แปลนรักฉบับป่วน กวนหัวใจคุณสถาปนิก•ตอนที่ 3

กฎเหล็กของสถาปนิก

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
“กระดาษทิชชูแผ่นเดียว... ยังมีราคาค่างวดมากกว่าความเห็นของเธอในโปรเจกต์นี้เลยมั้ง คุณสถาปนิก” เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย้ยหยันจงใจลอยมาปะทะโสตประสาท ท่ามกลางความเงียบสงบของห้องประชุมใหญ่บนชั้นเพนต์เฮوسหรู รินรดาแทบไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมองก็รู้ว่าเจ้าของเสียงกวนประสาทนี้คือใคร ธามไท—ซูเปอร์สตาร์หนุ่มผู้มีใบหน้าราวกับเทพปั้นแต่งแต้มด้วยความหยิ่งยโสเป็นนิจ กำลังทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ด้วยท่าทางสบายอารมณ์ นัยน์ตาคมกริบสีนิลคู่นั้นมองตรงมาที่เธอกราวกับเธอเป็นเพียงฝุ่นผงที่ติดอยู่บนรองเท้าแบรนด์เนมราคาแพงของเขา รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอวางปากกาแท่งโปรดลงบนโต๊ะกระจกใสอย่างใจเย็น ไม่มีความสะท้านสะเทือนใดๆ ปรากฏบนใบหน้าเรียวสวยที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบา ตรงกันข้าม... ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยประกายความท้าทายที่พร้อมจะฟาดฟันทุกเมื่อ “ถ้าความเห็นของฉันมันไร้ค่าในสายตาคุณนัก ฉันก็สงสัยเหลือเกินค่ะว่าทำไมคุณถึงยังนั่งหน้าเป็นมันอยู่ในห้องประชุมนี้ตั้งแต่แปดโมงเช้า หรือว่าตารางงานในฐานะซูเปอร์สตาร์ระดับประเทศมันว่างมาก จนต้องมานั่งจับผิดดีไซน์มินิมอลที่คนไร้รสนิยมอย่างฉันออกแบบกันแนคะ?” รอยยิ้มมุมปากของธามไทกระตุกวูบ ประกายความหงุดหงิดแล่นผ่านดวงตาคู่นั้นอย่างรวดเร็วก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเรียบเฉยอันเป็นเอกลักษณ์ เขายันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานชั่วคราวของเธออย่างคุกคาม กลิ่นน้ำหอมผู้ชายแบรนด์ดังเจือจางปะปนกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ชายหนุ่มโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอลดลงจนน่าใจหาย ปลายจมูกโด่งรั้นแทบจะเฉียดผ่านแก้มเนียนหากเธอขยับตัวเข้าใกล้มากกว่านี้อีกเพียงนิดเดียว “ปากเก่งให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะ รินรดา” ธามไทกระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำพร่าที่จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน “จำไม่ได้หรือไงว่าเราเพิ่งตกลงอะไรกันไปเมื่อวาน” “จำได้แม่นเลยค่ะ” เธอกล้าสบตาเขาตรงๆ โดยไม่ยอมเบือนหนีแม้แต่เซนติเมตรเดียว “กฎเหล็กข้อแรกของฉันคือ... ห้ามคุณ—ธามไท มารยาททรามคนนี้—แทรกแซงงานออกแบบโครงสร้างและทิศทางแสงเด็ดขาด เพราะฉันเป็นสถาปนิกผู้รับผิดชอบ ไม่ใช่ลูกน้องคุณที่จะต้องคอยมารับคำสั่งบ้าๆ จากคนเอาแต่ใจตัวเอง” ธามไทแค่นเสียงฮึในลำคอ ดวงตาคมวับจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ ด้วยความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอก ทั้งหมั่นไส้ ทั้งอยากจะบดขยี้ความอวดดีนั้นให้แหลกคามือ... และในขณะเดียวกัน ความรู้สึกบางเบาที่ตีตื้นขึ้นมาทุกครั้งที่เธอต่อปากต่อคำก็ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาเต้นผิดจังหวะอย่างน่ารำคาญ “กฎเหรอ?” เขาเอ่ยทวนคำด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปแตะขอบกระดาษแปลนพิมพ์เขียวบนโต๊ะ ก่อนจะออกแรงฉีกมันขาดวิ่นต่อหน้าต่อตาอย่างเลือดเย็น “สำหรับฉัน... กฎมีไว้แหก และแปลนห่วยๆ ของเธอนี่แหละ คือเป้าหมายแรกที่จะโดนฉันเหยียบขยี้ให้เละ” รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ชั่วพริบตาเดียวความอดทนที่สะสมมาทั้งสัปดาห์ก็ระเบิดออก เธอผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนหน้าอกเกือบจะชนกับแผงอกกว้างของเขา แรงปะทะจากความโกรธทำให้เธอลืมระยะห่างอันตรายระหว่างกันไปเสียสนิท “คุณมันบ้าไปแล้วหรือไง ธามไท! นั่นคือแปลนที่ฉันนั่งอดหลับอดนอนแก้มาสามวันสามคืนนะ!” เสียงหวานหวีดขึ้นอย่างเหลืออด มือเรียวเอื้อมไปหมายจะยื้อแย่งกระดาษที่เหลือคืน แต่มีหรือที่ซูเปอร์สตาร์ขายาวจะยอมปล่อย เขากลับคว้าข้อมือเล็กของเธอเอาไว้รวบเดียวด้วยมือข้างเดียว รั้งร่างบางเข้ามาชิดจนแผ่นอกแนบสนิทอย่างไร้ช่องว่าง ลมหายใจร้อนผ่าวของทั้งคู่ปะปนกันในอากาศที่แคบลง รินรดารู้สึกเหมือนถูกพันธนาการไว้ด้วยอ้อมแขนแข็งแกร่งที่ร้อนระอุราวกับเตาไฟ ดวงตาคู่สวยตวัดมองเขาอย่างเอาเรื่อง แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นโครมครามจนดังสะท้อนก้องอยู่ในหู “ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ!” เธอกัดฟันกรอด พยายามบิดข้อมือให้หลุดจากการเกาะกุม แต่แรงของเธอนั้นเทียบไม่ได้เลยกับชายหนุ่มที่ออกกำลังกายฟิตร่างกายอย่างหนักเพื่อการแสดง “ไม่ปล่อย... จนกว่าเธอจะยอมรับว่าเธอกำลังทำพัง” ธามไทก้มลงกระซิบชิดริมใบหู เสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด ความใกล้ชิดที่มากเกินความจำเป็นเริ่มแปรเปลี่ยนบรรยากาศรอบตัวให้ร้อนรุ่มขึ้นอย่างประหลาด ปลายจมูกโด่งของเขาเฉียดผ่านเส้นผมสลวยที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ จางๆ ที่ติดตรึงใจเขามาตั้งแต่เมื่อวาน รินรดานิ่งงังไปชั่วขณะ สมองที่เคยประมวลผลเรื่องเส้นสายและโครงสร้างอาคารกลับว่างเปล่าลงอย่างกะทันหัน เคมีที่พุ่งพล่านระหว่างความดื้อรั้นของเธอและความเผด็จการของเขาแผ่ซ่านไปทั่วผิวหนังจนรู้สึกร้อนผ่าวไปหมด เธอเงยหน้าขึ้นเพื่อจะต่อว่าเขาให้สาสม แต่จังหวะนั้นเองที่สายตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างจัง—ลึกซึ้ง และเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ริมฝีปากของธามไทขยับเข้าใกล้เรียวปากอิ่มของเธอทีละน้อย ความยโสโอหังในแววตาก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงประกายความปรารถนาอันร้อนแรงที่ฉายชัดจนรินรดาลมหายใจสะดุด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล เธอลืมสิ้นซึ่งกฎเหล็ก ลืมสิ้นความโกรธเกรี้ยว และลืมแม้กระทั่งวิธีการหายใจ ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของพวกเขากำลังจะสัมผัสกันและกัน ท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดเต้น *แอ๊ด...* เสียงเปิดประตูกระจกบานใหญ่ด้านหลังห้องดังขึ้นเบาๆ แต่กลับทำลายภวังค์ความเคลิบเคลิ้มลงราวกับสายฟ้าฟาด “คุณธามคะ! แย่แล้วค่ะ ทีมประชาสัมพันธ์โทรมาแจ้งว่านักข่าวบุกมาถึงล็อบบี้ตึกแล้ว เพราะมีคนตาดีเห็นคุณเดินเข้าตึกนี้กับสถาปนิกสาว...” เสียงหวานใสของ ‘มิน아’ ผู้จัดการส่วนตัวของธามไทชะงักกึกทันทีเมื่อก้าวเข้ามาเห็นภาพเบื้องหน้า ธามไทผละออกจากรินรดาอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟลวก ใบหน้าหล่อเหลากลับคืนสู่ความเย็นชาเรียบเฉยในเสี้ยววินาที ขณะที่รินรดารีบถอยหลังกรูด สองมือสั่นเทาพยายามจัดเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองให้เข้าที่ด้วยความกระอักกระอ่วนใจ ทว่า... ก่อนที่ใครจะได้ทันตั้งตัว ประตูลิฟท์ส่วนตัวที่เชื่อมตรงจากชั้นล่างก็เปิดผางออก พร้อมกับเสียงแฟลชวับวาบและเสียงโกลาหลของผู้สื่อข่าวจำนวนนับสิบชีวิตที่กรูเข้ามาเหยียบย่างสู่พื้นที่ส่วนตัว โดยมีร่างสูงสง่าของใครอีกคนก้าวตามเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่รินรดาไม่มีวันลืม ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ <3
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แปลนรักฉบับป่วน กวนหัวใจคุณสถาปนิก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%