เซียนคณิตศาสตร์กับปริศนาเวทมนตร์บทที่ศูนย์•ตอนที่ 3

คู่ปรับคนใหม่

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
“การคำนวณของนายมันไร้รสนิยมสิ้นดี” น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย่อหยิ่งดังแทรกผ่านความเงียบงันของห้องสมุดใต้ดินชั้นที่เจ็ด กลิ่นกระดาษเก่าและไอเวทมนตร์เข้มข้นที่อบอวลอยู่โดยรอบดูจะสั่นสะเทือนด้วยรัศมีพลังงานที่แผ่ออกมาจากชายหนุ่มผู้ยืนพิงชั้นหนังสือโบราณ ศิลาไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากแผ่นกระดาษคำนวณที่เขากำลังวิเคราะห์ ‘รอยแยกมิติ’ ที่ค้างคาอยู่ในอากาศเมื่อตอนกลางวัน นิ้วเรียวยาวของเขาขยับผ่านตัวเลขสมการเชิงเส้นที่ซ้อนทับกันอย่างซับซ้อนราวกับใยแมงมุม เขาขีดฆ่าตัวแปรหนึ่งทิ้งด้วยปลายปากกาหมึกซึม ก่อนจะพึมพำตอบกลับโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองผู้มาเยือน “ถ้า ‘รสนิยม’ ของคุณหมายถึงการสาดคาถาทำลายล้างใส่รอยแยกจนทำให้โครงสร้างมิติวิปริตไปมากกว่าเดิม ผมก็ยอมรับค่ะว่าผมคงขาดรสนิยมไปมาก” ศิลาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงด้วยความคมกริบของตรรกะที่ปฏิเสธไม่ได้ อาคเนย์ขยับกายออกจากมุมมืด แสงจากตะเกียงเวทมนตร์วูบไหวสะท้อนนัยน์ตาสีเทาเข้มที่ดูเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก เขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะไม้โอ๊กตัวเขื่องที่ศิลานั่งอยู่ ทุกย่างก้าวของเขากดดันจนบรรยากาศในห้องดูจะหนักอึ้งขึ้นหลายเท่าตัว เขาเป็นคนประเภทที่เดินไปที่ไหน ที่นั่นมักจะเกิดพายุ—ไม่ว่าจะทางกายภาพหรือทางอารมณ์ “รอยแยกนั้นถูกตรึงด้วยสมการของโลกที่สาบสูญ” อาคเนย์เอ่ยพลางก้มลงมองกระดาษตรงหน้าศิลา “นายกำลังพยายามใช้เลขฐานสิบธรรมดาไปแก้โจทย์ของระดับควอนตัมเวทมนตร์ นายกำลังเสียเวลาเปล่า เด็กใหม่” ศิลาชะงักปากกา ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเบนขึ้นสบกับดวงตาที่เต็มไปด้วยความถือดีของอีกฝ่าย “เลขฐานสิบเป็นเพียงภาษาที่มนุษย์ใช้สื่อสารกับธรรมชาติ แต่ถ้ามองทะลุผ่านรูปร่างของมัน... โครงสร้างของเวทมนตร์ก็คืออัลกอริทึมที่รอการพิสูจน์” ศิลาพลิกกระดาษแผ่นนั้นให้ดู ภาพร่างที่เขาวาดไม่ใช่ตัวอักษรรูนหรือสัญลักษณ์เวทมนตร์ที่ใครคุ้นเคย แต่มันคือโครงสร้างเรขาคณิตสามมิติที่ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ ซึ่งสะท้อนการไหลเวียนของมานาอย่างแม่นยำจนน่าขนลุก อาคเนย์นิ่งไปชั่วอึดใจ สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่สมการบนโต๊ะ ความหยิ่งผยองในดวงตาเลือนหายไปเล็กน้อยแทนที่ด้วยความประหลาดใจที่เขาพยายามซ่อนไว้อย่างแนบเนียน เขารู้ดีว่าพลังเวทมนตร์ของเขาคือการทำลายล้างอย่างไร้ขีดจำกัด แต่การจะทำความเข้าใจว่า ‘อะไร’ ที่ทำลายไปนั้นเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยสนใจจนกระทั่งตอนนี้ “นายชื่อศิลาใช่ไหม” อาคเนย์ถาม น้ำเสียงเปลี่ยนไปจากเดิมเล็กน้อย “ฉันคืออาคเนย์ ตระกูลผู้พิทักษ์มิติ... และฉันกำลังมองหาใครสักคนที่มีสมองพอจะเข้าใจว่าทำไมพลังของฉันถึงชอบแว้งกลับมากัดตัวเองทุกครั้งที่ร่ายคาถาบทใหญ่” “เพราะคุณมองเวทมนตร์เป็น ‘เครื่องมือ’ ในขณะที่มันคือ ‘สมการที่กำลังรันอยู่’” ศิลาตอบพลางลุกขึ้นยืน ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดน้อยลงจนสัมผัสได้ถึงความร้อนจากไอเวทมนตร์ที่ไหลวนรอบตัวอาคเนย์ “ถ้าอยากให้พลังของคุณเสถียรขึ้น คุณต้องเลิกพยายาม ‘บังคับ’ มัน แต่จง ‘ปรับจูน’ มันให้เข้ากับตัวแปรของสภาพแวดล้อม” อาคเนย์เหยียดยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความเมตตา แต่สื่อถึงความท้าทาย “ฟังดูดี... ถ้างั้นเรามาลองพิสูจน์กันไหม ว่าทฤษฎีบนกระดาษของนายจะรับมือกับสถานการณ์จริงได้หรือเปล่า” ทันใดนั้น อาคเนย์ดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว ประกายไฟสีน้ำเงินจัดจ้านพุ่งออกมาจากอากาศว่างเปล่า มันไม่ได้ระเบิดออก แต่กลับหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นบีบอัดมวลอากาศรอบโต๊ะไม้จนเกิดเสียงหวีดหวิว ศิลารู้สึกได้ทันทีว่ากระแสมานาในห้องกำลังพุ่งสูงขึ้นเกินขีดจำกัดที่ปลอดภัย แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือในเสี้ยววินาทีนั้นเอง อุปกรณ์สื่อสารของศิลาที่วางอยู่ข้างกองหนังสือก็ส่งเสียงสั่นเตือนรัวเร็ว พร้อมกับข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอโฮโลแกรมด้วยตัวอักษรสีแดงฉานที่สั่นระริก [แจ้งเตือนระบบภารกิจระดับ SSS: ความผิดพลาดในโครงสร้างมิติขยายตัว 0.03% ในวินาทีนี้] [เงื่อนไข: หากตัวแปร ‘อาคเนย์’ ไม่ได้รับการควบคุมภายใน 60 วินาที มิติระดับที่เจ็ดจะเกิดการยุบตัวสมบูรณ์] [คำเตือน: นี่ไม่ใช่การจำลองสถานการณ์... นี่คือการเริ่มต้นของบททดสอบที่คุณเลือกไม่ได้] ศิลาเบิกตากว้างเมื่อเห็นตัวเลขที่วิ่งย้อนหลังอย่างบ้าคลั่งบนจอ อาคเนย์ยังคงยืนจ้องเขม็งมาที่เขาด้วยแววตาสงสัย ทว่าในความเงียบนั้น ศิลาได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ที่ดังแว่วออกมาจากมุมมืดที่ลึกที่สุดของห้องสมุด เสียงที่ไม่ได้มาจากอาคเนย์... แต่มาจากสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังชั้นหนังสือสูงตระหง่านนั่น “นายไม่ได้เป็นคนเดียวที่พยายามแก้โจทย์นี้หรอกนะ ศิลา” อาคเนย์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจัง “ดูเหมือนจะมีแขกไม่ได้รับเชิญแอบดูการคำนวณของนายมาตั้งแต่ต้นแล้ว” ศิลาหันขวับไปทางเงาทมิฬนั้น ทันทีที่เขามองเห็นร่างที่ก้าวออกมาจากเงามืด เลือดในกายของเขาก็เย็นวาบ เพราะสิ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าหาใช่นักเรียนหรืออาจารย์ แต่เป็น 'ตัวเลขที่มีชีวิต' ในรูปลักษณ์ของมนุษย์ที่เขาเคยเห็นแต่ในตำนานบทที่ศูนย์เท่านั้น ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของศิลานะคะ หวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกคนตื่นเต้นไปกับปริศนาที่เริ่มเผยตัวออกมาแล้วนะคะ พบกันตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนคณิตศาสตร์กับปริศนาเวทมนตร์บทที่ศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%