เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนของห้องจัดเลี้ยงแกรนด์บอล룸ดัง *คลิก... คลิก...* เป็นจังหวะจะโคน ทว่าทุกย่างก้าวกลับทรงพลังราวกับเสียงฝีเท้าของมัจจุราชที่กำลังเดินเข้าสู่ลานประหาร
แสงไฟคริสตัลระยิบระยับนับพันดวงสาดส่องลงมากระทบเรือนร่างระหงในชุดราตรีสีดำสนิท ไหล่เนียนเปลือยเปล่าตัดกับผิวขาวราวกระเบื้องเคลือบ ทว่าสิ่งที่สะดุดตาสุดไม่ใช่ความงามเย้ายวนชวนตะลึงนั้น หากแต่เป็นรอยยิ้มมุมปากที่เคลือบไว้ด้วยความเยียบเย็นและทระงน
ปราชญ์ ซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ชะงักแก้วไวน์ในมือค้างไว้กลางอากาศ ขณะดวงตาคมกริบกวาดมองไปยังร่างที่เพิ่งก้าวเข้ามาผ่านประตูบานใหญ่ ทั่วทั้งงานเลี้ยงกึ่งทางการของบริษัทในค่ำคืนนี้ควรจะเป็นเวทีประกาศชัยชนะของเขา... เวทีที่เขาผูกขาดอำนาจไว้ในกำมือ
ทว่า บัดนี้... เจ้าของร่างระหงนั้นกลับเดินเคียงคู่มากับ "ศัตรูทางธุรกิจ" ตัวฉกาจที่สุดของเขา
พินทุ์... อดีตภรรยาผู้เคยเป็นเงาไร้ตัวตนในบ้านหลังใหญ่ เป็นผู้หญิงที่เขาเคยปัดตกความสำคัญ รังเกียจแม้กระทั่งจะชายหางตาแลในยามที่เธอน้ำตาคลอเบ้าอ้อนวอนขอความรัก แต่วันนี้ หญิงสาวคนเดิมไม่ได้ก้มหน้าหลบสายตาใครอีกต่อไป ดวงตากลมโตคู่สวยคู่นั้นกวาดมองฝูงชนด้วยความมั่นใจ ท่าทีสง่างามราวกับพญาหงส์ที่โบยบินกลับคืนสู่ท้องฟ้าหลังผ่านพายุร้าย
"ยินดีต้อนรับครับ คุณพินทุ์ พันธมิตรคนสำคัญของเรา" เสียงทุ้มต่ำของประธานบริษัทคู่แข่งดังขึ้น พร้อมกับผายมือเชิญเธอสู่ใจกลางงาน
ปราชญ์รู้สึกราวกับมีใครเอาค้อนร้อนๆ มาทุบลงกลางอก ลมหายใจสะดุดกวบ ร่างสูงใหญ่ที่เคยผ่อนคลายกลับเกร็งเครียดขึ้นมาทีละน้อย กล้ามเนื้อกรามขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน มือหนาที่ถือแก้วไวน์บีบแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เขาจำแววตานั้นได้ดี... แววตาที่ไม่มีร่องรอยของความอ่อนแอหลงเหลืออยู่อีกเลย มีเพียงความว่างเปล่า เยชา และประกายไฟแห่งการแก้แค้นที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันสมบูรณ์แบบ
เขายังจำค่ำคืนสุดท้ายก่อนที่เธอจะหายออกไปจากชีวิตเขาได้ดี ค่ำคืนที่เธอนั่งกอดเข่าร้องไห้บนเตียงยับยู่ยี่ เนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยช้ำจากความดิบเถื่อนที่เขาเป็นคนฝากฝังไว้ ค่ำคืนที่เขาผลักไสเธออย่างไร้เยื่อใยและเอמהคำพูดดูถูกเหยียดหยามสารพัด
*“ต่อให้เธอตายไปต่อหน้าฉัน ฉันก็ไม่มีวันชายตามองผู้หญิงไร้ค่าอย่างเธอหرอก พินทุ์!”*
คำพูดใจร้ายในอดีตย้อนกลับมาตบหน้าเขาฉาดใหญ่ในวินาทีนี้ เมื่อผู้หญิงคนที่เขาเคยบอกว่าไร้ค่า กำลังยืนอยู่เบื้องหน้า ในฐานะ "ผู้ถือหุ้นรายใหญ่" ที่พร้อมจะพลิกกระดานธุรกิจและบดขยี้บริษัทของเขาให้แหลقคามือ
ปราชญ์วางแก้วไวน์ลงบนถาดของบริกรที่เดินผ่านมาด้วยมืออันสั่นเทาเล็กน้อย ก่อนจะสาวเท้าก้าวเข้าไปหาเป้าหมายโดยไม่สนสายตาใครในห้อง บรรยากาศรอบตัวเขาเย็นเยียบจนแขกเหรื่อต่างพากันถอยร่นเปิดทางให้ด้วยความเกรงกลัว
"ไม่คิดเลยนะครับว่าจะได้เจอคุณที่นี่... พินทุ์" น้ำเสียงของปราชญ์แหบพร่า ทว่าเต็มไปด้วยแรงกดดันที่พยายามสะกดกลั้นไว้
พินทุ์หยุดเดิน เธอยกมุมปากขึ้นยิ้มเล็กน้อยอย่างไม่สะดุทสะท้าน ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับอดีตสามี ชายผู้ที่เคยทำลายโลกทั้งใบของเธอจนแหลقสลาย ทว่าในวันนี้ เธอกลับมองเขาด้วยสายตาที่ราวกับมอง "คนแปลกหน้า" ที่ไร้ค่าสิ้นดี
"โลกมันแคบค่ะ คุณปราชญ์... หรือบางที อาจจะเป็นเพราะคุณประเมินค่าฉันต่ำเกินไปต่างหาก ถึงได้คิดว่าฉันจะจมปลักอยู่กับความเจ็บปวดที่คุณมอบให้ไปตลอดชีวิต"
คำพูดของเธอเชือดเฉือนและนิ่งสนิท ทว่ากลับกรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนฟังจนแสบร้อน ปราชญ์ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอ กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยที่เคยรัญจวนใจในห้องนอนหรูบัดนี้กลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งการท้าทาย ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้างดงามที่ดูคมคายและเย้ายวนขึ้นกว่าเดิมเป็นกอง สัญชาตญาณดิบเถื่อนในกายเริ่มตื่นตัว ความโกรธเกรี้ยวและความโหยหาตีรวนกันจนปั่นป่วน
"คุณกล้ามากนะพินทุ์ ที่เอาตัวเองมาเล่นเกมสกปรกกับพวกมัน รู้ไหมว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร" เขาโน้มตัวลงกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงขู่คำรามต่ำในลำคอด้วยความหึงหวงและคับแค้นที่พุ่งพล่าน
พินทุ์ไม่ถอยหนี เธอกลับเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ปลายจมูกของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงแรงอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ภายใต้หน้ากากทางสังคม
"เกมสกปรกเหรอคะ?" เธอยิ้มเยาะพลางหัวเราะในลำคอเบาๆ ช่างเป็นเสียงที่บาดลึกหัวใจของเขาเหลือเกิน "เทียบกับสิ่งที่ 'สามีที่ประเสริฐ' อย่างคุณเคยทำกับฉันไม่ได้สักเสี้ยวหรอกค่ะ... คุณปราชญ์"
ความเงียบเข้าปกคลุมรอบตัวทั้งคู่ชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงเพลงบรรเลงคลอเบาๆ ในงานเลี้ยง แต่แรงปะทะทางอารมณ์ระหว่างพวกเขากลับรุนแรงเสียจนคนรอบข้างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ปราชญ์จ้องมองริมฝีปากอิ่มสีแดงสดที่ขยับพูดจาเย้ยหยันเขา ความรู้สึกโหยหาสัมผัสเก่าๆ ผสมผสานกับความโกรธแล่นพล่านไปทั่วร่าง จนเขาเกือบจะคว้าเอวบางนั้นเข้าหาตัวแล้วบดขยี้ริมฝีปากเธอล้างความอวดดีเสียให้เข็ด
ทว่า ก่อนที่เขาจะได้ยื่นมือออกไปคว้าตัวอดีตภรรยาเข้ามาลงทัณฑ์ตามอำเภอใจ เสียงทุ้มของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง พร้อมกับเด็กชายตัวน้อยวัยราวๆ สี่ขวบที่วิ่งเข้ามาจับชายกระโปรงของพินทุ์ไว้
"คุณแม่ครับ... คุณอาบอกว่าเราต้องกลับกันแล้วนะครับ ง่วงนอนแล้ว"
เด็กชายหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้นถอดแบบมาจากใครบางคนราวกับพิมพ์เดียวกัน... และที่สำคัญที่สุด คือใบหน้าและสันจมูกโด่งเป็นสันที่ปราชญ์เห็นแล้วต้องชะงักงัน ราวกับกำลังส่องกระจกมองดูตัวเองในวัยเด็ก
ปราชญ์ตัวชาดิก ลมหายใจติดขัด หัวใจกระหน่ำเต้นรัวจนแทบกระกระเด็นออกมานอกอก สายตาคมกริบกวาดมองดวงหน้าจิ้มลิ้มของเด็กชายสลับกับใบหน้าเรียบเฉยของอดีตภรรยาที่เริ่มเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเยือกเย็น
"แนะนำให้รู้จักนะคะ..." พินทุ์ย่อตัวลงลูบศีรษะเด็กน้อยอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับอดีตสามีที่ยืนแข็งค้างเป็นหิน "นี่คือ... 'ลูกชาย' ของฉันเองค่ะ คุณปราชญ์"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ทัณฑ์สวาทอดีตภรรยา: รอยร้าวบนคริสตัล•ตอนที่ 1
หวนคืนสู่สมรภูมิ
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สวาทอดีตภรรยา: รอยร้าวบนคริสตัล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!