“เซ็นให้จบเสียทีนะคะคีริน... ฉันไม่อยากเสียเวลาอันมีค่าไปกับคนที่ไม่เคยรู้จักคำว่า 'ให้เกียรติ' ภรรยาตัวเองเลยแม้แต่วันเดียว”
รินรดาวางเอกสารชุดหนึ่งลงบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งราคาแพงระยับ เสียงกระดาษที่กระทบพื้นผิวโต๊ะดูเบาหวิว แต่มันกลับดังก้องราวกับเสียงระเบิดในความรู้สึกของคนในห้อง คีรินที่กำลังก้มหน้าอยู่กับแฟ้มงานเงยหน้าขึ้น สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองเอกสารสีขาวสะอาดตา ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตาหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยความรำคาญใจที่ปิดไม่มิด
“เธอคงเบื่อที่จะเล่นละครบทนางเอกผู้ถูกกระทำแล้วสินะ รินรดา” เขาเอ่ยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบ “ถึงได้คิดจะมาเรียกร้องความสนใจด้วยการยื่นใบหย่าในเวลาที่ฉันกำลังยุ่งแบบนี้”
“ฉันไม่ได้เรียกร้องความสนใจค่ะ” เธอตอบกลับทันควัน แววตาคู่สวยที่เคยอ่อนแสงลงเพราะความรัก กลับกลายเป็นความเย็นชาที่ดูสงบนิ่งราวกับผืนน้ำลึก “ฉันแค่กำลังคืนอิสรภาพให้คุณ และขอชีวิตที่เหลือของฉันคืน... หวังว่าคุณจะอ่านรายละเอียดในนั้นให้ดี เพราะทุกบรรทัดฉันร่างด้วยสติสัมปชัญญะที่ครบถ้วน ว่าเราสองคนไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกันอีกต่อไป”
คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ เขามองหญิงสาวที่ยืนตัวตรงสง่างามในชุดเดรสทำงานคัตติ้งเนี้ยบ ความรู้สึกบางอย่างในอกมันวูบไหวราวกับมีเข็มเล่มเล็กๆ ทิ่มแทง แต่นิสัยถือดีที่มีมาตลอดชีวิตทำให้เขาเลือกที่จะกลบเกลื่อนมันด้วยการเหยียดยิ้ม
“อิสรภาพงั้นเหรอ? เธอก็รู้นี่ว่าสถานะภรรยาของฉันมันมีมูลค่าแค่ไหนในวงการธุรกิจ แต่ก็นะ... ในเมื่อเธออยากไปนัก ฉันก็ไม่มีเหตุผลที่จะรั้งคนจืดชืดอย่างเธอไว้”
เขาหยิบปากกาหมึกซึมด้ามหรูขึ้นมาจรดลงบนกระดาษอย่างไม่ลังเล รินรดามองภาพนั้นด้วยหัวใจที่แกร่งดั่งหินผา ความรักที่เคยมีให้เขาตายไปตั้งแต่วันที่เขาตัดสินใจทิ้งเธอไว้กลางคันในคืนวันครบรอบแต่งงานเพื่อไปพบใครอีกคน เธอไม่หลั่งน้ำตา ไม่สะอื้นไห้ เพราะหยาดน้ำตาเหล่านั้นมันเหือดแห้งไปตั้งแต่วันที่เธอตัดสินใจเดินออกจากชีวิตเขาพร้อมกับความลับที่เขายังไม่มีวันได้รู้
“ขอบคุณค่ะ” เธอกล่าวสั้นๆ ก่อนจะหยิบใบหย่าที่ลงนามเรียบร้อยกลับมาเก็บใส่ซอง “จากนี้ไป หวังว่าเราคงไม่ต้องพบกันอีก ยกเว้นแต่ในกรณีที่มีเรื่องทางธุรกิจที่เลี่ยงไม่ได้”
รินรดาหมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานของเขาทันที จังหวะก้าวเท้าของเธอมั่นคงและสง่างาม ผิดกับผู้หญิงที่เขาเคยรู้จักเมื่อสามปีก่อนโดยสิ้นเชิง คีรินมองตามแผ่นหลังที่ห่างออกไป ความรู้สึกโหวงเหวงที่อธิบายไม่ได้เกาะกินใจเขาอย่างประหลาด เขาพยายามสะบัดความคิดนั้นทิ้งและกลับไปสนใจงานตรงหน้า แต่ทว่าสมาธิของเขากลับกระเจิดกระเจิงไปเสียหมด
***
ณ คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง...
ทันทีที่เสียงประตูปิดลง ความแข็งกร้าวที่รินรดาพยายามสร้างขึ้นก็มลายหายไป เธอพิงหลังกับบานประตู ถอนหายใจออกมาแผ่วเบาเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด ก่อนจะได้ยินเสียงฝีเท้าเล็กๆ วิ่งตึงตังออกมาต้อนรับ
“หม่ามี้! วันนี้หม่ามี้กลับเร็วจังเลยค่ะ ลินินคิดถึงหม่ามี้ใจจะขาดแล้ว!”
เด็กหญิงวัยสี่ขวบที่มีดวงตากลมโตและใบหน้าจิ้มลิ้มวิ่งเข้ามากอดขาของเธอไว้แน่น รินรดาย่อตัวลงไปกอดร่างเล็กนั้นไว้แนบอก ความอ่อนโยนที่ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างมิดชิดถูกนำออกมาใช้กับลูกสาวเพียงคนเดียว ลินินคือเครื่องพิสูจน์ว่าชีวิตของเธอไม่ได้พังทลายลงเสียทีเดียว แต่มันกลับงอกงามด้วยความรักที่บริสุทธิ์ที่สุด
“คิดถึงเหมือนกันค่ะคนเก่ง ของหม่ามี้” เธอหอมแก้มเด็กน้อยฟอดใหญ่ “วันนี้ที่โรงเรียนเป็นยังไงบ้างคะ? คุณครูดุหรือเปล่า?”
“ไม่ดุเลยค่ะ! วันนี้ลินินวาดรูปคุณพ่อด้วยนะ หม่ามี้ดูสิคะ” ลินินจูงมือแม่ไปที่โต๊ะวาดรูป บนกระดาษแผ่นนั้นมีภาพลายเส้นยุ่งเหยิงของชายคนหนึ่งที่ดูสง่างาม แม้จะวาดด้วยสีเทียน แต่เค้าโครงของดวงตาและสันกรามที่เด็กน้อยบรรจงวาดนั้น ช่างดูคุ้นตาเสียจนหัวใจของรินรดากระตุกวูบ
“ลินิน... ทำไมถึงวาดรูปคุณพ่อล่ะคะลูก?” เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย
“ลินินแค่ฝันเห็นค่ะ ในฝันคุณพ่อตัวสูงมาก แล้วก็ใส่ชุดสีดำเหมือนที่คนในทีวีใส่เลยค่ะ” เด็กน้อยยิ้มกว้าง “คุณพ่อในฝันหล่อเหมือนลินินเลยใช่ไหมคะหม่ามี้?”
รินรดาทำได้เพียงลูบผมลูกสาวด้วยความเจ็บปวดลึกๆ ความผิดพลาดเดียวในชีวิตของเธอคือการปล่อยให้สายเลือดของคนไร้หัวใจคนนั้นไหลเวียนอยู่ในกายของลูกสาวคนเดียวที่เธอรักยิ่งกว่าชีวิต เธอหวังเพียงว่าโลกใบนี้จะกว้างใหญ่พอที่จะไม่ทำให้พ่อลูกคู่นี้ต้องโคจรมาเจอกันอีก
***
วันต่อมา...
คีรินเดินเข้ามาในคาเฟ่หรูเพื่อรอพบหุ้นส่วนทางธุรกิจ แต่สายตาของเขากลับสะดุดเข้ากับเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังยืนต่อแถวรอซื้อไอศกรีมกับหญิงสาวคนหนึ่งที่คุ้นตาเหลือเกิน รินรดา... เขาจำแผ่นหลังนั้นได้แม่นยำ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เขาชะงัก
เด็กหญิงคนนั้นหันกลับมาทางเขาพอดี ใบหน้าเล็กจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโตที่ดูเด็ดเดี่ยวแต่แฝงความไร้เดียงสา คิ้วที่ขมวดเข้าหากันยามใช้ความคิด ทุกอย่าง... ทุกอย่างช่างเหมือนกับภาพถ่ายในวัยเด็กของเขาในอัลบั้มที่บ้านไม่มีผิดเพี้ยน!
หัวใจของชายหนุ่มเต้นรัวแรงราวกับจะหลุดออกมานอกอก เขาไม่ได้ยินเสียงรอบข้างอีกต่อไป แม้แต่เสียงของหุ้นส่วนที่กำลังเดินเข้ามาทักทาย สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่เด็กน้อยที่กำลังรับไอศกรีมจากมือแม่ ก่อนที่รินรดาจะหันมามองทางเขาพอดี แววตาของเธอเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเมื่อครู่เป็นความเย็นชาสุดขั้วในทันทีที่สบตากับเขา
เขากำลังจะก้าวเท้าเดินเข้าไปหา แต่รินรดากลับรีบคว้ามือเด็กน้อยคนนั้นแล้วหันหลังกลับเดินออกไปอย่างรวดเร็ว คีรินรีบสาวเท้าตามไปโดยไม่สนอะไรทั้งสิ้น แต่เมื่อเขาผลักประตูร้านออกไปข้างนอก สิ่งที่พบกลับมีเพียงถนนที่ว่างเปล่าราวกับว่าสองแม่ลูกนั้นหายไปกับอากาศธาตุ
เขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มือสั่นระริกด้วยความสับสนที่พุ่งพล่านอยู่ในอก... หรือนี่จะเป็นเหตุผลที่เธอรีบขอหย่า? หรือเด็กคนนั้น... คือสายเลือดที่เขามองข้ามไปตลอดสี่ปี!
ละอองดาวเดือนเก้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารี้ดเดอร์จะร่วมเดินทางไปกับรอยร้าวครั้งนี้จนถึงตอนจบนะคะ
ลิขิตรักฉบับแก้ไขในรอยร้าว•ตอนที่ 1
รอยร้าวที่ยากจะประสาน
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลิขิตรักฉบับแก้ไขในรอยร้าว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
