เอกสารฉบับนั้นวางอยู่บนโต๊ะไม้สักเก่าๆ เสียงกระดาษพลิกไหวตามแรงขยับของปลายนิ้วที่สั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธระคนระئมที่เมฆต้องพยายามสะกดกลั้นเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
"ข้อเสนอนี้ไม่ได้มีแค่วันเดียวนะครับคุณเมฆ... หนี้สินกองโตของสหกรณ์ การซ่อมแซมระบบน้ำที่ต้องใช้ทุนมหาศาล และที่สำคัญที่สุด ยายรินกับร้านกาแฟเล็กๆ นั่นจะอยู่รอดได้อย่างไร ถ้าไม่มีเงินทุนก้อนโตจากกลุ่มทุนของเรามาหนุนหลัง"
เสียงของชายในชุดสูทภูมิฐานแบรนด์ดังเอ่ยขึ้น เขาคือนายทุนตัวแทนจากกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ รอยยิ้มบนใบหน้าของอีกฝ่ายเคลือบด้วยความมั่นอกมั่นใจ ราวกับว่าชัยชนะอยู่ในกำมือตั้งแต่อ้าปากพูดแล้ว
เมฆยังคงนิ่งเงียบ ดวงตาคมกริบมองลอดผ่านหน้าต่างกระจกใสออกไปเบื้องนอก ท่ามกลางสายหมอกบางเบาที่ปกคลุมแนวต้นกาแฟอาราบิก้าอินทรีย์ เม็ดน้ำค้างยังคงเกาะอยู่บนยอดใบหญ้าสีเขียวขจี มันคือหยาดหยดแห่งความเหนื่อยยากและความหวังที่เขาและรินร่วมกันฟูมฟักมาด้วยมือตลอดหลายปีที่ผ่านมา
"คุณกำลังเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่าครับ" เมฆเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่หนักแน่นก้องกังวานไปทั่วห้องทำงานเล็กๆ ในเรือนไม้
นายทุนหนุ่มชะงัก รอยยิ้มบนมุมปากแข็งค้างไปชั่วขณะ
"ผมไม่ได้ทำไร่นี้ขึ้นมาเพื่อรอวันขายทิ้งให้ใครมาเนรมิตเป็นรีสอร์ทคอนกรีต แล้วบอกว่านั่นคือความเจริญ" เมฆค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนาทั้งสองข้างวางทาบบนโต๊ะไม้ โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อกดดันทางสายตา "สิ่งที่พวกคุณเรียกว่า 'มูลค่าทางธุรกิจ' สำหรับผมมันมีค่าเท่ากับดินทุกกำมือที่บรรพบุรุษของผืนแผ่นดินนี้ช่วยกันรักษาไว้... มันประเมินราคาด้วยตัวเลขในบัญชีไม่ได้หรอกครับ"
รินซึ่งยืนอยู่มุมห้อง สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความตื่นเต้น ดวงตากลมโตคู่นั้นมองแผ่นหลังของชายหนุ่มด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้น เธอรู้ดีว่าภาระหนี้สินและการปรับปรุงระบบนิเวศน์ในไร่นั้นกดดันเมฆมากแค่ไหนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้ดีเช่นกันว่าหัวใจของเขาได้ฝังรากลึกอยู่กับดินผืนนี้ไปเสียแล้ว
"คุณเมฆ... อย่าใช้อารมณ์ตัดสินใจเรื่องอนาคตเลยครับ ลองคิดดูให้ดี ปลูกกาแฟอินทรีย์ตามมีตามเกิดแบบนี้ อีกกี่สิบปีถึงจะใช้หนี้หมด? สู้เอาเงินก้อนนี้ไปตั้งตัวในเมืองหลวง ไม่ดีกว่าหรือครับ?" ตัวแทนบริษัทยังคงพยายามหว่านล้อมด้วยวาทศิลป์นักธุรกิจ
"ถ้าความหมายของการมีชีวิตรอดในแบบของคุณ คือการยอมจำนนต่อระบบที่ทำลายธรรมชาติและรากเหง้าของตัวเองล่ะก็..." เมฆเว้นจังหวะ สายตาคมกริบมองตรงไปยังคู่สนทนาอย่างไร้ความหวาดหวั่น "ผมขอเลือกที่จะยากจนอยู่บนผืนดินที่ผมรัก ดีกว่าจะร่ำรวยอยู่บนซากปรักหักพังของธรรมชาติครับ"
คำตอบนั้นเด็ดขาดราวกับมีดคมที่ตัดขาดทุกความเป็นไปได้ในการเจรจา ตัวแทนกลุ่มทุนหน้าเสีย ขบกรามแน่นจนสันกรามปูดนูน ก่อนจะหัวเราะแห้งๆ ออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความพ่ายแพ้
"เสียดาย... เสียดายจริงๆ ที่คนมีความสามารถอย่างคุณเลือกทางที่ไม่มีวันชนะ" ชายในชุดสูทเก็บเอกสารลงกระเป๋าด้วยท่าทางกระแทกระทั้น ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินผ่านหน้าเมฆไปอย่างไม่สบอารมณ์ "ถึงเวลานั้น อย่ามาขอร้องให้ผมช่วยก็แล้วกันครับ"
เสียงประตูปิดลงอย่างแรง สะท้อนก้องไปทั่วเรือนไม้ รินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก เธอก้าวเข้าไปใกล้ชายหนุ่ม เอื้อมมือเรียวสัมผัสเบาๆ ที่ท่อนแขนของเขา
"คุณเมฆ... แน่ใจแล้วใช่ไหมครับ" น้ำเสียงของเธอยังคงมีความกังวลเจือปนอยู่ไม่น้อย
เมฆหันกลับมามองเธอ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ผ่านพ้นความตึงเครียด "ผมไม่เคยแน่ใจอะไรเท่านี้มาก่อนเลยครับริน... ดินตรงนี้ กลิ่นฝนตรงนี้ และกาแฟถ้วยที่คุณชงให้ผมดื่มทุกเช้า มันมีค่ามากกว่าเงินทองที่พวกเขานำมาล่อตาล่อใจเสียอีก"
บรรยากาศในห้องกลับคืนสู่ความสงบ ทว่าความท้าทายที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น เพราะการปฏิเสธกลุ่มทุนผู้ทรงอิทธิพล เท่ากับการประกาศสงครามเงียบที่ไร่สุขกลางไอหมอกต้องเผชิญหน้าตามลำพัง
ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะหันไปจัดการกับงานค้างคาบนโต๊ะ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้ง—ก๊อก ก๊อก ก๊อก—อย่างเป็นจังหวะ
รินขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ "เวลานี้จะมีใครมาอีก หรือว่าคนๆ นั้นจะลืมของ?"
เมฆไม่ได้ตอบ เขาก้าวเดินไปที่ประตูแล้วเปิดออกด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องสายตากลับทำให้ลมหายใจของเขาแทบสะดุด ร่างสูงโปรดของชายชราในชุดเสื้อคลุมกันหนาวเก่าๆ ยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นตามวัย แต่ดวงตากลับคมปลาบและคุ้นเคยอย่างยิ่ง
"ไม่ได้เจอกันนานนะเจ้าเมฆ... แกยังคงหัวดื้อเหมือนพ่อของแกไม่มีผิดเพี้ยนเลยสินะ"
คำพูดประโยคเดียวจากปากผู้มาเยือนปริศนา ทำให้เมฆถึงกับยืนนิ่งงัน ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น ขณะที่สมองกำลังประมวลผลถึงบุคคลที่เขาไม่คาดคิดว่าจะได้พบเจออีกครั้งในชีวิต ท่ามกลางสายหมอกหนาทึบที่เริ่มเคลื่อนตัวเข้ามาโอบล้อมเรือนไม้ทีละน้อย
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างกันมาจนถึงบทนี้นะครับ
ฟาร์มเมอร์สุขใจ
ไร่สุขกลางไอหมอก: สูตรลับฉบับฟาร์มเมอร์•ตอนที่ 29
คำปฏิเสธที่หนักแน่น
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไร่สุขกลางไอหมอก: สูตรลับฉบับฟาร์มเมอร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!