"เอาคอเสื้อของแกออกไปจากมือข้า ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจเอาหอกเสียบทะลุเพดานปากแกแทนการเจรจา"
น้ำเสียงของแอรีสในตอนนี้ไม่ได้มีความขี้เล่นเหมือนตอนนั่งซดมาม่ารสหมูสับอยู่หน้าทีวี แต่มันเย็นเยียบจนเกือบจะแข็งค้าง เก่งมองมือของตัวเองที่กำคอเสื้อเทพสงครามผู้ตกยากแน่นจนสั่น เขารู้ดีว่าน้ำหนักมือที่เขามีน้อยนิดเมื่อเทียบกับเทพเจ้า แต่มันคือสิ่งเดียวที่เขาสามารถเหนี่ยวรั้งไว้ได้ในวินาทีที่วิกฤตการณ์กำลังจะพังทลายลงมาทับหัว
"พี่แอรีส... เราคุยกันก่อนได้ไหม? เรื่องเนรเทศน่ะ มันไม่มีทางเลือกอื่นแล้วเหรอ? พี่จะไปอยู่ที่ไหน ถ้าไม่ใช่ที่นี่" เก่งเค้นเสียงถาม ทั้งที่รู้ดีว่าคำตอบที่ได้รับกลับมาคือความเงียบที่บาดลึก
ภายในห้องโถงของสำนักงาน ‘บริษัทกู้โลก’ ที่ตอนนี้สภาพดูไม่ต่างจากถังขยะขนาดยักษ์เพราะการปะทะกับกองทัพมดอวกาศเมื่อเช้า แอรีสค่อยๆ แกะนิ้วของเก่งออกทีละนิ้วอย่างใจเย็น แววตาของเทพสงครามไม่มีความโกรธเคือง มีเพียงความสงบที่น่าใจหาย
"ไอ้หนู" แอรีสเรียกชื่อเก่งด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายลง "ชีวิตของเทพน่ะมันยาวนานเกินกว่าจะมานั่งเสียใจกับเรื่องแค่นี้ การถูกเนรเทศจากสภาเทพก็เหมือนการถูกไล่ออกจากหอพักนั่นแหละ แค่เก็บของแล้วก้าวขาออกไป แต่นาย... นายยังเป็นมนุษย์ นายยังมีหนี้บัตรเครดิตที่ต้องจ่าย มีงานที่ต้องรับผิดชอบ ถ้าฉันอยู่ นายก็จะถูกพวกสภาเพ่งเล็งจนไม่มีวันได้ลืมตาอ้าปาก"
"ผมไม่สน! ไอ้เงินนั่นผมจ่ายเองได้... ถึงจะต้องทำโอทีไปอีกสิบชาติก็เถอะ!" เก่งตะคอก น้ำตาคลอเบ้า เขาไม่ใช่คนกล้าหาญอะไร เขาแค่คนธรรมดาที่ดันมีเทพสงครามเป็นเพื่อนคู่คิดที่โคตรห่วย แต่ในเวลาเดียวกัน ก็เป็นคนเดียวที่ทำให้เขารู้สึกว่าโลกที่บ้าคลั่งใบนี้ยังพอมีความหมาย
แอรีสหัวเราะหึๆ พลางตบไหล่เก่งเบาๆ แรงตบนั้นหนักหน่วงจนเก่งแทบทรุด "แกนี่มันโง่ได้ใจจริงๆ นะเก่ง ความซวยมันเป็นของคู่กับแก แต่เชื่อฉันเถอะ ความซวยครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย เพราะถ้าไม่มีเทพสงครามคอยป่วนอยู่ข้างๆ พวกสภาก็ไม่มีเหตุผลจะส่งคนมาตามจองเวรแกอีก"
"พี่จะเสียสละทำไม... ทั้งที่พี่เกลียดสภานั่นจะตาย!"
"เพราะแกเป็นมนุษย์คนเดียวที่ให้มาม่าฉันกินในวันที่ฉันหิวจนไส้กิ่ว และเป็นคนเดียวที่ยอมให้ฉันนอนโซฟาโดยไม่บ่นเรื่องกลิ่นตัว" แอรีสเดินไปหยิบหอกสีเงินที่พิงอยู่มุมห้องขึ้นมาถือไว้ แสงสีทองจางๆ เปล่งประกายรอบตัวเขา "จำไว้ว่าหลังจากนี้ไป ห้ามไปรับงานกู้โลกที่ไหนอีก ทำตัวให้เหมือนพนักงานออฟฟิศขี้ขลาดที่แกเคยเป็น แล้วชีวิตจะรอด"
แอรีสเดินไปที่ประตูทางออกที่ถูกเปิดออกด้วยแรงมหาศาลจากภายนอก ท้องฟ้าด้านนอกไม่ได้เป็นสีคราม แต่มันเป็นสีม่วงคล้ำของมิติที่ถูกบิดเบี้ยว ทหารของสภาเทพในชุดเกราะเรืองแสงนับร้อยยืนเรียงรายอยู่เบื้องหน้า ทุกคนเล็งอาวุธมาที่ประตูห้อง
"เฮ้ย! พวกแกมาช้าไปห้านาทีนะ!" แอรีสตะโกนท้าทาย เสียงกัมปนาทของเขาสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งอาคาร "ข้าอยู่นี่แล้ว! ไม่ต้องไปรบกวนไอ้มนุษย์หน้าจืดข้างหลังนั่น!"
"แอรีส! ท่านต้องรับโทษฐานทรยศต่อกฎสภา!" เสียงประกาศก้องจากหัวหน้าหน่วยทหารเทพดังขึ้น
"ทหารเอ๊ย... ทรยศต่อกฎที่เต็มไปด้วยความเน่าเฟะน่ะข้าภูมิใจจะตาย" แอรีสหันกลับมามองเก่งเป็นครั้งสุดท้าย รอยยิ้มของเขาในตอนนี้ไม่ได้มีความกาวเหมือนทุกวัน แต่มันดูเท่จนเก่งแทบจะลืมหายใจ "เฮ้ย เก่ง... ฝากดูมาม่าที่เหลือด้วยนะ อย่าให้มันหมดอายุเสียก่อนล่ะ"
พูดจบ เทพสงครามก็พุ่งตัวออกไปท่ามกลางกองทัพทหารเทพ ร่างของเขากลายเป็นแสงสีทองที่สว่างวาบจนเก่งต้องยกมือขึ้นบังตา เสียงการปะทะดังสนั่นราวกับฟ้าถล่ม เก่งพยายามจะวิ่งตามออกไป แต่แรงลมมหาศาลจากการต่อสู้กลับซัดร่างเขาให้กระเด็นกลับเข้ามาในห้อง
เมื่อฝุ่นควันจางลง ประตูปรากฏรอยแยกขนาดใหญ่ แอรีสหายไปแล้ว ทหารพวกนั้นก็หายไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าใจหาย ห้องทำงานที่เคยเต็มไปด้วยเสียงบ่นเรื่องงานและมุกกาวๆ กลายเป็นความว่างเปล่าที่บาดลึกหัวใจของเก่ง
เขาทรุดตัวลงนั่งกับพื้น กวาดสายตาไปรอบๆ จนกระทั่งหยุดอยู่ที่โต๊ะทำงานของแอรีส บนนั้นมีถ้วยมาม่าที่กินค้างไว้ และกระดาษแผ่นหนึ่งที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ของเทพสงครามว่า *'อย่าลืมจ่ายค่าไฟ เดี๋ยวไฟดับแล้วอดดูการ์ตูนนะไอ้หนู'*
เก่งกำกระดาษแผ่นนั้นแน่น น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เขาแพ้... เขาไม่สามารถรักษาเพื่อนไว้ได้เลย แต่ในขณะที่เขากำลังจะฟูมฟายอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้น มันไม่ใช่โทรศัพท์ออฟฟิศ แต่มันคือเครื่องสื่อสารของ 'หน่วยพิทักษ์จักรวาล' ที่เขาไม่ควรจะมีสิทธิ์เข้าถึง
เก่งกดรับสายด้วยมือที่สั่นเทา เสียงปลายสายไม่ได้เป็นเสียงมนุษย์ แต่เป็นเสียงที่ฟังดูคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด เสียงที่เขาเคยได้ยินจากนิมิตเมื่อตอนเริ่มงานวันแรก
"สวัสดีครับคุณเก่ง... ดีใจที่ได้คุยกันสักที" ปลายสายหัวเราะเบาๆ "คุณคิดว่าแอรีสไปไหนงั้นเหรอ? หึหึ... สงครามที่แท้จริงมันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นในจุดที่คุณนึกไม่ถึงต่างหากล่ะ"
ทันใดนั้น หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ดับอยู่ก็สว่างวาบขึ้นมา ภาพในหน้าจอไม่ได้แสดงผลงานเอกสาร แต่มันฉายภาพของแอรีสที่ถูกพันธนาการอยู่บนแท่นศิลาใจกลางขุมนรกมืดมิด ท่ามกลางเงาร่างของเทพองค์หนึ่งที่เก่งจำได้แม่นว่าคือ 'เทพแห่งความตาย' ผู้ที่หายสาบสูญไปนับพันปี
"ไปช่วยเขาซะสิ... ถ้าคุณยังอยากจะเรียกตัวเองว่าหัวหน้าทีมกู้โลกอยู่"
จังหวะหัวใจของเก่งหยุดเต้นไปวูบหนึ่ง เมื่อเขาสังเกตเห็นว่าบนแท่นศิลานั้น ไม่ได้มีแค่แอรีสคนเดียว แต่มีเงาร่างของ 'ใครบางคน' ที่เขารู้จักดีที่สุดนั่งอยู่ข้างๆ ในสภาพที่ไร้ลมหายใจ... นั่นมันร่างของตัวเขาเองที่กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวนี้!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาจนถึงตอนที่ 51 นะครับ ฮาไม่จำกัดสัญญาว่าจะเขียนตอนต่อไปให้สะใจทุกท่านแน่นอนครับ!
บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์•ตอนที่ 51
การเสียสละของแอรีส
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!