เสียงแจ้งเตือนอีเมลฉุกเฉินจากระบบความปลอดภัยของบริษัทดังขึ้นแหลมสูง ราวกับเสียงกรีดร้องของความพินาศที่ถูกตั้งเวลาไว้
พินทุ์ละสายตาจากหน้าจอแท็บเล็ต ร่างเพรียวในชุดสูทผ้าไหมอิตาลีสีเทาเข้มสะท้อนความเยียบเย็นและเด็ดขาด ทว่าปลายนิ้วเรียวยาวที่กำลังถือปากกามอนต์บลังค์กลับเย็นเฉียบจนแทบไร้ความรู้สึก หน้าจอหุ้นของบริษัทคริสตัลโกลบอลดิ่งลงเหวในกราฟสีแดงฉานราวกับสายเลือดที่หลั่งริน หุ้นสามสิบล้านหุ้นถูกเทขายอย่างเป็นระบบในเวลาไม่ถึงสิบนาที เป็นฝีมือของกลุ่มทุนเงาที่จ้องจะฮุบกิจการของเธอมานาน และตอนนี้... มันกำลังต้อนเธอให้จนมุม
ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกโดยไม่มีการเคาะขออนุญาต ปราชญ์ก้าวเข้ามาด้วยลมหายใจหอบกระชั้น สูทราคาแพงยับย่นเล็กน้อยบ่งบอกถึงความรีบร้อนที่เขาเพิ่งฝ่าการจราจรนรกกลางกรุงมาเพื่อพบเธอ
"คุณก็รู้เรื่องแล้วใช่ไหม?" น้ำเสียงของปราชญ์แหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความร้อนรน ดวงตาคมกริบที่เคยเย่อหยิ่งและมองเธอด้วยความดูแคลนในอดีต บัดนี้มีแต่ร่องรอยของความสำนึกผิดและความห่วงใยที่พยายามปิดบังไม่มิด
พินทุ์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงความสมเพชเวทนาที่สะท้อนออกมาจากดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น "ทำไมคะ? ตกใจที่เห็นเหยื่อในกำมือของคุณกำลังจะถูกคนอื่นแย่งไปกินตัดหน้า หรือว่ากลัวว่าส่วนแบ่งในพอร์ตหุ้นของคุณจะพังทลายไปด้วยกันแน่"
"พินทุ์..." ปราชญ์ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงาน มือใหญ่ยันพื้นโต๊ะโน้มตัวลงมองเธอด้วยแววตาเจ็บปวด "นี่ไม่ใช่เวลามาประชดประชัน ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อซ้ำเติมคุณ ศัตรูตัวจริงกำลังเล่นสกปรก มันไม่ได้แค่ต้องการล้มบริษัท แต่มันต้องการทำลายคุณให้ราบคาบ"
"แล้วคุณล่ะ... ไม่ใช่คนที่เคยทำลายฉันมาก่อนหรือไงคะ?" พินทุ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เผชิญหน้ากับอดีสามีด้วยความดุดันที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์นักบริหารสาว เธอไม่ได้ถอยหนีแม้แต่น้อยเมื่อร่างสูงใหญ่ของเขาก้าวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นกายคุ้นเคย กลิ่นอายของความคุ้นชินที่เคยทำร้ายเธอจนปางตายในอดีต
ปราชญ์ชะงักไป ดวงตาคมกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธขึง ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจเขามาตลอดหลายเดือนนับตั้งแต่หย่าร้าง ยิ่งโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้นเมื่อเห็นเธอยืนหยัดอย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางพายุร้าย เขารู้ดีว่าความผิดบาปที่เขาเคยทำไว้มันหนาเตอะเกินกว่าจะไถ่ถอนด้วยคำขอโทษ แต่สัญชาตญาณดิบในตัวกลับร่ำร้องอยากจะโอบกอดปกป้องผู้หญิงตรงหน้า เอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องเธอจากคมดาบของศัตรู
"ใช่... ผมเคยโง่เง่า ผมเคยทำลายคุณด้วยมือของผมเอง" ปราชญ์กระซิบเสียงพร่า ดวงตาดำสนิทวับวามด้วยแรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน เขาเอื้อมมือหมายจะแตะแก้มนวล แต่พินทุ์กลับเบี่ยงหน้าหลบราวกับรังเกียจสัมผัสของเขา
"อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" เธอตวาดเสียงกร้าว ดวงตาคู่สวยแดงก่ำด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นที่ถูกกักเก็บไว้ "คุณไม่มีสิทธิ์นั้นแล้ว ปราชญ์! ออกไปจากห้องของฉันซะ!"
ทว่าปราชญ์กลับไม่ถอย เขากลับคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้ด้วยแรงที่พพอเหมาะ ไม่ให้เธอดิ้นหนีแต่ก็ไม่ได้ทำร้าย ก่อนจะกระชากร่างบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว แรงปะทะทำให้ลมหายใจของทั้งคู่หลอมรวมกันในระยะประชิด ความโกรธเกรี้ยว ความอัดอั้น และความปรารถนาที่ถูกกดทับมานานนับแรมปีปะทุขึ้นในวินาทีนั้น
"ถ้าผมต้องตาย หรือถ้าบริษัทนี้จะต้องพังทลายลง... ผมก็จะขอใช้ลมหายใจสุดท้ายทำลายไอ้คนที่มันบังaanอาจมาแตะต้องคุณให้มันพินาศไปพร้อมกัน!" ปราชญ์คำรามชิดริมฝีปาก ความดุดันในแววตาเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่แผดเผา
พินทุ์ชะงักงัน หัวใจเต้นระรัวด้วยความตกใจและแรงดึงดูดอันตรายที่เธอเกลียดชังแต่ปฏิเสธไม่ได้ ริมฝีปากหยักลึกของเขาโน้มลงมาทาบทับทันทีโดยไม่รอให้เธอได้ตั้งตัว การจูบที่ไม่ใช่การขอร้อง แต่เป็นการจู่โจมด้วยความหิวกระหายและโหยหาอย่างบ้าคลั่ง
พินทุ์เบิกตากว้าง พยายามทุบตีอกกว้างเพื่อประท้วง แต่เรียวแรงอันน้อยนิดกลับไม่ต่างอะไรกับการสะกิด แรงกดดันจากริมฝีปากที่บดขยี้ลงมาอย่างไร้ความปรานีแปรเปลี่ยนเป็นรสสัมผัสวาบหวามที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ลิ้นร้อนที่แทรกเข้ามาเกี่ยวพันกวาดต้อนความหวานล้ำทำให้เข่าของเธอแทบทรุด ปราชญ์รวบเอวบางเข้าหาตัวแน่นขึ้น มือใหญ่อีกข้างประคองท้ายทอยบังคับให้เธอรับสัมผัสอันเร่าร้อนนี้อย่างจำยอม ความโกรธแค้นในใจถูกหลอมละลายด้วยความวาบหวามที่คุ้นเคย ร่างกายของทั้งคู่ต่างโหยหากันและกันอย่างลึกซึ้งท่ามกลางวิกฤตที่กำลังเผาผลาญรอบตัว
เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานอันเงียบงัน มือเรียวที่เคยผลักไสเปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของเขาแน่นอย่างไร้ทางสู้ ปราชญ์ผริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอได้สูบฉีดอากาศเข้าปอด ขณะที่หน้าผากของทั้งคู่แนบชิดกัน ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินร่องแก้ม
"เราจะผ่านมันไปด้วยกัน พินทุ์..." เสียงกระซิบแหบพร่าของเขาเต็มไปด้วยคำสัญญาที่หนักแน่นและดิบเถื่อน "ผมจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากอะไรไปจากคุณได้อีก แม้แต่ตัวคุณเองก็ไม่มีสิทธิ์ไปจากผม"
พินทุ์หอบหายใจถี่กระชั้น ดวงตาฉ่ำน้ำมองหน้าอดีสามีด้วยความสับสนและรuร้าว เธอรู้ดีว่าเกมนี้อันตรายเกินกว่าจะเล่นสนุก และศัตรูที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังกำลังรอจังหวะขย้ำพวกเขาทั้งคู่ให้จมดิน
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังระอุไปด้วยแรงอารมณ์และความตึงเครียดของวิกฤตบริษัท โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของพินทุ์ก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงข้อความเข้า เสียงนั้นทำลายมนต์สะกด ดึงสติของเธอให้หลุดออกจากอ้อมอกแกร่ง
พินทุ์รีบผลักปราชญ์ออกเบาๆ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ข้อความจากเบอร์แปลกส่งภาพถ่ายใบเสร็จการโอนเงินก้อนโต พร้อมกับพิกัดลับและข้อความสั้นๆ ที่ทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบจนจับขั้วหัวใจ
*“อยากรู้ไหมว่าใครคือหนอนกระบือที่ขายข้อมูลบริษัทคุณให้คู่แข่ง... เปิดประตูห้องประชุมชั้น 4 ตอนนี้สิ แล้วคุณจะได้เห็นหน้า ‘คนใกล้ตัว’ ที่คุณไว้ใจที่สุด”*
พินทุ์หน้าซีดเผือด มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ ปราชญ์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสังหรณ์ใจ เขารีบก้าวตามร่างบางที่พุ่งตัวออกไปจากห้องทำงานทันทีด้วยความระแวง
เมื่อพินทุ์ผลักประตูห้องประชุมใหญ่ชั้น 4 ให้เปิดออก แสงไฟสลัวภายในห้องเผยให้เห็นเงาร่างของใครบางคนกำลังยืนหันหลังให้ ประธานบอร์ดบริหารผู้ทรงอิทธิพลค่อยๆ หันกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มเยдяเยือกที่มุมปาก... และเด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบหน้าตาถอดแบบพิมพ์เดียวกับปราชญ์อย่างไร้ที่ติ กำลังยืนกุมมืออยู่ข้างกายศัตรูตัวฉกาจคนนั้น!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความสัมพันธ์อันเข้มข้นนี้ด้วยกันนะคะ - เข็มฉายานิศ
ทัณฑ์สวาทอดีตภรรยา: รอยร้าวบนคริสตัล•ตอนที่ 27
Climax: วิกฤตการณ์บริษัท
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สวาทอดีตภรรยา: รอยร้าวบนคริสตัล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!