“ไอ้เทพเวร! นี่หรือคือจุดที่ปีศาจทำลายล้างโลก? ทำไมบรรยากาศมันเหมือนร้านขายของชำที่กำลังจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้าใกล้หมดอายุวะ!”
เก่งตวาดลั่นพลางใช้ไม้กวาดดอกหญ้าในมือชี้หน้าแอรีสที่ตอนนี้อยู่ในสภาพชุดสูทมือสองไซส์หลวมโคร่ง แถมเนคไทก็ยังผูกเป็นปมมั่วๆ เหมือนเชือกมัดหมู
รอบตัวพวกเขามิใช่สมรภูมิเลือดตามที่เทพสงครามขี้โม้โอ้อวด แต่มันคือโถงทางเดินกว้างขวางที่มีพื้นเป็นกระเบื้องลายดอกไม้แสนเชย เสียงเพลงแนวลูกทุ่งหมอลำจังหวะสามช่าดังลั่นมาจากลำโพงที่ซ่อนอยู่ตามมุมเสา กลิ่นพะโล้ลอยคลุ้งเตะจมูกจนเก่งแทบจะสำลัก
แอรีสขมวดคิ้วหนาๆ นั่นเข้าหากัน ดวงตาคมกริบของเทพสงครามกวาดมองไปรอบๆ ด้วยความหงุดหงิด เขาควักแผนที่กระดาษยับยู่ยี่ที่ดูเหมือนใบปลิวโฆษณาคลินิกเสริมความงามออกมาขยำเล่น
“ข้าก็กางแผนที่ดาวจากสภาเทพแล้วนะเว้ย! พิกัดมันบอกว่า ‘มิติแห่งความหายนะระดับเก้า’... หรือว่าดาวดวงนี้มันจะหายนะด้วยดนตรีประกอบวะ?” เทพผู้ตกงานพึมพำพลางเกาหัวแกรกๆ “ใจเย็นก่อนเจ้ามนุษย์ ข้าว่าข้าจำกลิ่นอายความชั่วร้ายได้... เออ ตรงนั้นไง! ปีศาจตนนั้น!”
แอรีสชี้ไปที่มุมหนึ่งของห้องโถง ที่นั่นมีชายร่างท้วมใส่เสื้อกล้ามสีขาวกางเกงขาสั้นสามส่วนกำลังยืนเต้นสะบัดเอวอย่างเมามันหน้าร้านขายพริกแกงสำเร็จรูป
เก่งแทบจะเอาไม้กวาดตีหัวตัวเอง “นั่นเขาเรียกว่าปีศาจเรอะ? นั่นมันน้าสมชายขายพริกแกงแกงคั่วไม่ใช่รึไง! แล้วเรามาโผล่ที่ตลาดนัดหลังหมู่บ้านได้ยังไงกัน!”
“ช่างหัวน้าสมชายก่อน! นี่มันการข้ามมิติเว้ยเก่ง! กฎของจักรวาลมันล้มเหลวเพราะพลังงานของข้ามันตกลงไปที่ค่าบวกที่ผิดพลาดนิดหน่อย” แอรีสพูดหน้าตาย พลางชักดาบเรืองแสงสีทองออกมาจากกระเป๋ากางเกง (ซึ่งเป็นมิติเก็บของส่วนตัวที่ดูยังไงก็เหมือนกระเป๋าโดเรมอนรุ่นประหยัด)
จังหวะนั้นเอง ท้องฟ้าเหนือตลาดนัดก็เปิดออกเป็นรอยแยกสีดำสนิท พลังงานสีม่วงพุ่งลงมาใส่รถขายลูกชิ้นทอดที่จอดอยู่ข้างๆ น้าสมชายทันที! ลูกชิ้นทอดที่เคยนิ่งสนิทเริ่มส่งเสียงคำรามเหมือนสัตว์ป่า กลิ่นน้ำมันเก่าพุ่งขึ้นไปบนอากาศจนกลายเป็นเมฆดำมืดปกคลุมตลาดนัด
“เฮ้ย! นั่นไง! ปีศาจลูกชิ้นทอดร้อยปี!” แอรีสตะโกนเสียงหลง ตาเป็นประกาย “ข้าจัดการเอง เจ้าไปดูเงินในกระเป๋าเจ้าให้ดี อย่าให้มันกระเด็นหายระหว่างที่ข้าโชว์เทพ!”
เก่งยืนอ้าปากค้าง มองดูเทพสงครามผู้ยิ่งใหญ่พุ่งตัวเข้าใส่ลูกชิ้นทอดด้วยลีลาหมุนตัวสามตลบแบบที่นักเต้นบัลเลต์ยังต้องอาย ก่อนจะกระแทกฝ่ามือใส่รถขายลูกชิ้นจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง แต่แทนที่ปีศาจจะสลายไป มันกลับแตกตัวออกเป็นลูกชิ้นยักษ์นับพันลูกที่พุ่งใส่ลูกค้าในตลาดเหมือนกระสุนปืนกล!
“โอ๊ย! ไอ้เทพงี่เง่า! นั่นมันตลาดไม่ใช่สนามรบ! หยุดเดี๋ยวนี้!” เก่งตะโกนสุดเสียงพลางใช้ไม้กวาดปัดลูกชิ้นยักษ์ที่พุ่งเข้าใส่หน้าเขาอย่างพัลวัน เขาไม่สนแล้วว่านี่จะเป็นมิติไหน หรือเขาจะกู้โลกได้ท่าไหน สิ่งเดียวที่อยู่ในหัวคือเงินสองพันห้าร้อยบาทในกระเป๋ากางเกง ถ้ามันกระเด็นหายไปแม้แต่เหรียญเดียว เขาจะลาออกจากงานนี้และกลับไปสมัครงานเสมียนที่ทำแต่เอกสารแน่ๆ
ความวุ่นวายทวีคูณเมื่อน้าสมชายที่ถูกลูกชิ้นยักษ์พุ่งใส่เริ่มหยิบสากกะเบือขึ้นมาสู้กลับ! ชายร่างท้วมคนนั้นดูเหมือนจะมีวิชาอาคมบางอย่างซ่อนอยู่ เพราะทุกครั้งที่สากกะเบือกระทบลูกชิ้น มันจะเกิดเสียงระเบิดดังปัง! เหมือนเสียงประทัดในงานตรุษจีน
“เจ้ามนุษย์! ทางซ้าย!” แอรีสตะโกนเตือน แต่เก่งกลับเห็นสิ่งที่น่าตกใจกว่านั้น
ที่รอยแยกบนท้องฟ้าไม่ได้มีแค่พลังงานประหลาด แต่มันมี 'มือ' ขนาดยักษ์ค่อยๆ แหวกมิติลงมา มือที่ไม่ได้ทำจากเนื้อหนัง แต่ทำจากเอกสารราชการสีเหลืองกรอบ ที่เขียนด้วยลายมือยึกยือเหมือนใบสั่งซื้อที่ไม่ได้รับการอนุมัติ มันกำลังพยายามจะงับเอาตลาดนัดแห่งนี้ไป!
“นั่นไม่ใช่ปีศาจลูกชิ้น...” เก่งพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “นั่นมัน ‘อธิบดีฝ่ายตรวจสอบงบประมาณ’ ของมิตินี้! ถ้าเราโดนมันจับได้ เราจะกลายเป็นบุคคลล้มละลายตลอดกาล!”
แอรีสชะงัก ดาบในมือร่วงลงพื้น “ฉิบหายแล้ว... ข้าจำได้แล้ว มิตินี้คือเขตต้องห้ามสำหรับเทพตกงาน ถ้าใครทำลายข้าวของในนี้ จะต้องชดใช้ด้วยการทำงานใช้หนี้ให้มิตินี้ไปจนชั่วกัลปาวสาน!”
มือยักษ์จากเอกสารราชการค่อยๆ บีบอัดตลาดนัดให้เล็กลงเรื่อยๆ เก่งมองไปที่เงินในกระเป๋า ก่อนจะตัดสินใจคว้าคอเสื้อเทพสงครามที่กำลังยืนตัวสั่น
“แอรีส! ใช้พลังทั้งหมดที่มี เปิดรูหนอนหนีไปซะ! ถ้าเงินกูหายไปบาทเดียว กูจะฟ้องกรมแรงงานเทพให้ถึงที่สุด!”
ทว่า ก่อนที่แอรีสจะทันได้ร่ายเวท มือนั้นก็คว้าหมับลงมาตรงที่พวกเขายืนอยู่พอดี! ท่ามกลางความมืดมิดที่ถูกบีบอัด เก่งได้ยินเสียงใครบางคนกระซิบอยู่ข้างหูเขา เป็นเสียงที่เย็นเยียบและคุ้นเคยอย่างประหลาด
“เจอตัวแล้ว... พนักงานฝึกหัดที่เบี้ยวงานส่งเอกสาร... หนี้ของคุณเริ่มต้นขึ้นแล้วตั้งแต่วินาทีนี้”
ร่างของน้าสมชายขายพริกแกงค่อยๆ ยืดตัวขึ้นจนสูงตระหง่าน ตาของเขากลายเป็นสีทองอร่ามและมองมาที่เก่งด้วยความเวทนา
“ยินดีต้อนรับสู่โปรเจกต์ ‘กู้เงินกู้โลก’ เก่ง... หวังว่าคุณจะพร้อมสำหรับงานที่สอง เพราะงานแรก คุณเพิ่งทำให้มิตินี้ล่มสลายไปเรียบร้อยแล้ว”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความกาวในครั้งนี้ แล้วเจอกันใหม่ตอนหน้าครับ! - ฮาไม่จำกัด
บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์•ตอนที่ 3
งานแรก: กู้โลกหรือกู้ซาก?
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!