"ท่านหัวหน้าสำนักตรวจสอบ... กลิ่นสนิมเหล็กที่โชยมาจากตำหนักร้างท้ายอุทยานนั้น มันแรงเกินกว่าจะเป็นเพียงซากหนูตายนะคะ"
เสียงหวานใสที่แฝงความเย็นเยียบดังขึ้นข้างกายฉินหานในความมืดสลัวใต้เงาไม้ใหญ่ ชายหนุ่มหยุดฝีเท้าทันที ความนิ่งงันของเขาไม่ได้เกิดจากความกลัว แต่เกิดจากการประเมินบุคคลที่ก้าวเข้ามาหาเขาโดยที่องครักษ์ฝีมือดีของเขายังไม่ทันระแคะระคาย ฉินหานปรายตามองสตรีผู้สวมอาภรณ์สีม่วงอ่อนของสนมขั้นต่ำ สายตาของเขาราวกับใบมีดที่พยายามกรีดผ่านชั้นแป้งหนาบนใบหน้าของนาง
"สนมหลี่... เวลาวิกาลเช่นนี้ หากผู้ใดมาพบเห็นพระสนมเดินเพ่นพ่านในเขตหวงห้าม โทษทัณฑ์นั้นคงไม่จบลงแค่การกักบริเวณในตำหนักแน่นอน" ฉินหานตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์ แต่แฝงด้วยการข่มขู่ที่ชัดเจน
"หากข้ากลัวโทษทัณฑ์ ข้าคงไม่มายืนอยู่ตรงนี้เพื่อเตือนท่านว่า รอยเลือดที่หยดลงบนกระเบื้องเคลือบนั้น... ไม่ใช่ของสัตว์ป่า" หลี่จื่อเหว่ยขยับยิ้มที่มุมปาก แววตาของนางนิ่งสงบดุจผิวน้ำลึกที่ซ่อนกระแสน้ำวนเอาไว้ "มันคือเลือดของคนที่มีชีวิตอยู่จนถึงเมื่อหนึ่งชั่วยามที่ผ่านมา"
ฉินหานไม่รอช้า เขาละความสนใจจากสนมปริศนาผู้กล้าหาญเกินตัว แล้วสาวเท้าก้าวตรงไปยังประตูไม้แกะสลักที่ผุพังของตำหนักร้าง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งรุนแรงขึ้นทันทีที่บานประตูถูกผลักออก ภายในมืดมิด มีเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านรอยแตกของหลังคาลงมาเป็นสาย ทาบทับลงบนร่างที่ถูกพันธนาการอยู่กลางห้อง
ร่างนั้นไร้วิญญาณ ผิวซีดเผือดราวกับหิมะ ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวหน้าหน่วยสำนักตรวจสอบผู้ผ่านการเห็นศพมานับร้อยต้องชะงัก คือรอยประทับรูปดอกเถาฮวาบนหัวไหล่ของศพ... เป็นรอยปานที่ควรจะมีอยู่บนตัวของนางสนมคนใหม่ที่เพิ่งเข้าวังมาไม่ถึงเจ็ดวัน
"เจ้าเห็นแล้วใช่หรือไม่?" เสียงของหลี่จื่อเหว่ยดังขึ้นข้างหลัง แผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความเงียบ
"นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ" ฉินหานพึมพำขณะคุกเข่าลงข้างศพ มือที่หยาบกร้านจากการจับดาบแตะเบาๆ ที่ลำคอของศพ พบรอยนิ้วมือที่ชัดเจนและจงใจทิ้งไว้เป็นหลักฐาน "สนมคนใหม่ตายในตำหนักร้าง... หากเรื่องนี้รั่วไหลออกไป ฝ่ายในจะกลายเป็นสมรภูมิขนาดย่อมทันที ใครเป็นคนจัดฉากนี้ เจ้าหรือ?"
"หากเป็นข้า ข้าคงไม่เลือกวิธีที่สิ้นเปลืองความสวยงามของตำหนักเช่นนี้หรอกค่ะ" หลี่จื่อเหว่ยเดินเข้ามาใกล้ แสงจันทร์ตกกระทบใบหน้าของนาง เผยให้เห็นแววตาที่วิเคราะห์ทุกรายละเอียดอย่างเยือกเย็น "ท่านหัวหน้า ท่านน่าจะรู้ดีกว่าข้า... คนที่สามารถลอบฆ่าสนมในเขตวังหลวงได้โดยไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา ย่อมไม่ใช่คนนอก แต่เป็นคนในหน่วยสำนักตรวจสอบของท่านเอง... ที่กำลังเล่นเกมหมากรุกกระดานนี้อยู่"
ฉินหานนิ่งไป ครู่หนึ่งที่บรรยากาศรอบข้างบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ เขารู้ดีว่าหมากกระดานนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดา การตายของสนมคือจุดเริ่มของวิกฤตที่อาจล้มล้างอำนาจของเขาได้ในชั่วข้ามคืน ทว่าเขายังไม่ทันได้เอ่ยตอบ สายตาก็เหลือบไปเห็นเศษกระดาษที่ถูกยัดไว้ในกำมือของศพ
มันเป็นตราประทับลับของสำนักตรวจสอบ... ตราประทับที่เขาเพิ่งจะสั่งทำลายไปเมื่อเดือนก่อน
"สนมหลี่... ข้าอาจจะต้องขอให้ท่านไปพักอยู่ในคุกหลวงสักสองสามวัน" ฉินหานลุกขึ้นยืน นัยน์ตาคู่นั้นเย็นเยียบกว่าเดิม
"ท่านไม่มีสิทธิ์นั้นค่ะ" หลี่จื่อเหว่ยเอ่ยพร้อมกับก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว เสียงหัวเราะแผ่วเบาดังขึ้นจากมุมมืดของตำหนักที่พวกเขาทั้งคู่เพิ่งสังเกตเห็นว่าไม่ใช่ความว่างเปล่า
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายสิบคนก็ดังขึ้นรอบตำหนักร้าง เสียงดาบชักออกจากฝักดังกังวานก้องไปทั่วบริเวณ ฉินหานหันกลับไปมองรอบด้าน พบว่าทางออกถูกปิดตายโดยกองกำลังทหารรักษาการณ์ที่ไม่มีสังกัดชัดเจน และในวินาทีที่แสงคบเพลิงสว่างจ้าขึ้นจากด้านนอก เสียงหนึ่งที่คุ้นหูและน่าสะพรึงกลัวที่สุดก็ดังขึ้น
"หัวหน้าฉิน... ยินดีด้วย เจ้าเพิ่งทำคดีฆาตกรรมสตรีในวังหลวงโดยมีหลักฐานมัดตัวแน่นหนาที่สุดเท่าที่ประวัติศาสตร์เคยบันทึกมา"
ฉินหานก้มมองตราประทับในมือศพที่เริ่มละลายไปกับเลือด เขาเข้าใจทันทีว่านี่คือการจัดฉากที่สมบูรณ์แบบเพื่อกำจัดเขา และสนมหญิงตรงหน้าผู้นี้... อาจไม่ใช่คู่ปรับ แต่คือนกต่อที่ถูกส่งมาเพื่อต้อนเขาให้เข้าสู่กับดักที่ไม่มีวันปีนกลับขึ้นไปได้
เสี่ยวเถาฮวาหวังว่าเรื่องราวที่เริ่มต้นด้วยกลิ่นคาวเลือดนี้จะทำให้รี้ดเดอร์ทุกท่านตื่นเต้นไปกับก้าวแรกของเส้นทางอำนาจที่เต็มไปด้วยขวากหนามนะคะ!
หมากกระดานลวง กรงขังวิญญาณอำนาจ•ตอนที่ 1
กลิ่นเลือดในวังหลวง
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานลวง กรงขังวิญญาณอำนาจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
