"คุณวินคะ! ถ้าจะมองแรงขนาดนี้เอาปืนมายิงฉันเลยเถอะค่ะ จะได้จบๆ กันไป ไม่ใช่มายืนทำหน้าเป็นตู้เย็นเสียบปลั๊กใส่กันแบบนี้!"
ฉันตวาดแว๊ดพลางกระชับสายกระเป๋ากล้องที่สะพายอยู่บนไหล่ให้แน่นขึ้น สองเท้าก้าวฉับๆ บนพื้นไม้ปาร์เกต์เก่าคร่ำคร่าของโรงแรมร้างระดับตำนานที่ขึ้นชื่อว่า 'แรงที่สุด' ในย่านพระนคร อากาศภายในโถงทางเดินกว้างยาวนี่มันเย็นยะเยือกเสียจนขนอ่อนทั่วร่างลุกเกรียว ทั้งที่ข้างนอกนั่นอุณหภูมิเกือบสี่สิบองศา
วิน... ช่างภาพหนุ่มร่างสูงโปร่งผู้มีใบหน้านิ่งสนิทจนเดาใจไม่ได้ หยุดเดินกึก เขายกมือขึ้นกอดอก สายตาคู่คมกริบที่มักจะซ่อนอยู่หลังแว่นกรอบบางนั้นมองตรงมาที่ฉัน ราวกับกำลังมองอะไรที่น่าสมเพชเสียเต็มประดา
"ถ้าอยากตายไวขนาดนั้น ก็เชิญถ่างประตูห้อง 404 เข้าไปคนเดียวนะข้าวปุ้น" เสียงทุ้มต่ำของเขานิ่งเรียบ แต่มันแฝงไปด้วยความเย็นเยียบที่ทำให้ฉันต้องชะงัก "อย่าหาว่าฉันไม่เตือน ว่าข้างในนั้นน่ะ... เขาไม่ได้ต้องการคนไปรีวิวอาหาร"
"ปากคอเราะร้ายจริงนะพ่อคุณ! ฉันเป็นอินฟลูฯ สายกิน งานของฉันคือการทำคอนเทนต์ และที่นี่คือโลเคชั่นที่สปอนเซอร์จ่ายเงินมาให้ถ่าย! จะให้ฉันถอยหลังกลับไปตอนนี้ แล้วเอาหน้าไปไว้ที่ไหนคะ?" ฉันเถียงคอเป็นเอ็น ถึงใจจะสั่นเป็นเจ้าเข้าและสวดอิติปิโสในใจรัวๆ จนแทบจะท่องย้อนกลับหลังได้อยู่แล้ว แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอค่ะ!
วินแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูไม่มีความสุขเอาเสียเลย เขาหยิบกล้องคู่ใจขึ้นมา เช็กเลนส์ช้าๆ ท่าทางใจเย็นของเขามันช่างน่าหมั่นไส้เสียจริง
"เอาเถอะ อยากลองดีนักก็เอาเลย แต่จำไว้นะ... เวลาเห็นอะไรที่ไม่ควรเห็น อย่าหันหลังกลับไปดูเด็ดขาด"
เราเดินมาถึงหน้าห้อง 404 ป้ายชื่อห้องสีทองที่ลอกล่อนจนแทบอ่านไม่ออกนั้นดูขลังอย่างบอกไม่ถูก ฉันกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ มือสั่นเทาหยิบมือถือขึ้นมาเตรียมไลฟ์สด ตามสไตล์นักรีวิวสายกินที่ต้องพาแฟนคลับไปตะลุยที่แปลกใหม่
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนแชตดังขึ้นในจังหวะที่หัวใจฉันกำลังเต้นแรงจนแทบหลุดออกมาจากอก ฉันก้มลงมองหน้าจอด้วยความหงุดหงิด วินส่งข้อความเข้ามา ทั้งที่เขายืนอยู่ข้างๆ ฉันนี่เอง
[วิน: ถ้ากลัวจนตัวสั่นขนาดนั้น ก็จับแขนเสื้อฉันไว้ ถ้ามันดึงแรงเกินไป ฉันจะช่วยลากเธอกลับไปเอง]
ฉันเม้มปากแน่น พิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็วด้วยนิ้วที่สั่นระริก
[ข้าวปุ้น: ใครกลัวคะ? ไม่ได้กลัวโว้ย! แค่หนาวแอร์เฉยๆ ยุ่งน่า!]
พอฉันกดส่งเสร็จ วินก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เขาแค่คว้าแขนฉันไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ก่อนจะใช้เท้าถีบประตูห้อง 404 ให้เปิดออกอย่างแรง!
*ครืดดดด...*
เสียงบานพับประตูเก่าเสียดสีกับวงกบดังก้องไปทั่วโถงทางเดิน กลิ่นธูปผสมกับกลิ่นดอกไม้แห้งเน่าๆ โชยเข้าปะทะจมูกจนฉันแทบอาเจียน สิ่งที่รออยู่ข้างในไม่ใช่ห้องพักหรูหราอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันคือห้องโถงที่เต็มไปด้วยรูปถ่ายขาวดำของใครก็ไม่รู้แปะเต็มผนัง และตรงกลางห้อง... มีโต๊ะไม้วางของไหว้ชุดใหญ่ที่ดูเหมือนเพิ่งถูกจัดวางสดๆ ร้อนๆ
"วิน... นี่มันอะไรกัน?" ฉันถามเสียงสั่น พยายามดึงแขนตัวเองออกแต่วินกลับยิ่งจับแน่นขึ้น
"อย่าทัก" เขากระซิบข้างหู เสียงของเขาเปลี่ยนไป เข้มข้นและเย็นเฉียบจนขนลุกซู่ "เขามองเราอยู่ ข้าวปุ้น... ยืนนิ่งๆ ห้ามหันไปข้างหลังเด็ดขาด ไม่ว่าใครจะเรียกชื่อเธอ"
ฉันตัวแข็งทื่อ ร่างกายเหมือนถูกสาปให้หยุดนิ่ง ในจังหวะนั้นเอง เสียงกระซิบเบาๆ ที่คุ้นหูเหลือเกินก็ดังขึ้นมาจากมุมมืดของห้อง มันเป็นเสียงที่แหบพร่าและเย็นยะเยือก เหมือนเสียงของคนที่กำลังขาดใจตาย
*"ปุ้น... มาอยู่ด้วยกันสิลูก..."*
ฉันเบิกตากว้าง หัวใจแทบหยุดเต้น ชื่อเล่นที่แม่เรียกฉันคนเดียว... ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่? ความกลัวแล่นพล่านไปทั่วกระดูกสันหลัง ฉันพยายามจะหันไปมองต้นเสียงตามสัญชาตญาณ แต่ในวินาทีที่ฉันกำลังจะหันไป วินก็กระชากตัวฉันเข้าหาอกเขาอย่างแรงจนฉันซบลงบนแผ่นหลังกว้างของเขาพอดี
"บอกแล้วไงว่าอย่าหัน!" วินตะคอกใส่ฉันเป็นครั้งแรก มือหนาของเขาปิดตาฉันไว้แน่น
ในความมืดมิดนั้น ฉันได้ยินเสียงเท้าคนเดินวนอยู่รอบตัวเราช้าๆ เสียงเล็บที่ขูดกับพื้นไม้ดังก้องไปทั่วห้อง มันไม่ใช่แค่หนึ่ง... แต่เหมือนมีนับสิบชีวิตกำลังโอบล้อมเราไว้
จู่ๆ แชตในมือถือที่ยังกำไว้แน่นก็สั่นรัวจนแทบหลุดมือ ฉันเหลือบมองหน้าจอผ่านช่องว่างระหว่างนิ้วของวิน มีข้อความใหม่เด้งขึ้นมา... เป็นเบอร์แปลกที่ไม่มีรายชื่อ
[ข้อความจาก: ???]
[มาถึงนี่แล้ว... จะกลับไปง่ายๆ ได้ยังไงล่ะแม่สาวน้อย?]
ยังไม่ทันที่ฉันจะได้หายใจ วินก็ก้มลงมาจ้องหน้าฉัน ระยะห่างระหว่างเราใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน
"ข้าวปุ้น... ฟังนะ" เขาพูดเสียงสั่น "เมื่อกี้ฉันไม่ได้เป็นคนดึงเธอมาที่ห้องนี้... แล้วที่ยืนอยู่หลังเธอตอนนี้... มันไม่ใช่ฉัน"
ฉันค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ ตามแรงดึงดูดประหลาด และสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าคือร่างสีดำทมิฬที่ไม่มีใบหน้า กำลังยื่นมือที่ยาวผิดปกติมาแตะที่หัวไหล่ของฉัน พร้อมกับเสียงแชตในมือถือที่ดังขึ้นอีกครั้งเป็นข้อความสุดท้ายก่อนสัญญาณจะตัดไป...
[วิน: วิ่งไปซะ อย่าหันมามองผม!]
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความหลอนปนกวนในค่ำคืนนี้กับเสียงกระซิบยามดึกนะคะ!
มูเตลูแบบนี้ พี่ไม่ไหวจะเคลียร์•ตอนที่ 1
รายการพังกับผีเจ้าที่
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูแบบนี้ พี่ไม่ไหวจะเคลียร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!