กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานส่วนตัวของคีรินปะทะเข้ากับผิวเนื้อที่สั่นเทาของรินรดา ทันทีที่บานประตูไม้โอ๊คหนาหนักปิดลง เสียงกลอนล็อกดัง ‘คลิก’ ราวกับเสียงมัจจุราชกำลังตอกตะปูฝาโลงกักขังวิญญาณของเธอไว้ในกรงทองที่เต็มไปด้วยกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นกายเฉพาะตัวที่แฝงไปด้วยอันตรายของชายหนุ่ม
รินรดายืนตัวตรง พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวความกล้าที่มีทั้งหมดแสร้งทำเป็นไม่สะทกสะท้าน แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก หญิงสาวเชิดหน้าขึ้น สบสายตาดุดันที่จ้องมองมาราวกับจะฉีกร่างเธอออกเป็นชิ้นๆ
“คุณต้องการอะไรจากฉันอีก คีริน? ข้อมูลนั่นฉันคืนให้แล้ว หรือว่าศักดิ์ศรีของคุณมันเปราะบางจนต้องรั้งตัวฉันไว้เพื่อระบายความแค้นเพียงเพราะถูกผู้หญิงอย่างฉันลูบคม?”
ร่างสูงใหญ่ของคีรินลุกขึ้นจากเก้าอี้หนังราคาแพง เขาไม่ได้โกรธเกรี้ยวอย่างที่คาด แต่กลับย่างสามขุมเข้ามาหาด้วยท่วงท่าเชื่องช้าทว่ากดดันเหมือนนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุมอับ นิ้วเรียวยาวของเขาเกลี่ยไรผมที่ปรกหน้าผากมนของเธอเบาๆ ก่อนจะเลื่อนลงมาเชยคางหญิงสาวให้เงยขึ้นสบตา
“ศักดิ์ศรีน่ะเหรอ?” เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากังวานอยู่ในลำคอ “รินรดา... เธอขโมยสิ่งที่สำคัญกว่าข้อมูลไปจากฉัน และในเมื่อเธอเลือกที่จะเล่นเกมนี้เอง ก็จงจำใส่ใจไว้ว่าคนอย่างฉันไม่เคยยอมให้ใคร ‘ขโมย’ อะไรไปโดยไม่ได้รับโทษที่สาสม”
“ฉันไม่รู้ว่าคุณพูดเรื่องอะไร” เธอเม้มปากแน่น พยายามเบนหน้าหนี แต่ฝ่ามือหนากลับประคองใบหน้าเธอไว้อย่างหนักแน่นราวกับคีมเหล็ก
“รู้สิ... เธอรู้ดีว่ามันคืออะไร” เขาโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกโด่งคมสันแตะสัมผัสกับพวงแก้มเนียน กลิ่นหอมจางๆ จากเรือนร่างของเธอทำให้อารมณ์ดิบเถื่อนในใจเขาพลุ่งพล่าน “คืนนี้ฉันมีข้อเสนอให้เธอสองทาง... ทางแรก คือการยอมเป็น ‘สมบัติ’ ของฉันอย่างเต็มใจ ทำตามที่ฉันสั่งทุกอย่างบนเตียงนี้โดยไม่มีข้อโต้แย้ง แลกกับการที่ฉันจะปล่อยให้ชีวิตปกติของเธอและครอบครัวยังคงดำรงอยู่ต่อไป”
รินรดาหน้าซีดเผือด “แล้วทางที่สองล่ะ?”
คีรินขยับยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ดูเย็นชาและอำมหิตจนเธอใจสั่น “ทางที่สอง คือการที่ฉันจะทำให้เธอรู้ซึ้งถึงความพินาศ... พินาศทั้งชื่อเสียง พินาศทั้งตัวตน จนกระทั่งเธอไม่มีที่ยืนในโลกใบนี้ แล้วตอนนั้น... ไม่ว่าเธอจะอ้อนวอนแค่ไหน ฉันก็จะไม่มีวันปล่อยเธอไปเลย”
ลมหายใจของเธอติดขัด เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่คำขู่ลอยๆ คีรินคือปีศาจที่ไร้เงา เขาทำได้ทุกอย่างตามที่พูด แต่ความทิฐิในใจกลับผลักดันให้เธอแค่นหัวเราะออกมาทั้งที่น้ำตาคลอ
“คุณมันก็แค่คนโรคจิตที่หลงระเริงในอำนาจ”
“งั้นฉันจะแสดงให้ดูว่าคนโรคจิตที่เธอกล่าวหาน่ะ... เขาลงโทษ ‘ขโมย’ ด้วยวิธีไหน”
ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้โต้แย้ง คีรินก็ช้อนตัวเธอขึ้นแนบอกก่อนจะพาร่างบางไปวางลงบนเตียงกว้างกึ่งกลางห้อง แรงกดทับของร่างกายกำยำที่ทาบทับลงมาทำเอาหัวใจเธอแทบหยุดเต้น สัมผัสจากฝ่ามือที่ไล้ไปตามสรีระโค้งเว้าของเธอไม่ได้มีความอ่อนโยนแฝงอยู่เลยแม้แต่น้อย มันคือการสำรวจและประกาศความเป็นเจ้าของอย่างป่าเถื่อน
“เลือกเอา... รินรดา ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนแล้วเลือกให้เธอเอง”
เขากระซิบชิดใบหู พ่นลมหายใจร้อนผ่าวทำเอาขนอ่อนลุกชัน มือหนากระชากกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกอย่างไม่ปรานีจนกระดุมเม็ดหนึ่งกระเด็นหลุดไปกระทบพื้น เสียงดังกังวานในความเงียบราวกับเสียงปืนที่ลั่นไก รินรดารู้สึกถึงความหนาวเหน็บที่ปะทะกับผิวเนื้อ ทว่าความร้อนจากมือของคีรินที่ลูบไล้ลงมาบนลาดไหล่กลับทำให้ร่างกายของเธอทรยศต่อสมองด้วยการตอบสนองอย่างร้อนแรง
“คุณทำแบบนี้ไม่ได้...” เธอประท้วงเสียงสั่น ทว่าแววตากลับหลบวูบเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่คมที่แฝงไปด้วยเพลิงกามารมณ์
“ฉันทำได้... และฉันกำลังจะเริ่มเดี๋ยวนี้”
คีรินก้มลงประทับรอยจูบที่ซอกคอขาวระหง ขบเม้มจนเกิดรอยจารึกแห่งความเจ็บปวดที่น่าหลงใหล มือของเขาเลื่อนไปปลดตะขอชุดชั้นในออกอย่างคล่องแคล่ว เผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะหายใจรัวเร็ว รินรดาหลับตาปี๋ พยายามสกัดกั้นความรู้สึกหวามไหวที่พุ่งพล่านจากสัมผัสที่ซ้ำเติมให้เธอกลายเป็นเพียงเหยื่อในอุ้งมือปีศาจ
ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะรุกล้ำลึกซึ้งกว่าเดิม เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนหัวเตียงก็ดังขึ้นคั่นจังหวะราวกับสัญญาณเตือนภัย คีรินชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าคมคายฉายแววหงุดหงิดขีดสุดก่อนจะหยิบมันขึ้นมามองชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ
ดวงตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นในทันทีเมื่อเห็นข้อความที่ส่งมา และเพียงชั่วพริบตา เขาก็หยุดการกระทำทั้งหมดลงก่อนจะจ้องมองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... เป็นความเยือกเย็นที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม
“ดูเหมือนจะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาขัดจังหวะความสุขของเรา...” คีรินกระซิบพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ “หวังว่าเธอจะเตรียมใจมาดีพอ เพราะเมื่อฉันกลับมา... สิ่งที่เธอจะได้รับมันจะไม่ใช่แค่ความอดสู แต่มันคือหายนะที่จะเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล”
เขาหมุนตัวเดินออกไปที่ประตู ทิ้งให้รินรดานอนตัวสั่นอยู่บนเตียงด้วยความสับสนและความหวาดกลัวที่ถาโถมเข้ามา แต่แล้วประตูห้องที่เพิ่งจะปิดลงก็เปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับร่างของบุคคลที่เธอไม่คาดคิดว่าจะปรากฏตัวขึ้นในสถานที่แห่งนี้... พี่ชายของเธอที่เพิ่งหายสาบสูญไปเมื่อสามปีก่อนเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่เย็นชาไม่แพ้คีริน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามดื่มด่ำไปกับความร้าวรานในครั้งนี้นะคะ
เซ็นเซอร์หัวใจนายอาชญากรไร้เงา•ตอนที่ 2
ในอุ้งมือปีศาจ
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นเซอร์หัวใจนายอาชญากรไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
