"ถ้ามึงยังบอกว่า 'งบยังไม่อนุมัติ' อีกคำเดียว กูจะเอาไอ้ดาบเพลิงบรรลัยกัลป์นี่ไปย่างหมูกระทะกินหน้าบัลลังก์พิพากษาของพวกมึงจริงๆ ด้วย!"
เสียงตะคอกแหบพร่าแต่วิบวับด้วยจิตสังหารของแอรีส ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงสีเทาหม่นที่ประดับด้วยโครงกระดูกเรืองแสง อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนลมหายใจของเก่งกลายเป็นไอสีขาว ขาทั้งสองข้างของชายหนุ่มสั่นระริกราวกับเจ้าเข้า แม้เขาจะพยายามท่องนะโมสามจบในใจเพื่อเรียกสติ แต่มันก็ช่วยอะไรไม่ได้เลยเมื่อเบื้องหน้าของพวกเขาคือชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าขาวซีดราวกับคนอดนอนมาสามชาติครึ่ง กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้โยกบุด้วยหนังมนุษย์
เขาคือ 'ฮาเดส' หรือที่พนักงานพาร์ทไทม์ในนรกเรียกกันลับๆ ว่า 'ท่านประธานหน้าเลือด'
"ใจเย็นๆ ก่อนสท่านเทพสงครามผู้ทรงเกียรติ..." ฮาเดสยกมือขึ้นปรามพลเอกผู้ตกงาน ชายหนุ่มยมทูตไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัวต่อดาบในมือแอรีสเลยแม้แต่น้อย เขากลับหยิบแฟ้มเอกสารหนาเตอะขึ้นมาเปิดผ่านๆ ด้วยท่าทางเอื่อยเฉื่อย "ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากจ่าย ค่าขนส่งวิญญาณเกรดพรีเมียมจากมิติที่ 704 จำนวนสามร้อยอัตราเมื่อเดือนก่อนน่ะ ทางเราบันทึกรับเรื่องไว้หมดแล้ว แต่... คุณก็รู้ว่าช่วงนี้เศรษฐกิจปรภพฝืดเคือง วิญญาณบาปหนาก็หายากขึ้นทุกวัน แถมภาษีมูลค่าเพิ่มของยมโลกก็เพิ่งปรับขึ้นอีกเจ็ดเปอร์เซ็นต์..."
"อย่ามาอ้างเรื่องภาษีกับกู!" แอรีสพ่นลมหายใจฮึดฮัด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนน่ากลัว "พวกมึงเบี้ยวค่าจ้างกูมาสามงวดติดแล้ว! รู้ไหมว่ารสนิยมการกินมาม่าคัพรสหมูสับของกูกับไอ้มนุษย์นี่มันลำบากแค่ไหน? สามวันมานี้พวกเราต้องแบ่งกันกินซองเดียวแถมต้องซดน้ำให้หมดเพื่อความคุ้มค่า!"
เก่งที่ยืนหลบอยู่หลังแผ่นหลังกว้างของเทพสงคราม ได้แต่กลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง สายตาของเขาไม่ได้จดจ่ออยู่กับการทวงหนี้ตรงหน้า แต่สมองกลับหมุนวนย้อนนึกถึงภาพถ่ายปริศนาในสมาร์ทโฟนที่เพิ่งเห็นเมื่อไม่กี่นาาทีก่อนหน้านี้
*รูปถ่าย... ตัวเขาเองในชุดเกราะสีดำทมิฬ ยืนเคียงข้างแอรีสที่กำลังถือเคียวแห่งความตาย บนซากปรักหักพังของมิติที่ล่มสลาย*
ภาพนั้นมันชัดเจนเกินกว่าจะเป็นภาพตัดต่อ แววตาในรูปของตัวเขาเองไม่ได้มีความขี้ขลาดตาขาวหรือความกังวลใจแบบในตอนนี้เลยแม้แต่นิดเดียว มันคือแววตาของนักฆ่า... หรือผู้ทำลายล้างที่ผ่านสงครามมานับไม่ถ้วน และที่สำคัญที่สุด ชุดเกราะในรูปนั้น... มันคือชุดเดียวกับที่พาดอยู่บนราวแขวนของห้องเก็บของบริษัทเมื่อวานนี้
*หรือว่า... เรื่องทั้งหมดนี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ? พวกเราไม่ได้มาทวงหนี้ธรรมดา แต่พวกเรากำลังเดินตามเส้นทางที่ถูกขีดไว้แล้ว?*
"นี่... คุณเก่ง" เสียงทุ้มต่ำของฮาเดสลากดึงสติของเก่งให้หลุดจากภวังค์ ยมทูตหนุ่มปิดแฟ้มในมือดัง *ปัง* ส่งยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก "ผมสังเกตคุณมาสักพักแล้ว ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้องนี้ คุณเอาแต่มองมือถือในมือสลับกับมองหน้าผม... มีอะไรน่าสนใจเป็นพิเศษงั้นเหรอ หรือว่าคุณเจอ 'หลักฐาน' อะไรเข้าแล้วล่ะ?"
หัวใจของเก่งกระตุกวูบ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดร้องเตือนภัยดังลั่น มือที่ถือโทรศัพท์มือถือสั่นเทาจนเกือบหลุดร่วง เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาสสีดำสนิทไร้แววตาของยมทูตผู้ควบคุมความตาย
"ผม..." เก่งกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ พยายามดึงเสียงให้ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ "ผมแค่วิตกจริตน่ะครับ กลัวว่าถ้าทวงหนี้ไม่ได้... สิ้นเดือนนี้ผมจะไม่มีปัญญาจ่ายค่าเช่าห้อง แถมยังต้องมานั่งเครียดเรื่องอนาคตที่... เออ... ที่อาจจะเกิดขึ้น"
แอรีสขมวดคิ้วหันมามองคู่หูมนุษย์ด้วยความแปลกใจ "เฮ้ย ไอ้เก่ง มึงเพ้อเจ้ออะไรวะ? ตอนนี้เรากำลังทวงเงินอยู่ อย่าเพิ่งนอกเรื่อง มาช่วยบีบเค้นคอมันให้คายเงินออกมาสิฟะ!"
"หยุดก่อน แอรีส" ฮาเดสยกมือขึ้นห้ามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่มีอำนาจกดดันประหลาด "บางที... มนุษย์คนนี้อาจจะฉลาดกว่าที่คุณคิดนะท่านเทพ"
ยมทูตหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินอ้อมโต๊ะทำงานตัวใหญ่เข้ามาใกล้เก่งทีละก้าว เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินดัง *ก๊อก... ก๊อก...* เป็นจังหวะที่บีบคั้นหัวใจคนฟังจนแทบหยุดเต้น กลิ่นอายความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากตัวของฮาเดสจนเก่งต้องก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ทว่าแผ่นหลังของเขากลับชนเข้ากับอกกว้างของแอรีสเข้าพอดี
"นายสงสัยใช่ไหมล่ะ ว่าทำไมรูปถ่ายในเครื่องนั้นถึงมีหน้าตาของนาย?" ฮาเดสหยุดยืนห่างจากเก่งเพียงแค่คืบ ใบหน้าขาวซีดโน้มลงกระซิบเบาๆ ข้างใบหู เสียงนั้นแหบพร่าราวกับมาจากก้นบึ้งของขุมนรก "คำตอบมันง่ายนิดเดียว... เพราะในมิตินี้ นายยังเป็นแค่พนักงานออฟฟิศกระจอกๆ ที่ดวงซวย... แต่ในมิติที่นายกำลังจะไปกู้... นายคือ 'ผู้ทรยศ' ที่ปลิดชีพยมบาลไปแล้วถึงสามตนต่างหากล่ะ"
เก่งเบิกตากว้างจนแทบจะทะลักออกจากเบ้า ลมหายใจสะดุดกึก สมองขาวโพลนในพริบตา
ก่อนที่เก่งจะได้เปล่งเสียงอุทานหรือถามอะไรโง่ๆ ออกไป พื้นห้องสีเทาหม่นเบื้องล่างก็เกิดรอยร้าวสีแดงฉานขึ้นอย่างกะทันหัน เสียงกรีดร้องโหยหวนนับร้อยนับพันดังทะลุพื้นขึ้นมา พร้อมกับแรงระเบิดมหาศาลที่ซัดร่างของทั้งสามคนกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง
ควันพิษสีดำพวยพุ่งขึ้นปกคลุมห้องโถงจนมืดมิด ท่ามกลางความโกลาหลนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังฝ่าความมืดเข้ามา พร้อมกับเงาร่างมหึมาของสิ่งมีชีวิตที่ไม่อาจระบุได้ที่ค่อยๆ ก้าวผ่านกลุ่มควันเข้ามาใกล้
"ท่านประธานครับ..." เสียงรายงานจากวิญญาณเร่ร่อนตนหนึ่งดังลั่นด้วยความตื่นตระหนก "ระบบเกทมิติขัดข้องขั้นรุนแรง! มี... มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญกำลังพังประตูมิติฝั่งนรกขุมที่แปดเข้ามาครับ!"
ฮาเดสที่กำลังพยุงตัวเองลุกขึ้นจากซากเก้าอี้ หันขวับไปมองยังใจกลางกลุ่มควันด้วยแววตาที่เปลี่ยนเป็นความหวาดระแวงอย่างเห็นได้ชัด
และในวินาทีนั้นเอง เงาร่างในชุดเกราะทมิฬที่คุ้นตาอย่างประหลาด ก็ก้าวเท้าพ้นกลุ่มควันออกมา พร้อมกับโยน 'หัวกะโหลก' ของยมทูตระดับสูงกลิ้งหล้ามาแทบเท้าของเก่ง ก่อนที่เจ้าของร่างนั้นจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของเก่งเย็นเฉียบ
"ตามหาตัวเจอสักที... ตัวฉันในอดีต"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาหัว and กาวไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ! - ฮาไม่จำกัด
บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์•ตอนที่ 5
แผนกจัดซื้อของสวรรค์งบหมด
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!