กระดาษปึกหนาในซองสีน้ำตาลถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง เสียงนั้นดังพอจะทำให้ความวุ่นวายในห้องโถงเล็กๆ ของบ้านตระกูลลู่เงียบลงได้ในพริบตา
"ผู้กองลู่... คำสั่งย้ายและเลื่อนขั้นอย่างเป็นทางการมาถึงมือผมแล้วครับ" นายทหารยศนายสิบผู้ส่งสารยืนตรงด้วยท่าทีเคารพ แววตาที่มองบุรุษหนุ่มร่างสูงใหญ่ตรงหน้าเต็มไปด้วยความชื่นชมและระคนอิจฉาเล็กน้อย "ยินดีด้วยล่วงหน้ากับตำแหน่งสารวัตรทหารประจำภูมิภาคครับ ยศพันตรี ประจำการ ณ กองบัญชาการใหญ่เขตมณฑลเหนือ"
หลี่จินหรงที่กำลังยืนจัดเตรียมเครื่องเทศสำหรับหมักหมูสามชั้นในครัวเงยหน้าขึ้นจากอ่างเคลือบสีขาว มุมปากของนางยกย่องขึ้นเล็กน้อยอย่างภาคภูมิใจ นางวางตะหลิวไม้ลงช้าๆ ก่อนจะเดินเช็ดมือด้วยผ้าสะอาดออกมาที่ห้องโถง สองปีเต็มๆ ที่สามีของนางก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทั้งลงแปลงนา ฝึกทหาร และปราบปรามกลุ่มพ่อค้านอกรีตชายแดน จนในที่สุดหยาดเหงื่อเหล่านั้นก็ออกดอกออกผลเป็นความสำเร็จที่น่าชื่นชม
ลู่หานเจียงไม่ได้แสดงท่าทีลิงโลดจนเนื้อเต้นตามประสาชายหนุ่มทั่วไป เขารับซองเอกสารนั้นมาด้วยมือที่หนาและหยาบกร้านจากการจับอาวุธและจอบเสียม สายตาคมกริบกวาดอ่านตัวหนังสือราชการสีดำสนิทบนกระดาษอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก่อนที่ความอบอุ่นจะระบายออกมาทั่วใบหน้าคมคายที่มักจะเรียบเฉยอยู่เสมอ
เขายังไม่ทันได้เอ่ยปากพูดอะไร เสียงแหลมสูงของแม่เฒ่าลู่ก็ดังแทรกขึ้นมาจากหน้าประตูบ้านทันที นางก้าวเท้าเข้ามาด้วยความเร่งรีบ ใบหน้าเหี่ยวย่นตามกาลเวลาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกปนตื่นเต้น หลังจากได้ยินข่าวลือหนาหูจากชาวบ้านที่วิ่งหน้าตั้งไปบอกที่แปลงผัก
"หานเจียง! เจ้าได้เลื่อนขั้นจริงๆ หรือ ลูกแม่! ไหน เอาเอกสารมาให้แม่ดูซิ!" แม่เฒ่าลู่พยายามจะคว้าซองกระดาษในมือบุตรชายคนโปรด แต่ลู่หานเจียงไวกว่า เขาดึงมือกลับและเก็บเอกสารไว้ในอกเสื้ออย่างแนบเนียน
"ครับแม่ ทางกองทัพมีคำสั่งลงมาแล้ว" ลู่หานเจียงตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นเต้นหวือหวา
"โอ๊ย! เป็นถึงพันตรีเชียวนะ! ตำแหน่งใหญ่โตขนาดนี้ เงินเดือนต้องเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวแน่ๆ!" แม่เฒ่าลู่ตบมือลงบนต้นขาตัวเองเสียงดังด้วยความดีใจ ดวงตาฝ้าฟางเป็นประกายระยับด้วยความโลภที่เริ่มก่อตัว "แบบนี้ตระกูลลู่ของเราจะได้หน้าได้ตากว่าบ้านไหนๆ แล้ว! หานเจียง เจ้าต้องส่งเงินเดือนครึ่งหนึ่งให้แม่เก็บไว้เหมือนเดิมนะ... อ้อ แล้วก็แบ่งที่ดินแปลงใหม่หลังภูเขาให้เจ้าต้าวซานน้องชายของเจ้าไปทำกินด้วย มันแต่งเมียแล้วยังไม่มีบ้านของตัวเองเลย"
บรรยากาศในห้องโถงที่ควรอิ่มเอมกลับถูกความเห็นแก่ตัวของแม่สามีเข้าครอบงำในชั่วพริบตา หลี่จินหรงแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นไม่ดังนัก แต่มันเพียงพอที่จะทำให้แม่เฒ่าลู่หันขวับมาถลึงตาใส่
"เจ้าหัวเราะอะไรอีก นังตัวดี! ผัวได้ดิบได้ดี แต่มึงก็ยังทำหน้าไม่รับแขกเหมือนเดิม!" แม่เฒ่าลู่แผดเสียงใส่ลูกสะใภ้ทันทีตามนิสัยเดิมที่แก้ไม่หาย แม้ว่าในช่วงหลังมานี้ นางจะเกรงใจฝีปากและการค้าขายอันร่ำรวยของจินหรงอยู่บ้าง แต่สันดานเดิมที่ชอบกดขี่ก็ยังคงกำเริบเมื่อเห็นผลประโยชน์ก้อนโตลอยมาตรงหน้า
จินหรงสาวเท้าย่างสามขุมเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างสามี นางเงยหน้าขึ้นสบตากับแม่สามีด้วยแววตานิ่งสงบแต่เฉียบคมดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง
"คุณแม่คะ..." จินหรงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพนอบน้อม แต่ทุกถ้อยคำกลับทรงพลังราวกับค้อนเหล็กทุบลงกลางใจ "สามีของฉันเหนื่อยยากตรากตรำมาหลายปีเพื่อไต่เต้าขึ้นมาด้วยลำแข้งของตัวเอง เงินเดือนทุกหยาดหยดและตำแหน่งพันตรีนี้แลกมาด้วยหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อ ไม่ใช่สิ่งที่ตกลงมาจากฟ้าให้ใครมานั่งตักตวงผลประโยชน์ตามอำเภอใจหรอกนะคะ ส่วนเรื่องที่ดินหลังภูเขา... ถ้าน้องสามอยากได้บ้านและที่ดิน ทำไมเขาถึงไม่รู้จักใช้สองมือของตัวเองสร้างขึ้นมาเหมือนพี่ชายเขาล่ะคะ หรือว่ามือเท้าของน้องสามมีไว้สำหรับแบมือขอคนอื่นกินไปวันๆ เท่านั้น?"
"นัง... นังสะใภ้อกตัญญู! กล้าดียังไงมาสั่งสอนฉัน!" แม่เฒ่าลู่หน้าดำคร่ำเครียด ชี้หน้าด่าด้วยความโกรธเกรี้ยวจนตัวสั่นเทา
"ผมว่าพอได้แล้วครับแม่" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของลู่หานเจียงดังขึ้น ขัดจังหวะการอาละวาดของมารดา เขาขยับตัวเข้ามาบังร่างภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง สายตาคมกริบที่ใช้มองศัตรูในในสนามรบถูกส่งตรงไปยังมารดาอย่างไม่ปิดบังความผิดหวัง "สิ่งที่จินหรงพูดไม่มีคำไหนผิดเลย ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมส่งเงินให้ครอบครัวเราไม่เคยขาด แต่พวกท่านไม่เคยพอใจ น้องสามอายุไม่น้อยแล้ว ควรหัดยืนด้วยลำแข้งของตัวเองเสียที ส่วนเรื่องตำแหน่งของผม... ผมจะย้ายไปประจำการที่กองบัญชาการใหญ่เขตมณฑลเหนือ และแน่นอนว่า... ผมจะพาภรรยาและครอบครัวของผมย้ายตามไปด้วย"
สิ้นคำพูดนั้น แม่เฒ่าลู่ถึงกับอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด "อะ... อะไรนะ? เจ้าจะพาอีเด็กนี่ไป2คนผัวเมียด้วยรึ แล้วฉันล่ะ? แกจะทิ้งแม่แก่ๆ คนนี้ให้อยู่ที่นี่คนเดียวหรือไง ไอ้ลูกอกตัญญู!"
"เราไม่ได้ทิ้งท่านครับ ผมได้จัดสรรเงินสำรองก้อนหนึ่งไว้ให้ท่านใช้จ่ายเพียงพอต่อปีแล้ว รวมถึงบ้านหลังนี้ก็ยกให้ท่านกับน้องสามอยู่กันตามสบาย แต่ถ้าท่านยังคิดจะมาวุ่นวายหรือหาเรื่องภรรยาผมอีก... อย่าหาว่าผมไม่ทำหน้าที่ลูกก็แล้วกัน" ลู่หานเจียงกล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ไร้ซึ่งเยื่อใยในความเอาแต่ใจของมารดา
จินหรงแอบอมยิ้มในใจ นางเอื้อมมือไปจับมือหนาของสามีที่กำเข้าหากันแน่นไว้เบาๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและความเข้าใจ สามีหนุ่มผู้ซื่อตรงของนางเติบโตขึ้นมากจริงๆ เขาไม่ได้ตาบอดต่อความอยุติธรรมในครอบครัวอีกต่อไปแล้ว
เมื่อเห็นว่าการโวยวายไม่ได้ผล แม่เฒ่าลู่จึงเปลี่ยนแผน ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นแล้วเริ่มส่งเสียงร้องไห้โฮคร่ำครวญราวกับจะขาดใจ "ฟ้าดินเอ๋ย ดูเอาเถอะ! เลี้ยงลูกชายจนเติบใหญ่ สุดท้ายมันก็เห็นเมียดีกว่าแม่ เลือดตาแทบกระเด็นกว่าจะโตมาได้..."
ลู่หานเจียงขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรำคาญใจ จินหรงจึงบีบมือเขาเบาๆ เป็นสัญญาณว่าให้นิ่งเสีย นางก้าวเท้าก้าวออกไปข้างหน้า ย่อกายลงเล็กน้อยมองแม่สามีที่กำลังแสดงละครตบตาชาวบ้านที่เริ่มมามุงดูที่หน้าประตูรั้ว
"คุณแม่ร้องไห้เสียงดังแบบนี้ เดี๋ยวชาวบ้านคงแห่กันมาดูความอบอุ่นในครอบครัวเราแน่ๆ เลยนะคะ" จินหรงกล่าวด้วยรอยยิ้มหวานหยดที่แฝงไปด้วยความแสบสัน "แต่ไม่เป็นไรค่ะ ไหนๆ วันนี้สามีก็ได้เลื่อนขั้นเป็นถึงพันตรีแล้ว ครอบครัวเราควรมีงานฉลองต้อนรับอนาคตอันสดใสเสียหน่อย ฉันตั้งใจว่าจะทำอาหารชุดใหญ่เลี้ยงทุกคนเสียด้วยซ้ำ... แต่ถ้าคุณแม่ยังอยากนั่งร้องไห้กับพื้นดินเย็นๆ แบบนี้ต่อไป ฉันเกรงว่าอาหารรสเลิศที่กำลังเคี่ยวอยู่ในครัว อาจจะสุกเกินไปจนเสียรสชาตินะคะ"
คำว่า "อาหารรสเลิศ" และกลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยอบอวลออกมาจากห้องครัวผ่านสายลมยามบ่าย ทำให้เสียงร้องคร่ำครวญของแม่เฒ่าลู่สะดุดกักทันที จมูกเหี่ยวๆ ของนางฟุดฟิดสูดดมกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอที่ลอยมาแตะจมูก กลิ่นของเนื้อหมูตุ๋นซอสลับเฉพาะตัวที่เคี่ยวด้วยเครื่องเทศนานนับชั่วโมง ผสมผสานกับกลิ่นหอมของชาอู่หลงคั่วไฟอ่อนที่จินหรงเพิ่งต้มเสร็จ มันช่างเย้ายวนจนความโกรธและความเสียใจเมื่อครู่ปลิวหายไปในอากาศครึ่งหนึ่ง
"ฉ... ฉันไม่ได้บอกสักหน่อยว่าจะไม่กิน" แม่เฒ่าลู่กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ พยายามพยุงร่างลุกขึ้นปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าด้วยความกระดากอายเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาของชาวบ้านที่ยืนอออยู่หน้าบ้าน "ไหนล่ะอาหารฉลองเลื่อนขั้นของลูกฉัน? ทำตัวดีๆ หน่อยก็แล้วกัน นังสะใภ้!"
จินหรงหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างผู้ชนะ นางหันไปสบตากับลู่หานเจียงที่กำลังมองนางด้วยแววตาสุดคลั่งรัก มุมปากของนายทหารหนุ่มยกยิ้มขึ้นอย่างอ่อนโยน เขารวบเอวบางของภรรยาเข้าหาตัวเบาๆ กระซิบข้างหูด้วยเสียงทุ้มต่ำที่ได้ยินกันแค่สองคน
"ไม่ว่าเจ้าจะทำอะไร อาหารหรือแผนการใด... ข้าก็ยอมจำนนต่อภรรยาคนนี้แต่เพียงผู้เดียวครับ"
ยามเย็นมาเยือนพร้อมกับแสงสีส้มอมแดงที่สาดส่องลงมายังลานบ้านตระกูลลู่ โต๊ะไม้ตัวใหญ่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างเป็นระเบียบ อาหารคาวหวานนับสิบรายการถูกลำเลียงออกมาวางเรียงรายส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วทั้งหมู่บ้าน จนเพื่อนบ้านต่างพากันชะโงกหน้ามองด้วยความอิจฉา
จินหรงตักซุปไก่ตุ๋นโสมป่าร้อนๆ ใส่ชามให้สามี ส่วนลู่หานเจียงก็คอยคีบชิ้นเนื้อหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงที่นุ่มละมุนจนละลายในปากใส่จานให้ภรรยา เป็นภาพความสุขที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังท่ามกลางยุคสมัยที่ยากลำบาก
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังชื่นมื่น เสียงเคาะประตูรั้วไม้หน้าบ้านก็ดังขึ้นกะทันหัน... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก!*
ไม่ใช่เสียงเคาะของชาวบ้านละแวกนี้ แต่เป็นจังหวะการเคาะที่หนักแน่นและมีระเบียบแบบแผนของทหารยศสูง
ลู่หานเจียงวางตะเกียบลงในทันที ดวงตาคมกริบหันไปมองทางประตูบ้านด้วยความฉงน ขณะที่แม่เฒ่าลู่ชะงักค้างคาปาก
ร่างเงาของนายทหารระดับสูงนายหนึ่งในชุดเครื่องแบบรีดเรียบกริบ ก้าวเข้ามาในเขตบ้าน พร้อมกับถือโทรเลขฉุกเฉินสีแดงสดในมือ ใบหน้าของนายทหารผู้นั้นเคร่งเครียดจนน่ากลัว เขากวาดสายตามองหาเจ้าบ้าน ก่อนจะประสานมือคารวะลู่หานเจียงด้วยน้ำเสียงร้อนรน
"ท่านพันตรีลู่... มีคำสั่งด่วนที่สุดจากส่วนกลางส่งตรงถึงท่านครับ! เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นที่เขตชายแดนทิศประจิม กองกำลังปริศนาบุกรุกคลังเสบียงลับ และ... และท่านถูกเรียกตัวให้เดินทางไปรับบัญชาการภาคสนามคืนนี้ทันที!"
--------------------------------------------------
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับรสชาติแห่งชีวิตและชาหอมๆ ในทุกๆ ตอนด้วยนะครับ - ใบชาหอมหมื่นลี้
ฮูหยินสายสตรองกับฟาร์มเทพเจ้าในยุค 80•ตอนที่ 33
ลู่หานเจียงเลื่อนขั้นครั้งใหญ่
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินสายสตรองกับฟาร์มเทพเจ้าในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!