"ถ้าคุณยังใช้เกณฑ์ความสมบูรณ์แบบบ้าๆ นี่มาครอบทับงานออกแบบโครงสร้างของผมอีกครั้ง ผมจะถือว่าคุณกำลังดูถูกสติปัญญาของผมโดยตรงนะครับ คุณพิมพ์มาดา"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความหงุดหงิดอย่างชัดเจนดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดภายในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทโปรดักชันชื่อดัง กลิ่นกาแฟดำเข้มข้นที่ยังส่งไออุ่นกรุ่นอยู่บนโต๊ะไม้ยาว ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ระหว่างคนทั้งคู่ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย
ศรุตขยับกรอบแว่นสายตาเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบภายใต้เลนส์ใสจ้องมองหญิงสาวฝั่งตรงข้ามด้วยความรู้สึกที่ผสม The ปนระหว่างความระอาและแรงปะทะที่ถูกจุดขึ้นในอกอย่างเงียบๆ เขาคือนักเขียนบทมือฉมังผู้ยึดมั่นในความเป๊ะทุกระเบียบกระเบียบ จนใครต่อ 10 คนต่างพากันขนานนามว่า 'เจ้าชายน้ำแข็ง' แต่ในวันนี้ ความเยือกเย็นทั้งหมดของเขากลับกำลังถูกสั่นคลอนด้วยฝีมือของผู้หญิงคนเดียว
พิมพ์มาดาไหวไหล่บางเบา เธอไม่ได้แสดงอาการเกรงกลัวต่อสายตาดุๆ คู่นั้นเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่ปิดบัง
"ดูถูกสติปัญญาเหรอคะคุณศรุต? ฉันเรียกว่าการพูดความจริงต่างหาก งานเขียนบทของคุณน่ะมันสวยหรูบนกระดาษ แต่มันใช้งานจริงไม่ได้ในโลกแห่งความเป็นจริง โครงสร้างตึกในเรื่องที่คุณเขียนเนี่ย ถ้าสร้างตามที่คุณจินตนาการ คานคงพังลงมาทับหัวตัวละครตั้งแต่ตอนที่สองแล้วล่ะค่ะ"
น้ำเสียงของเธอกล่าวออกมาด้วยความมั่นอกมั่นใจ ท่าทางกอดอกและดวงตากลมโตที่จ้องกลับมาอย่างไร้ความเกรงกลัว ทำให้ศรุตต้องขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นรูปนูนชัดเจน เขาเกลียดคนอวดดี และเธอก็คือบทนิยามของคำนั้นแบบครบถ้วนกระบวนความ
ตั้งแต่ก้าวแรกที่ผู้บริหารแนะนำให้พวกเขารู้จักกันในฐานะ "ทีมสร้างสรรค์หลัก" ที่ต้องร่วมหัวจมท้ายกันไปอีกหลายเดือนเพื่อโปรเจกต์ซีรีส์ฟอร์มยักษ์เรื่องใหม่ พิมพ์มาดาไม่เคยทำให้เขารู้สึกสงบสุขได้เลยสักวินาทีเดียว เธอเป็นสถาปนิกสาวสายลุยที่เชื่อมั่นในฟังก์ชันการใช้งานมากกว่าความสวยงามจอมปลอม ขณะที่เขาคือคนที่ยอมให้ฉากทุกฉากต้องไร้ที่ติแม้กระทั่งเงาตกกระทบ
"ผมไม่ได้เขียนสารคดีสถาปัตยกรรมนะครับ ผมกำลังเขียนเรื่องราวของมนุษย์ที่มีความรู้สึกและมีความฝัน ความสมบูรณ์แบบในมุมมองของผมมันคือศิลปะ... สิ่งที่คุณเรียกว่าความจริง มันก็แค่วัตถุไร้วิญญาณที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างไร้จิตวิญญาณเท่านั้นแหละครับ" ศรุตโต้กลับ น้ำเสียงนิ่งเรียบแต่เฉียบคมบาดลึก
พิมพ์มาดาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูน่าหมั่นไส้ที่สุดเท่าที่ศรุตเคยได้ยินมาในรอบปี
"ศิลปะบ้าบออะไรล่ะคะ ถ้าตึกมันจะถล่มลงมาเพราะความโรแมนติกงี่เง่าของคุณ ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนแรกที่โบกปูนปิดตายฉากนั้นซะ" เธอยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เอกสารในมือถูกกระแทกลงบนโต๊ะดังปังจนกระดาษกระจัดกระจาย "สรุปคือนับจากนี้ เราต้องทำงานร่วมกันในโปรเจกต์นี้ใช่ไหมคะท่านผู้กำกับถึงได้จัดที่นั่งให้เราติดกันแบบนี้"
ประตูห้องประชุมถูกเปิดออกในจังหวะนั้นพอดี พร้อมกับการปรากฏตัวของกวิน ผู้กำกับหนุ่มไฟแรงที่ขึ้นชื่อเรื่องอัธยาศัยไมตรีและรอยยิ้มละลายใจ กวินกวาดสายตามองคนทั้งสองด้วยแววตารู้ทัน ก่อนจะหัวเราะร่วนออกมาเพื่อลดอุณหภูมิความร้อนระอุในห้อง
"อ้าว กลิ่นดินปืนลอยมาถึงข้างนอกเลยแฮะ สงสัยผมคงไม่ต้องแนะนำตัวอะไรกันอีกแล้วสินะครับว่าทำไมถึงต้องให้คุณศรุตนักเขียนมือทองกับคุณพิมพ์มาดา สถาปนิกมือหนึ่ง มานั่งปั้นโปรเจกต์นี้ด้วยกัน" กวินเดินเข้ามาตบไหล่ศรุตเบาๆ เป็นเชิงหยอกล้อ "เคมีเข้ากันดีนี่ครับ เริ่มต้นก็ไฟลุกท่วมจอแล้ว"
ศรุตปัดมืออีกฝ่ายออกเบาๆ ด้วยความรำคาญใจลึกๆ เขานึกเคืองกวินไม่น้อยที่หาตัวปัญหานี้เข้ามาในชีวิต และยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่เมื่อเห็นว่าพิมพ์มาดากลับส่งยิ้มหวานเป็นมิตรให้กวินอย่างรวดเร็ว ช่างเป็นภาพที่ชวนให้รู้สึกขัดหูขัดตาเสียเหลือเกินสำหรับคนรักความสงบอย่างเขา
"ผมไม่ได้เรียกว่าเคมีครับกวิน ผมเรียกว่าความหายนะมากกว่า" ศรุตสวนกลับเสียงเรียบ พลางเบนสายตาหนีภาพรอยยิ้มนั้น
"น่าๆ ศรุต ใจเย็นน่า คุณพิมพ์เขาก็แค่ต้องการทำให้งานมันออกมาสมบูรณ์ที่สุดในแบบของเขา ส่วนนายก็แค่ปรับเข้าหาอีกนิด... เอาล่ะ ในเมื่อผู้บริหารอนุมัติงบมาแล้ว พวกคุณสองคนต้องย้ายไปเคลียร์รายละเอียดโปรเจกต์กันต่อที่สตูดิโอด้านล่าง เพื่อความสะดวกในการตรวจดูพื้นที่จริงนะ" กวินออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงสบายๆ แต่เด็ดขาด
พิมพ์มาดายิ้มรับคำสั่งนั้นอย่างรวดเร็ว ผิดกับศรุตที่ขมวดคิ้วมุ่นทันที
สตูดิโอด้านล่างที่มีโครงสร้างจำลองรออยู่... หมายความว่าเขาจะต้องติดแหง็กอยู่กับผู้หญิงปากเก่งคนนี้ในพื้นที่แคบๆ ตามลำพังหลายชั่วโมงอย่างนั้นหรือ
"เชิญครับคุณสถาปนิก" ศรุตผายมือด้วยรอยยิ้มสุภาพจอมปลอม น้ำเสียงประชดประชันถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความนิ่งสงบ
"ยินดีค่ะคุณนักเขียน หวังว่าคุณจะอึดพอที่จะทนฟังความจริงจากปากฉันจนจบโปรเจกต์นี้นะคะ" พิมพ์มาดาตอบกลับทันควัน เธอเดินผ่านหน้าเขาไปโดยจงใจสะบัดไหล่ชนแขนเขาเบาๆ ทิ้งกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่ชวนให้หัวใจของคนนิ่งขรึมกระตุกวูบอย่างน่าประหลาด
ศรุตสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่เริ่มตีรวนในอก เขาปรายตามองแผ่นหลังบางที่เดินนำลิ่วออกไปก่อนจะก้าวตามด้วยฝีเท้าหนักแน่น
นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของวันที่โลกไม่ใจดีสำหรับเขา... และเขาก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ระหว่างโครงสร้างตึกที่พังทลายกับหัวใจของตัวเอง อะไรจะพังลงก่อนกันแน่
เมื่อเดินมาถึงสตูดิโอจำลองขนาดใหญ่ที่เงียบสงบ ไร้ผู้คนรบกวน มีเพียงแสงไฟนีออนสลัวๆ ส่องลงมายังโต๊ะทำงานตรงกลาง พิมพ์มาดาก็หันขวับกลับมาประจันหน้ากับเขาอย่างกะทันหัน จนศรุตที่เดินตามกระชั้นชิดเกือบจะชนเข้ากับร่างนุ่มของเธอ
เขารีบชะงักฝีเท้า ถอยหลัง1 ก้าวตามสัญชาตญาณ แต่ทว่าพื้นที่ด้านหลังกลับชนเข้ากับเสาเหล็กของฉากกั้นห้องพอดี ทำให้ตอนนี้ ร่างสูงใหญ่ของศรุตถูกกักตัวไว้โดยปริยาย ขณะที่พิมพ์มาดาก้าวเข้ามาประชิดจนระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว
ดวงตากลมโตแหงนมองขึ้นสบตาเขาอย่างท้าทาย ระยะประชิดนี้ทำให้ศรุตได้กลิ่นอายความดื้อรั้นที่ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม ลมหายใจอุ่นๆ ของเธอปะทะเข้ากับปลายคางของเขาจนหัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอเริ่มรัวกระหน่ำอย่างควบคุมไม่ได้
"จะมองหน้าฉันแบบนี้ไปอีกนานไหมคะคุณศรุต หรือว่าคุณกลัวที่จะต้องเถียงแพ้ฉันกันแน่" เสียงหวานกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงท้าทายแต่แฝงความเย้ายวนอย่างร้ายกาจ
ศรุตกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือหนาทั้งสองข้างเผลอกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัวเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกบางอย่างที่กำลังพวยพุ่งขึ้นมาในอก ความซึนเดระที่เคยมีพังทลายลงชั่วขณะเมื่อปะทะเข้ากับแววตาคู่นั้น
เข้มแข็งแค่ไหน... แต่เจอแบบนี้ใครจะไปทนไหว
ดวงตาคมกريบก้มลงมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดเมื่อครู่ ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตากับเธอตรงๆ ด้วยแววตาที่ลุ่มลึกขึ้นจนพิมพ์มาดาถึงกับชะงัก ลมหายใจของเธอสะดุดไปเสี้ยววินาทีเมื่อเห็นประกายความดุดันและบางสิ่งที่ร้อนแรงพาดผ่านนัยน์ตาคู่นั้น
"ผมไม่เคยกลัวใคร... และโดยเฉพาะกับคนปากเก่งอย่างคุณ" ศรุตโน้มใบหน้าลงต่ำ กระซิบเสียงพร่าชิดริมหูของเธอจนร่างบางสะท้านเฮือก "แต่ถ้าคุณยังเข้ามาใกล้ผมอีกก้าวเดียว... ผมอาจจะลืมตัวทำเรื่องที่ทำให้คุณไม่ได้เถียงผมไปอีกนานเลยก็ได้นะครับ"
หัวใจของพิมพ์มาดากระตุกวูบ ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวจากลมหายใจและน้ำเสียงที่จริงจังจนน่ากลัวของเขา ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้เอաբapโต้ตอบอะไรกลับไป เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่กำลังเดินตรงเข้ามาทางสตูดิโอก็ทำลายความเงียบงันและระยะห่างอันตรายนั้นลงในเสี้ยววินาที
ศรุตชะงัก เงยหน้าขึ้นมองไปยังประตูทางเข้าที่มืดสลัว พร้อมกับที่พิมพ์มาดาผละถอยหลังออกไปอย่างรวดเร็วด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ
ร่างของบุคคลที่สามปรากฏขึ้นภายใต้แสงไฟ... และภาพที่พวกเขาเห็นตรงหน้า ทำให้ทั้งคู่ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินและร่วมลุ้นไปกับความปากแข็งของพ่อหนุ่มซึนคนนี้ด้วยกันนะครับ!
ที่พักพิงในวันที่โลกไม่ใจดี•ตอนที่ 1
เมื่อความสมบูรณ์แบบพังลง
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ที่พักพิงในวันที่โลกไม่ใจดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
