"ถ้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันจะสาดน้ำแกงเดือดๆ นี่ใส่หน้าแกจริงๆ ด้วย!"
เสียงประกาศกร้าวของหลินว่านจินดังแทรกเสียงฉู่ฉ่าของน้ำมันในกระทะ ท่ามกลางฝุ่นตลบอบอวลของตลาดสดประจำอำเภอในยุค 80 ปลายฤดูหนาว ร่างระหงในชุดเสื้อกันหนาวสีมอแต่สะอาดสะอ้านยืนตระหง่านอยู่หน้าเตาถ่านเหล็กหล่อ แววตาของแพทย์หญิงจากศตวรรษที่ 21 เยียบเย็นและเด็ดขาดจนนางจาง แม่สามีจอมสูบที่อุตส่าห์ดั้นด้นตามกลิ่นอาหารมาถึงตลาด ถึงกับผงะถอยหลังไปสามก้าวด้วยความหวาดกลัว
นางจางอ้าปากพะงาบๆ หมายจะแผדเสียงด่าทอตามนิสัยเดิม แต่เมื่อปะทะเข้ากับไอความร้อนของหม้อตุ๋นใบใหญ่และสายตาดุจคมมีดของสะใภ้ที่นางเคยคิดว่าหัวอ่อน ร่างท้วมๆ นั้นก็พลันสั่นเทา คำด่าทอที่เตรียมมานับร้อยคำติดอยู่แค่ลำคอ
"วะ... ว่านจิน แกกล้าขู่แม่สามีรึ! อกตัญญู! นังตัวดี แกแอบมาตั้งแผงค้าขายลับหลังครอบครัว ร่ำรวยแล้วลืมบุญคุณงั้นเรอะ!" นางจางเปลี่ยนแผนแสร้งบีบน้ำตา ส่งเสียงโหยหวนเรียกความสนใจจากชาวบ้านที่เดินข้ามไปมา
ทว่า รอบตัวพวกเขากลับไม่มีใครสนใจเสียงโวยวายของนางจางเลยแม้แต่คนเดียว สายตาทุกคู่ ร่างกายทุกร่าง และจมูกทุกดวงในรัศมีสิบเมตรต่างกำลังจดจ่ออยู่กับสิ่งเดียวบนเตาเหล็กหล่อเบื้องหน้าหลินว่านจิน
กลิ่นหอมหวลอันล้ำลึกของเครื่องเทศจีนสิบสามชนิดที่เคี่ยวเคี่ยวเคี่ยวจนเข้าเนื้อ ผสมผสานกับกลิ่นหอมมันของไขกระดูกวัวที่เคี่ยวเคี่ยวด้วยไฟอ่อนข้ามคืน ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งตรอกซอกซอย กลิ่นนี้มิใช่กลิ่นอาหารธรรมดา แต่เป็นกลิ่นอายแห่งความสุข ความอบอุ่น และความโหยหาที่แผ่ซ่านทะลวงเข้าไปถึงโสตประสาทของทุกคนที่เดินผ่าน
ชามกระเบื้องเคลือบสีขาวลายครามถูกดันออกไปตามคำสั่งของลูกค้าคนแรก ชายวัยกลางคนสวมเสื้อแจ็คเก็ตสีเขียวขี้ม้าซึ่งเป็นหัวหน้าคนงานก่อสร้างโรงงานใกล้เคียง คีบเส้นบะหมี่สีเหลืองนวลเหนียวนุ่มที่ทำสดใหม่ขึ้นมาซดน้ำซุปคำหนึ่ง ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้นทันทีโดยอัตโนมัติ
"สวรรค์! นี่มัน... รสชาติอะไรกันนี่!"
ชายคนนั้นอุทานออกมาเสียงดังลั่น น้ำซุปใสสีอำพันแต่รสชาติเข้มข้นกลมกล่อม หอมกลิ่นรากผักชี กระเทียมดอง และเครื่องเทศที่ผัดจนหอมกรุ่นก่อนนำมาเคี่ยว ไม่มีความคาวของเนื้อวัวหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความหวานละมุนที่ละลายในปาก เส้นบะหมี่เหนียวนุ่มกำลังดี และที่สำคัญที่สุดคือ เนื้อวัวตุ๋นชิ้นโตที่เปื่อยนุ่มจนแทบไม่ต้องเคี้ยว เอ็นเนื้อกรุบกรอบละลายในลิ้น ทันทีที่สัมผัสกับลิ้น รสสัมผัสอันล้ำลึกก็ระเบิดความสุขออกมาจนเขาเผลอสูดปากด้วยความฟิน
ความเงียบงันบังเกิดขึ้นชั่วขณะ ก่อนที่ชายคนนั้นจะก้มหน้าก้มตาซดบะหมี่เสียงดังซู้ดซ่าดอย่างไม่เกรงใจใคร
ปฏิกิริยานั้นรุนแรงยิ่งกว่าป้ายโฆษณาใดๆ ในยุค 80
"เฮ้ย! กลิ่นอะไรวะ หอมชะมัด โคตรน่ากินเลย!"
"ทางโน้นๆ ร้านเปิดใหม่รึเปล่าทำไมคนต่อแถวกันยาวเหยียดขนาดนั้น!"
"เฮีย! เอาหนึ่งชาม ใส่เนื้อเยอะๆ ชามนึงเท่าไหร่ ข้าจ่ายไม่อั้น!"
เพียงพริบตาเดียว แผงลอยชั่วคราวที่หลินว่านจินและลู่เฉิงหยวนช่วยกันสร้างขึ้นจากไม้เก่าและผ้าใบ ก็ถูกล้อมรอบด้วยฝูงชนที่แห่กันเข้ามาแย่งกันจับจองที่นั่งจนแน่นขนัด เสียงจอแจเซ็งแซ A บรรยากาศการค้าขายคึกคักชนิดที่พ่อค้าแม่ขายเจ้าเก่าในตลาดถึงกับต้องเหลียวมองด้วยความอิจฉา
ลู่เฉิงหยวน สามีหนุ่มทหารนายกองร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อโค้ทหนา ยืนตระหง่านคอยรับออเดอร์และส่งชามบะหมี่ให้ลูกค้าด้วยท่าทีขึงขังแต่คล่องแคล่ว แม้ใบหน้าคมเข้มจะดูดุดันจนลูกค้าบางคนไม่กล้าสบตา แต่รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากเมื่อเขาหันไปมองภรรยาคนสวยที่กำลังลวกเส้นด้วยความรวดเร็ว ก็เผยให้เห็นความคลั่งรักที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งแกร่งนั้นอย่างชัดเจน
"ระวังร้อนครับคุณลุง... ชามนี้ของโต๊ะสามเชิญครับ" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังของลู่เฉิงหยวนดังประสานกับเสียงตะหลิวและหม้อน้ำซุป
หลินว่านจินยิ้มรับในใจ มือเรียวเล็กตักเส้นตักเนื้ออย่างแม่นยำ ทุกชามไม่ได้มีแค่ความอร่อยจากฝีมือระดับเชฟอัจฉริยะเท่านั้น แต่เธอยังแอบหยด "น้ำทิพย์จากมิติฟาร์ม" ลงในหม้อน้ำซุปเพียงหยดเดียวเพื่อช่วยบำรุงสุขภาพและกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตของผู้บริโภค นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมใครก็ตามที่ได้ซดน้ำซุปฝีมือเธอ ถึงรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าราวกับได้ชีวิตใหม่
นางจางที่ถูกเบียดกระเด็นออกมาจากวงล้อมของลูกค้า ยืนมองภาพความสำเร็จและความมั่งคั่งที่กำลังไหลมาเทมาตรงหน้าด้วยความอิจฉาริษยาจนตาพองโต นางอยากจะพุ่งเข้าไปอาละวาดคว่ำหม้อข้าวหม้อแกงทิ้งเสียให้สะใจ แต่เมื่อหันไปสบตากับลู่เฉิงหยวนที่หันมามองนางด้วยแววตาคมกริบดุจพญาอินทรีที่พร้อมปกป้องรัง นางก็กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความเกรงกลัวลูกชายคนนี้ยังมีมากกว่าความโลภ
เวลาผ่านไปไม่ถึงสองชั่วโมง หม้อตุ๋นใบใหญ่ที่บรรจุน้ำซุปและเนื้อตุ๋นปริมาณมหาศาล ซึ่งหลินจินตั้งใจจะขายจนถึงบ่าย ก็ค่อยๆ พร่องลงจนก้นหม้อปรากฏให้เห็นกระดูกชิ้นสุดท้าย
"หมดแล้วครับ! บะหมี่เนื้อตุ๋นหมดหม้อแล้วครับวันนี้!" ลู่เฉิงหยวนตะโกนบอกฝูงชนที่ยังคงยืนต่อแถวรออยู่อีกเกือบสิบคนด้วยความเสียดาย
เสียงโอดครวญด้วยความผิดหวังดังระงมขึ้นทันที
"โธ่เฮีย! ทำไมหมดเร็วนพรุ่งนี้เปิดกี่โมง ข้าจะมาจองคิวแรกเลย!"
"พรุ่งนี้ต้องมาเร็วกว่านี้หน่อยแล้ว รสชาตินี้อร่อยที่สุดเท่าที่ฉันเคยกินมาในชีวิต!"
เงินเหมาหยวนและตั๋วอาหารจำนวนมากกองสุมอยู่ในตะกร้าไม้สานข้างตัวหลินว่านจิน นี่คือรายได้มหาศาลจากการทำธุรกิจวันแรกที่เกินความคาดหมายไปไกลลิบ นางยิ้มแก้มปริ นึกถึงใบจิ๋วของเป่าเป่าที่รออยู่ที่บ้านและแผนการขยายกิจการในอนาคต
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังชื่นมื่นและความเหนื่อยล้าเริ่มเข้ามาแทนที่ ลู่เฉิงหยวนที่กำลังก้มลงเก็บเก้าอี้หน้าร้าน ก็พลانชะงักฝีเท้า
ฝูงชนที่ทยอยแยกย้ายกันไปเว้นช่องว่างให้เห็นร่างของชายชราคนหนึ่งในชุดเสื้อคลุมผ้าไหมจีนโบราณ แม้เนื้อผ้าจะดูเรียบง่ายแต่ตัดเย็บอย่างประณีต ด้านหลังมีชายฉกรรจ์ร่างกำยำแต่งกายคล้ายบอดี้การ์ดยืนประกบซ้ายขวาอย่างนิ่งงัน ชายชราก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าแผงลอยของพวกเขา ดวงตาฝ้าฟางแต่ทว่าฉายแววเฉียบคมดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองไปทั่วบริเวณ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่หม้อบะหมี่เปล่า
"เจ้าคือคนทำบะหมี่ชามนั้นสินะ..." เสียงแหบพร่าแต่น่าเกรงขามเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่ชายชิวาทอดสายตามาที่หลินว่านจิน
ลู่เฉิงหยวนก้าวเข้ามาบังภรรยาไว้ด้านหลังโดยสัญชาตญาณ กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งเครียดเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดฝัน
ชายชรายกยิ้มมุมปาก ยื่นนามบัตรสีทองเข้มขอบหยักที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อนในอำเภอชนบทแห่งนี้ให้ หลินว่านจินรับมาด้วยความประหลาดใจ เมื่อก้มลงมองตัวอักษรจีนโบราณสลักนูนบนนามบัตร หัวใจของเธอก็เต้นกระหน่ำไม่เป็นจังหวะ
หมอภัทรแก้ไขชะตาขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ว่านจินและครอบครัวตระกูลลู่มา ณ ที่นี้นะครับ
คุณหนูมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 80•ตอนที่ 13
เมนูลับมัดใจลูกค้าขาประจำ
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!