ไร่สุขกลางไอหมอก: สูตรลับฉบับฟาร์มเมอร์•ตอนที่ 15

รวมกลุ่มเพื่อความอยู่รอด

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
"ถ้าเรายังขายผลผลิตให้พ่อค้าคนกลางกดราคาอยู่แบบนี้ อีกสามเดือนข้างหน้า ต่อให้ดินในไร่ของเราจะอุดมสมบูรณ์แค่ไหน พวกเราก็คงไม่เหลือแม้แต่เงินจะซื้อเมล็ดพันธุ์รอบใหม่ครับ" เสียงทุ้มต่ำของเมฆดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในศาลากลางหมู่บ้าน แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันก๊าดวับแวมกระทบใบหน้าคร่ำเคร่งของชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ เกือบสิบชีวิต ปรัศว์ ลุงสมชาย และป้าบัว ต่างก้มมองฝ่ามือหยาบกร้านของตนเอง ความจริงอันโหดร้ายเรื่องต้นทุนที่สูงลิ่วสวนทางกับราคาผลผลิตตกต่ำ คือโซ่ตรวนที่ล่ามพวกเขาไว้กับความยากจนมาหลายชั่วอายุคน รินที่นั่งอยู่ริมสุดของวงสนทนา ขยับสมุดบันทึกปกหนังในมือเล็กน้อย เธอมองหน้าเมฆด้วยสายตาสื่อความหมายบางอย่าง เป็นความเชื่อใจที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่วันที่เชฟหนุ่มผู้หมดไฟคนนั้นก้าวเข้ามาในหุบเขาแห่งนี้ "แล้วเอ็งจะให้พวกเราทำยังไงล่ะพ่อเชฟ เมฆ" ลุงสมชายเงยหน้าขึ้น ดวงตาผ่านโลกมามากฉายแววทั้งกังวลและคาดหวัง "การรวมกลุ่มทำสหกรณ์อะไรนั่น มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ นายทุนเจ้าใหญ่เขามีอิทธิพลในตลาดส่งออก ถ้าเราแข็งข้อ มีหวังได้ถูกกีดกันจนขายอะไรไม่ได้เลยนะ" "เราไม่ได้แข็งข้อครับลุงสมชาย" เมฆผ่อนลมหายใจยาว ชำเลืองมองเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดพื้นบ้านที่รินนำมาวางไว้กลางวง "แต่เรากำลังสร้างกติกาของเราเอง การรวมกลุ่มไม่ใช่เพื่อไปรบราฆ่าฟันกับใคร แต่เป็นการรวมพลังต่อรอง ตั้งราคาที่เป็นธรรม และที่สำคัญที่สุด... คือการแปรรูปผลผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่า" เขายื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้ลุงสมชาย บนนั้นคือผังโครงสร้าง "สหกรณ์เกษตรอินทรีย์สุขกลางไอหมอก" ที่เขาและรินช่วยกันร่างขึ้นมาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีทั้งระบบการหมุนเวียนกองทุนเมล็ดพันธุ์ การบริหารจัดการน้ำ และแผนการตลาดที่เชื่อมโยงผลผลิตเข้ากับร้านอาหารและคาดหวังกลุ่มคนรักสุขภาพในเมืองโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง รินเสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น "รินติดต่อไปทางเครือข่ายร้านกาแฟและตลาดนัดสีเขียวในเมืองหลวงแล้วครับ พวกเขายินดีรับซื้อผัก สมุนไพร และผลไม้จากไร่ของเราในราคาที่เป็นธรรม หากเรามีปริมาณและมาตรฐานที่สม่ำเสมอ สิ่งที่เราขาดตอนนี้ไม่ใช่ตลาด... แต่คือความเหนียวแน่นของพวกเราเอง" บรรยากาศในศาลาเริ่มเปลี่ยนไป เสียงกระซิบกระซาบพูดคุยกันดังขึ้นทีละน้อย ความหวังเริ่มจุดประกายขึ้นในแววตาของชาวบ้านทีละคน สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของลมหายใจแห่งความสามัคคีที่ไม่ได้สัมผัสมานาน ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังพยักหน้าเห็นพ้องและเตรียมยกมือสนับสนุนร่างข้อตกลง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องนอก ประตูไม้ของศาลากลางถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น ร่างสูงใหญ่ของ 'กำนันธง' ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก ด้านหลังมีชายฉกรรจ์อีกสองคนยืนคุมเชิง บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันทีราวกับถูกแช่แข็งด้วยน้ำค้างยามดึก "คุยอะไรกันเสียงดังเชียวครับชาวบ้านแถบนี้ ดูท่าทางสนุกสนานกันน่าดู" กำนันธงกวาดสายตามองเอกสารบนโต๊ะด้วยแววตาร้ายกาจ ก่อนจะมาหยุดที่เมฆ "อ้อ... เชฟกรุงเทพฯ คิดจะตั้งกลุ่มโค่นอำนาจเก่าหรือไง? ระวังนะ... ดินแถวนี้มันแข็ง ถ้าปลูกพืชไม่ระวัง รากมันอาจจะเน่าตายคามือเสียก่อน" เมฆไม่หลบสายตา เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวออกไปบังร่างของรินและชาวบ้านไว้ครึ่งหนึ่ง สีหน้าของชายหนุ่มนิ่งสงบ ทว่าแววตากลับคมกริบราวกับใบมีดที่ผ่านการลับมาอย่างดี "ดินจะเน่าหรือจะงอกงาม มันขึ้นอยู่กับคนที่ดูแลครับกำนัน ไม่ใช่คนที่คอยแต่จะเหยียบย่ำ" เมฆเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เด็ดเดี่ยว ท่ามกลางความเงียบสงัดที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ กำนันธงหัวเราะในลำคอ ก้าวเข้าไปใกล้เมฆจนระยะห่างเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว ก่อนจะกระซิบด้วยเสียงที่ได้ยินกันเฉพาะคนในวงสนทนา "แกคิดว่าพวกมันจะอยู่ข้างแกไปได้นานแค่ไหนวะ... พรุ่งนี้เช้า ทางการจะมาตรวจสอบโฉนดที่ดินของสหกรณ์ที่แกกำลังจะตั้ง หวังว่าเอกสารทุกอย่างจะ 'ถูกต้อง' ดีนะ เชฟเมฆ" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับธรรมชาติในบทนี้นะครับ ฟาร์มเมอร์สุขใจ
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไร่สุขกลางไอหมอก: สูตรลับฉบับฟาร์มเมอร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%