแว่นกันแดดออกบ้าง เผยให้เห็นดวงตาคู่สวยที่กำลังลุกโชนด้วยไฟแห่งความโกรธ
"ซิกเนเจอร์เหรอคะ? คุณหมายถึงระเบียงทรงประหลาดที่ถ้าลมพัดแรงมาทีเดียวคงปลิวไปแปצאดาวอังคารนั่นน่ะเหรอคะคุณธามไท? ในฐานะสถาปนิก ฉันมีหน้าที่ออกแบบสิ่งที่ 'ใช้งานได้จริง' และปลอดภัย ไม่ใช่สร้างอนุสาวรีย์สนองนีีดความอินดี้บ้าบอของคุณ!"
"นี่คุณ!" ธามไทขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ความนิ่งสงบที่เคยมีพังทลายลงในพริบตาเมื่อเจอฤทธิ์เดชของสถาปนิกสาวฝีปากกล้าคนนี้ "คุณรู้ไหมว่าแบบแปลนนั้นผมใช้เวลาคิดมาเป็นเดือน! แล้วคุณเป็นใคร ถึงกล้าวิจารณ์งานศิลปะของผมว่ามันไร้สาระ!"
"ฉันเป็นสถาปนิกผู้รับผิดชอบโปรเจกต์นี้ค่ะ! และตราบใดที่ชื่อในสัญญาคือรินรดา คนที่จะตัดสินใจว่าอะไรควรอยู่หรือควรทิ้ง... คือฉัน ไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์สมองกลวงที่รู้เรื่องการก่อสร้างแค่ตอนยืนโพสต์ท่าถ่ายรูป!"
บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบลงทันที คนงานก่อสร้างและวิศวกรที่ยืนอยู่รอบบริเวณต่างพากันกลืนน้ำลายเอืึง ลอบกลั้นหายใจเพราะไม่เคยเห็นใครกล้าต่อปากต่อคำกับธามไทผู้ทรงอิทธิพลด้วยประโยคเชือดเฉือนแบบนี้มาก่อน
ธามไทก้าวเข้าไปประชิดตัวรินรดาอย่างรวดเร็ว ความสูงของเขาทำให้ร่างบางต้องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตากับเขา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับกลิ่นฝุ่นปูนและเหงื่อจางๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความตึงเครียดและเคมีอันร้อนแรงที่ปะทะกันอย่างรุนแรง
"ปากเก่งดีนี่... หวังว่าฝีปากกับฝีมือของคุณจะคมพอๆ กันนะ" ธามไทโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดข้างแก้ม น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นกระซิบกระซาบที่เต็มไปด้วยความท้าทาย "ถ้าโปรเจกต์นี้พังลงมาเมื่อไหร่ เตรียมตัวหาเงินมาชดใช้ค่าเสียหายระดับร้อยล้านได้เลยครับ คุณสถาปนิกคนเก่ง"
รินรดาไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เธอเชิดคางขึ้นสบตากับดวงตาสีนิลคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน
"ร้อยล้านเหรอคะ? ฉันไม่กลัวหรอกค่ะ แต่ฉันกลัวว่า... คุณนั่นแหละที่จะทนทำงานร่วมกับฉันไม่ได้ จนต้องเป็นฝ่ายวิ่งหนีร้องไห้กลับบ้านก่อนซะเอง"
ธามไทจ้องมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงเขาฉอดๆ ด้วยแววตาที่ไหววับชั่วขณะ ความรู้สึกบางอย่างที่แปลกประหลาดและเร่าร้อนกำลังตีรวนอยู่ในอก เขาเกลียดผู้หญิงอวดดี... แต่ให้ตายเถอะ ผู้หญิงตรงหน้ากลับทำให้เขาระSายสายตาไม่ได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว
ในเสี้ยววินาทีที่ความเงียบเข้าปกคลุม ท่ามกลางสายตาของคนงานนับสิบที่ลุ้นระทึก เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อเบลเซอร์ของรินรดาก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ เธอยังคงไม่ละสายตาจากใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างแค่คืบ นิ้วเรียวควักโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมจะกดตัดสาย แต่จังหวะนั้นเอง...
มือหนาของธามไทก็ยื่นมาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นด้วยแรงมหาศาล รินรดาชะงัก เงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างไม่เข้าใจ
"ใครโทรมา?" ธามไทถามเสียงเข้ม แววตาเย็นชาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด "บอกมันว่าคุณกำลังติดธุระสำคัญอยู่... เรื่องงานระหว่างเรายังเคลียร์ไม่จบ!"
รินรดากะพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงงกับปฏิกิริยาพลิกฝาหลังมือของพ่อซูเปอร์สตาร์หนุ่มปากร้าย แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้อ้าปากตอกกลับอะไรกลับไป เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อเธอก็ลอยดังมาจากทางด้านทางเข้าไซต์งาน
"คุณรินรดาครับ! ทางสำนักงานใหญ่โทรมาแจ้งด่วนเลยครับว่า... 'คุณกรณ์' นักลงทุนรายใหญ่ที่สุดของโปรเจกต์นี้ กำลังเดินตรวจงานอยู่ที่ชั้นล่าง และกำลังจะขึ้นมาบนนี้แล้วครับ!"
ธามไทชะงักกึก สีหน้าที่เคยเย่อหยิ่งและดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงในเสี้ยววินาที รินรดาเบิกตากว้างเมื่อหันไปมองตามเสียงเรียก และในจังหวะนั้นเอง... ประตูลิฟต์ขนของชั่วคราวที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลก็เปิดผางออก พร้อมกับร่างสูงสง่าของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี๊ยบกริบที่ก้าวเท้าเข้ามาเหยียบพื้นชั้นนี้ด้วยสีหน้าบึ้งตึง!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความป่วนชวนใจเต้นนี้นะคะ!
แปลนรักฉบับป่วน กวนหัวใจคุณสถาปนิก•ตอนที่ 1
ไซต์งานนี้ใครคุม?
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แปลนรักฉบับป่วน กวนหัวใจคุณสถาปนิก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
