เสียงกระแทกเบาๆ ของแฟ้มเอกสารหนาเตอะบนโต๊ะไม้สนอัดแน่นไปด้วยความหนักอึ้ง มันไม่ใช่เสียงที่คุ้นเคยในโรงเรือนเพาะชำแห่งนี้ เมฆเงยหน้าขึ้นจากแปลงผักสลัดคอสที่กำลังรดน้ำ มือที่สวมถุงมือยางยังคงถือสายยางค้างไว้ หยดน้ำใสเกาะพราวตามใบสีเขียวเข้มตัดกับแววตาคมกริบที่ฉายแววครุ่นคิด เขาไม่ได้แสดงอาการตกใจ มีเพียงความเงียบงันที่โรยตัวคั่นกลางระหว่างเขากับผู้มาเยือน
"ข้อเสนอนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ นะครับ คุณเมฆ" ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเทาเข้มไร้รอยยับเอ่ยขึ้น รอยยิ้มบนใบหน้าของอีกฝ่ายเคลือบไว้ด้วยความสุภาพแบบนักธุรกิจ ทว่าดวงตากลับกวาดมองไปรอบไร่ด้วยสายตาประเมินมูลค่า "แปลงผักออร์แกนิก ลานกางเต็นท์ชมหมอก และผืนป่าด้านหลังรวมยี่สิบไร่นี้ มูลค่าในอีกสามปีข้างหน้ามันเกินกว่าที่คุณจะปฏิเสธได้ลง"
เมฆยังคงไม่ตอบ เขาวางสายยางลงอย่างช้าๆ ถอดถุงมือออกทีละข้าง วางพาดไว้บนขอบกระถางดินเผาอย่างเป็นระเบียบ กลิ่นดินชื้นหลังการรดน้ำลอยแตะจมูก ผสมผสานกับกลิ่นไพน์จากป่าสนรอบด้าน บรรยากาศที่เขาใช้หยาดเหงื่อและเวลาสองปีเต็มเนรมิตมันขึ้นมาจากดินแห้งแล้ง
"ผมไม่ได้ขายครับ" เมฆเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าหนักแน่นพอที่จะทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของตัวแทนจากบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ชะงักไปชั่วขณะ
"อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธเลยครับ ที่นี่บรรยากาศดี โครงการรีสอร์ทระดับลักชัวรีของเราต้องการธรรมชาติแบบนี้แหละครับ คุณจะได้เงินก้อนโตที่ใช้ทั้งชีวิตก็ไม่หมด แถมเรายังให้เกียรติคุณนั่งแท่นที่ปรึกษาโครงการด้วยซ้ำ" ชายคนเดิมยังคงรุกต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงความกดดัน
ในจังหวะนั้นเอง ประตูไม้ไผ่ของโรงเรือนก็เปิดออก รินก้าวเข้ามาพร้อมถาดไม้ใส่ชาสมุนไพรหอมกรุ่น ดวงตาคู่สวยกวาดมองเอกสารบนโต๊ะสลับกับใบหน้าของเมฆ เธอนิ่งไปอึดใจหนึ่งก่อนจะวางถาดลงอย่างนุ่มนวล โดยไม่เอ่ยขัดจังหวะการสนทนา แต่รังสีความเป็นห่วงและสายตาที่ส่งมาหาเมฆนั้นชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ
"ผมเข้าใจในมุมมองของธุรกิจนะครับ" เมฆหันไปหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบรสชาติอุ่นละมุน เพื่อระงับความขัดุ่นในใจ "แต่ที่ตรงนี้ไม่ใช่แค่ที่ดินเปล่าๆ สำหรับผม... มันคือลมหายใจ คือความผิดพลาดที่ผมได้แก้ไข และคือความสุขที่ประเมินค่าไม่ได้ด้วยตัวเลขในบัญชี"
ตัวแทนบริษัทถอนหายใจยาวนาน ยกมือขึ้นถอดแว่นสายตาแล้วเช็ดด้วยผ้าเช็ดหน้า "ความสุขกินไม่ได้หนะครับคุณเมฆ โลกสมัยนี้หมุนเร็วกว่าที่คุณคิด ถ้าคุณไม่ขยับ คนอื่นก็จะกลืนกินคุณอยู่ดี ลองกลับไปคิดทบทวนดูอีกสักคืนเถอะครับ พรุ่งนี้ผมจะส่งสัญญาฉบับแก้ไขมาให้อีกรอบ"
ชายคนนั้นลุกขึ้นโค้งศีรษะเล็กน้อยอย่างมีมารยาท ก่อนจะเดินออกไปทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและเอกสารข้อเสนอการซื้อขายที่นอนแน่นิ่งอยู่บนโต๊ะ
รินทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม หยิบกระดาษแผ่นบนสุดขึ้นมาพลิกดูคร่าวๆ ตัวเลขจำนวนมหาศาลปรากฏเด่นชัดจนน่าตกใจ เธอนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเมฆ
"เขาไม่ได้มาแค่ครั้งเดียวแน่ๆ ค่ะ เมฆ" รินเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวล เจือความสั่นเครือเล็กน้อย "กลุ่มทุนพวกนี้มักมีวิธีนับร้อยในการทำให้คนเปลี่ยนใจ"
"ผมรู้ครับริน" เมฆทอดสายงามมองออกไปเบื้องนอก แปลงผักสลัดสีเขียวขจีทอดยยาวไปจนถึงแนวป่า หมอกยามบ่ายเริ่มเคลื่อนตัวต่ำลงมาคลุมยอดสนอีกครั้ง "แต่ผมไม่ได้สร้างที่นี่ขึ้นมาเพื่อรอวันขายทอดตลาดให้ใคร"
กระนั้น ความกังวลก็เริ่มกัดกินความสงบในใจของเมฆอย่างเงียบเชียบ ตลอดสองปีที่ผ่านมา เขาเผชิญกับความยากลำบากมามากมาย ทั้งภัยแล้ง โรคพืช และความโดดเดี่ยว แต่ความท้าทายเหล่านั้นเป็นธรรมชาติที่เขาสามารถเรียนรู้และรับมือได้ ต่างจาก "ทุนนิยม" ที่เคลื่อนไหวไร้เสียง ทว่าทรงพลังและพร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางหน้าเพื่อผลกำไร
ตกดึก ค่ำคืนนั้นเงียบสงบกว่าปกติ เมฆนั่งอยู่หน้ากองไฟเล็กๆ ข้างบ้านพัก ทบทวนภาพวันแรกที่เขาแบกกระเป๋าใบเดียวมาเหยียบผืนดินนี้อย่างไร้จุดหมาย กลิ่นอายของไฟและเสียงไม้ปะทุช่วยให้สมองปลอดโปร่งขึ้นบ้าง แต่ปมความรู้สึกผิดในอดีตเรื่องครอบครัวที่เขาเคยดูแลไม่ได้ กลับถูกสะกิดขึ้นมาอีกครั้งด้วยข้อเสนอเงินก้อนโตนั้น... ถ้าเป็นเมื่อก่อน เงินจำนวนนั้นอาจซื้อความรู้สึกผิดของเขาได้ แต่ตอนนี้ เขาตระหนักดีว่ามันซื้อ "ความสงบทางจิตวิญญาณ" ที่เขาเพิ่งค้นพบไม่ได้เลย
เสียงฝีเท้าหนักแน่นเดินเข้ามาใกล้จากทางลานจอดรถ เมฆขมวดคิ้วเล็กน้อยยามวิกาลเช่นนี้ไม่ควรมีแขก รินที่นั่งคุยเรื่องสมุนไพรอยู่ใกล้กันลุกขึ้นยืนโดยสัญชาตญาณ
เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นแนวพุ่มไม้เข้ามาใต้แสงไฟสลัว ร่างสูงโปรดในชุดแจ็คเก็ตหนังเก่าๆ และใบหน้าที่ไม่ได้พบกันมานานแรมปี ทำให้เมฆถึงกับนิ่งค้างไปสนิท ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น
"ไง... พี่ชาย ไม่คิดเลยนะว่าแกจะซ่อนตัวอยู่ที่นี่ได้นานขนาดนี้" เสียงทุ้มห้าวเอ่ยขึ้น พร้อมรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปากของชายผู้มาใหม่ ซึ่งก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้ากองไฟ พร้อมกับเอกสารอีกชุดที่ยื่นมาตรงหน้าเมฆ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอดทนเติบโตไปพร้อมกับความเขียวขจีของไร่สุขกลางไอหมอกนะครับ
ฟาร์มเมอร์สุขใจ
ไร่สุขกลางไอหมอก: สูตรลับฉบับฟาร์มเมอร์•ตอนที่ 28
การเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่ง
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไร่สุขกลางไอหมอก: สูตรลับฉบับฟาร์มเมอร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!