กลิ่นคาวสนิมเหล็กเจือจางลอยแตะปลายนาสิกทันทีที่ปลายนิ้วเรียวของหลินว่านจินสัมผัสโดนรอยเปื้อนสีแดงคล้ำหลังซองจดหมาย
ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองตัวอักษรบนกระดาษแผ่นนั้นอีกครั้ง ลายมือของลู่เฉิงหยวนยังคงหนักแน่นและองอาจดังเช่นเคย แต่หัวใจในอกด้านซ้ายกลับเต้นกระหน่ำผิดจังหวะ พลังงานอุ่นร้อนที่คุ้นเคยจากมิติฟาร์มในห้วงสำนึกกำลังแผ่ซ่านไอเย็นยะเยือกออกมาประท้วง เป็นสัญญาณเตือนภัยอันตรายระดับวิกฤตที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อนตั้งแต่ทะลุมิติมาอยู่ในยุคแปดศูนย์นี้
“แม่ครับ เป่าเป่าหิวข้าวแล้ว...” เสียงเล็กแจ๋วของเด็กชายวัยสี่ขวบดังขึ้นทำลายความเงียบ ดึงสติแพทย์หญิงอัจฉริยะให้หลุดออกจากภวังค์ความกังวล
ว่านจินสูดหายใจเข้าลึก เก็บซองจดหมายและธนบัตรปึกหนาเข้าสู่พื้นที่ปลอดภัยในมิติฟาร์มอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มอ่อนโยนถูกระบายขึ้นบนใบหน้าเพื่อไม่ให้เด็กน้อยตื่นตระหนก เธอย่อตัวลงลูบศีรษะลูกชายเบาๆ “รบกวนเป่าเป่ารอแม่อีกนิดนะครับ วันนี้เราจะทำหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงสูตรพิเศษ ฉลองที่เราได้ใบอนุญาตประกอบการอย่างเป็นทางการกัน”
เช้าวันนี้ไม่ใช่เช้าแห่งการเริ่มต้นธรรมดา แต่เป็นวันที่สำนักงานทะเบียนพาณิชย์อำเภอประทับตราอนุมัติให้ ‘สหกรณ์การเกษตรย่อยว่านจิน’ กลายเป็นกิจการถูกกฎหมายแห่งแรกของตำบล การเดินทางหอบหิ้วตะกร้าผักปลอดสารพิษแอบขายในตลาดมืดได้สิ้นสุดลงแล้ว ขั้นต่อไปคือการเซ็นสัญญาส่ง
ออกพืชผลล็อตใหญ่ให้กับโรงงานอุตสาหกรรมทอผ้าและโรงอาหารกอง
ทัพในเมือง
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามด้วยเสียงทุบปึงปังอันคุ้นเคย “หลินว่านจิน! นังตัวดี แกหลบอยู่ในบ้านรึไง? รู้ไหมว่าชาวบ้านเขาลือกันว่าแกไปจดทะเบียนทำธุรกิจอะไรลับหลังตระกูลลู่! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!”
นางจาง แม่สามีจอมสูบยืนเท้าสะเอวอยู่หน้าประตูรั้ว ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความริษยาและโลภะ ข่าวลือเรื่องสะใภ้รองผู้เคยถูกตราหน้าว่าไร้ค่าหาเงินได้เป็นกอเป็นกำจนทางการต้องส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบความเรียบร้อย กระจายไปไวราวกับไฟลามทุ่ง นางจางที่เคยมาไถเงินแล้วถูกตอกกลับจนหน้าหงาย วันนี้กลับมาพร้อมกับชาวบ้านมุงและผู้ใหญ่บ้านเพื่อกดดันให้เธอคาย "ผลประโยชน์" ออกมา
ว่านจินค่อยๆ เปิดประตูรั้วออก ใบหน้าของเธอนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในบึงใหญ่ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว “คุณแม่มีธุระอันใดแต่เช้าครับ ถึงได้มาตะโกนโวยวายหน้าบ้านของผมเช่นนี้”
“หนอย! นังปากกล้า แกกล้าพูดจาแบบนี้กับฉันเรอะ!” นางจางพุ่งเข้ามาหมายจะหยิกแขน แต่ว่านจินก้าวเท้าหลบอย่างงดงาม พร้อมกับชูเอกสารแผ่นหนึ่งขึ้นในระดับสายตาของทุกคน
“หากท่านแม่มาเพื่อทวงถามเรื่องธุรกิจ ฉันเกรงว่าจะต้องแสดงความเสียใจด้วยครับ” ว่านจินเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวาน ชัดถ้อยชัดคำจนชาวบ้านที่มุงดูอยู่เงียบกริบ “นี่คือหนังสือจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน ที่ระบุชัดเจนว่ากิจการนี้เป็นทรัพย์สินส่วนตัวของฉันและสามี แยกขาดจากทะเบียนบ้านใหญ่โตอย่างสิ้นเชิง ตามกฎหมายใหม่ของรัฐบาล”
ผู้ใหญ่บ้านซึ่งยืนอยู่ข้างๆ ชะโงกหน้าเข้ามามองตราประทับสีแดงสดบนกระดาษ เขาพยักหน้าช้าๆ “ถูกต้องแล้วครับคุณจาง ทางการสนับสนุนให้ชาวบ้านทำมาหากินสุจริต หลินว่านจินทำถูกต้องตามระเบียบทุกประการ ตระกูลลู่ไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือเรียกร้องส่วนแบ่งใดๆ ทั้งสิ้น เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากเจ้าตัว”
สีหน้าของนางจางเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับม่วง นางอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ “แก... นังสะใภ้เนรคุณ แกกล้าตัดญาติขาดมิตรกับตระกูลลู่เชียวรึ! แกคิดว่ามีสามีเป็นทหารแล้วจะยิ่งใหญ่คับฟ้าเรอะ!”
“สามีฉันจะยิ่งใหญ่หรือไม่ฉันไม่ทราบ แต่ที่แน่ๆ ฉันหาเลี้ยงลูกด้วยลำแข้งของตัวเอง ไม่เคยต้องไปเที่ยวแบมือขอเงินใครกินเหมือนคนบางคนแถวนี้” ว่านจินยิ้มเย็นเยียบ สายตากวาดมองนางจางด้วยความเหยียดหยามเล็กน้อยที่แฝงไว้ด้วยความเฉียบคม “เชิญกลับไปเถอะครับ วันนี้ฉันมีนัดคุยงานกับตัวแทนจัดซื้อจากโรงงานในเมือง ไม่มีเวลามาต่อปากต่อคำกับเรื่องไร้สาระหรอกนะครับ”
สิ้นคำพูดนั้น ว่านจินก็ปิดประตูใส่หน้าแม่สามีเสียงดังสนั่น ท่าท่าองอาจเด็ดเดี่ยวทำให้ชาวบ้านบางคนถึงกับแอบปรบมือให้อยู่เบื้องหลัง
รถบรรทุกคันเล็กของทางสหกรณ์เดินทางมาถึงหน้าบ้านตรงเวลาเป๊ะ คนขับรถซึ่งเป็นสหายสนิทของกองร้อยลู่เฉิงหยวนกระโดดลงจากรถด้วยความกระตือรือร้น “คุณหนูว่านจิน ผักปลอดสารพิษล็อตแรกแปดร้อยกิโลกรัมพร้อมแล้วครับ ทางโรงงานในเมืองส่งคนมารอรับที่จุดตรวจแล้ว รับรองว่าราคาขายวันนี้ทะลุเป้าแน่นอน!”
ว่านจินพยักหน้ารับ รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นบนเรียวปาก เธอใช้พลังจากมิติฟาร์มเร่งความสดใหม่ของผักกาดและมะเขือเทศในโกดังชั่วคราว ทำให้ผักทุกต้นเปล่งประกายสีเขียวชอุ่มและส่งกลิ่นหอมสะอาดตา ชวนให้ผู้พบเห็นอยากลิ้มลอง
การค้าเติบโตเป็นล่ำเป็นสัน กำลังทรัพย์หลั่งไหลเข้ามาดั่งสายน้ำ ทว่าในขณะที่เธอกำลังเซ็นชื่อในใบส่งสินค้า มิติฟาร์มในอกก็เกิดอาการกระตุกวูบอย่างรุนแรงอีกครั้ง จนภาพตรงหน้าพร่ามัวไปชั่วขณะ
เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงเครื่องยนต์รถจี๊ปทหารคันเก่งดังกระหึ่มเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าบ้านพัก ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับเยียบเย็นผิดปกติ ไร้ซึ่งเสียงทักทายร่าเริงจากสามีหนุ่มผู้คลั่งรักเช่นเคย
ประตูรถเปิดออก... ร่างสูงใหญ่ของลู่เฉิงหยวนก้าวลงมา ทว่าสภาพของเขาในเวลานี้กลับทำให้ลมหายใจของหลินว่านจินสะดุดกึก ชุดทหารสีเขียวเข้มเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินโคลนและรอยเลือดแห้งกรัง ใบหน้าคมคายมีรอยแผลเป็นลากยาว ดวงตาที่เคยอบอุ่นมองตรงมาที่เธอนิ่งสนิท ปราศจากประกายความรักความห่วงใยใดๆ สิ้นเชิง
และก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยปากทักทาย ร่างของชายแปลกหน้าอีกคนก็ถูกหามลงมาจากเบาะหลังรถในสภาพที่ไร้วิญญาณ พร้อมกับกระดาษคำสั่งด่วนที่สุดจากกองบัญชาการทหารสูงสุด ที่ร่วงหล่นลงแทบเท้าของเธอ... ซึ่งระบุชื่อของ "ลู่เฉิงหยวน" ว่าเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีกบฏแผ่นดิน!
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความมุ่งมั่นของว่านจินนะครับ
คุณหนูมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 80•ตอนที่ 17
การค้าเติบโตเป็นล่ำเป็นสัน
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!