"ถ้าคุณยังไม่อยากให้ความอัปยศในอดีตถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานกลางงานการกุศลนี้ ดิฉันแนะนำให้ถอยไปค่ะ... คุณปรินทร์"
น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความไหวหวั่น หรือแม้แต่ร่องรอยของเยื่อใยเก่าก่อน ถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากอิบาบสีพีชของลัลน์ลลินอย่างเลือดเย็น ร่างระหงในชุดราตรีผ้าไหมสีมรกตตัดเย็บอย่างประณีตไม่แม้แต่จะชายตามองชายหนุ่มผู้ยืนตัวแข็งทื่ออยู่เบื้องหน้า ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววออดอ้อนและเปี่ยมด้วยหยดน้ำตาเมื่อหลายปีก่อน บัดนี้กลับเรียաբเฉยราวน้ำแข็งขั้วโลก ปราศจากเงาของอดีตภรรยาผู้แสนอ่อนแอคนเดิมอย่างสิ้นเชิง
ปรินทร์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อกอบกู้สติที่กระจัดกระจายราวกับเศษแก้วแตกละเอียด ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและมองโลกด้วยความเหนือกว่า บัดนี้กลับแดงก่ำและสั่นระริก เขากวาดสายตามองใบหน้าของหญิงสาวที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งอย่างไม่ใยดี ภาพของคราบน้ำตาและเสียงสะอื้นไห้ในคืนวันที่เขาเซ็นใบหย่าผุดวาบขึ้นมาในหัว ซ้ำร้าย... ภาพเงาสะท้อนของเด็กชายตัวน้อยที่เพิ่งวิ่งหายลับเข้าไปในห้องรับรองพิเศษ ยังคงติดตรึงอยู่ในม่านตาจนหัวใจของเขาแทบหยุดเต้น
เด็กคนนั้น... ดวงตาคู่นั้น จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะรอยยิ้มมุมปากที่ถอดแบบมาจากพิมพ์เดียวกันกับเขาอย่างไม่ผิดเพี้ยน มันไม่ใช่ความบังเอิญ... มันคือสายเลือด มันคือทายาทที่เขาไม่เคยรู้ว่ามีอยู่ และมันคือหลักฐานชิ้นโบแดงที่ตบหน้าเขาฉาดใหญ่ ว่าสิ่งที่เขาเคยทำลายลงด้วยมือตัวเอง คือสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต
"ลัลน์..." ปรินทร์เค้นเสียงออกมาจากลำคอที่แห้งผาก มือหนาที่เคยถือไพ่เหนือกว่าทุกตา สั่นเทาจนต้องกำเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังพรั่งพรู "เด็กคนนั้น... เขา..."
"เขาคือลูกของดิฉันค่ะ" ลัลน์ลลินตัดบทขึ้นทันควัน น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่กรีดลงบนเนื้อสดๆ เธอก้าวเข้าไปประชิดร่างสูงขึ้นอีกนิด กลิ่นกายหอมกรุ่นของดอกไม้ป่าผสมความเย็นชาแผ่ซ่านจนปรินทร์รู้สึกหายใจไม่ออก "และขอย้ำให้ชัดเจนนะคะคุณปรินทร์... ว่าเขาเป็นลูกของ *ดิฉัน* คนเดียว เด็กคนนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับผู้ชายใจร้ายที่ชื่อปรินทร์แม้แต่นิดเดียว ตั้งแต่วันที่เราเซ็นใบหย่า... ทะเบียนสมบูรณ์ใบนั้นก็เป็นเครื่องยืนยันแล้วไม่ใช่เหรอคะว่าเราเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน"
คำพูดแต่ละคำเปรียบเสมือนเข็มนับพันเล่มที่พุ่งตรงเข้าปักอกของประธานหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่ ปรินทร์รู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้กับพื้นด้วยความเจ็บปวดที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ ความรู้สึกผิดที่ถูกฝังกลบไว้ใต้กองเถ้าถ่านแห่งความเย็นชา บัดนี้กำลังลุกโชนขึ้นมาแผดเผาร่างกายของเขาให้มอดไหม้เป็นจุล เขาอยากจะเอ่ยคำขอโทษ อยากจะคุกเข่าลงอ้อนวอนเพื่อขอโอกาสสักครั้ง แต่ทว่า... เมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่ที่เต็มไปด้วยความชิงชังและรอยยิ้มหยันรา3ูกับเยาะเย้ยชะตากรรม เขากลับพบว่าตัวเองไม่อาจหาญพอที่จะเอ่ยคำใดออกมาได้เลย
"พี่... ขอโทษ..." เป็นคำพูดที่น่าสมเพชที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งเคยเอ่ยออกมา ปรินทร์กลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก "พี่รู้ว่าสิ่งที่พี่ทำมันเลวร้ายแค่ไหน ลัลน์จะลงโทษพี่อย่างไรก็ได้ แต่ขอโอกาสให้พี่ได้ทำหน้าที่... ได้ชดเชย..."
"ชดเชยงั้นเหรอคะ?" ลัลน์ลลินหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข ทว่าเต็มไปด้วยความเจ็บปวดอันวิจิตรที่ถูกหล่อหลอมจนกลายเป็นความแข็งแกร่ง เธอมองเขาด้วยสายตาที่ทำให้ปรินทร์รู้สึกว่าตัวเองเป็นเพียงเศษฝุ่นธุลีใต้รองเท้า "คุณจะเอาอะไรมาทดุจยคะปรินทร์? เอาเงินทองที่คิดว่าจะซื้อได้ทุกอย่าง? หรือจะเอาความสงสารจากอดีตภรรยาที่คุณเคยเหยียบย่ามจนเกือบตายบนกองเลือด? สายไปแล้วค่ะ... วันที่คุณเลือกจะปิดประตูใส่หน้าดิฉันในคืนหิมะโปรยปรายวันนั้น ความเป็น 'พ่อ' และ 'สามี' ของคุณมันได้ตายไปพร้อมกับลูกในท้องคนแรกที่เราสูญเสียไปแล้ว!"
ประโยคสุดท้ายกระแทกเข้ากลางใจของปรินทร์จนหน้าชาวาบ ความลับที่เขาเคยพยายามลืมเลือน—การแท้งลูกในอดีตที่เกิดจากความเย็นชาและการละเลยของเขาเอง—ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานต่อหน้าความจริงที่ว่าเธอกลับมาพร้อมกับชีวิตใหม่และทายาทที่เติบโตขึ้นมาอย่างไร้เงาของเขา ร่างสูงเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว ราวกับถูกตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรงจนสติหลุดลอย
ในขณะที่บรรยากาศรอบตัวกำลังตึงเครียดจนแทบขาดใจ เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นจากทางเดินด้านหลัง
"มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ คุณลัลน์?"
ร่างสูงสง่าของภาคินปรากฏตัวขึ้นในชุดสูทสากลตัดเย็บอย่างดี ดวงตาสีเข้มคมปลาบกวาดมองปรินทร์ด้วยแววตานิ่งสงบ ทว่าแฝงไปด้วยความเย้ยหยันอย่างมิดชิด มือหนาของนักลงทุนหนุ่มผู้กุมความลับและเป็นพันธมิตรคนสำคัญ ยกขึ้นโอบรอบเอวบางของลัลน์ลลินอย่างเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ พร้อมกับดึงเธอนเข้ามาชิดกายด้วยความสนิทสนมเกินกว่าคนรู้จักทั่วไป
ปรินทร์เบิกตากว้างขึ้นอีกครั้ง ความโกรธเกรี้ยวและความหึงหวงพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขีดสุดเมื่อเห็นภาพนั้น สันกรามของเขาขบเข้าหากันจนนูนเด่น มือทั้งสองข้างกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
"คุณภาคิน..." ปรินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาดุจพญาราชสีห์จ้องมองไปยังชายหนุ่มผู้เข้ามาแทรกกลาง "นี่มันเรื่องครอบครัวของผม กรุณาถอยออกไป!"
"ครอบครัว?" ภาคินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มเยาะอย่างเหนือกว่า "เท่าที่ผมจำได้ ใบหย่าสมบูรณ์ถูกเซ็นไปตั้งแต่สามปีก่อนแล้วนี่ครับคุณปรินทร์ ตอนนี้คุณลัลน์ลลินเป็นหุ้นส่วนคนสำคัญและ... คนที่ผมกำลังดูแลอยู่ ถ้าคุณยังมีมารยาทพอ ก็ไม่ควรมาสร้างความรำคาญให้แขกของผมในงานนี้นะครับ"
คำพูดของภาคินเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิง ปรินทร์แทบจะพุ่งเข้าไปซัดหน้าไอ้สารเลวที่กล้ามาแตะต้องอดีตภรรยาของตน ทว่าก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น มือเรียวเล็กของลัลน์ลลินก็แตะลงบนแขนเสื้อของภาคินเบาๆ เป็นการปรามอย่างนุ่มนวล แต่สายตาที่เธอมองปรินทร์นั้น... กลับเย็นชาเสียจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"กลับไปเถอะค่ะคุณปรินทร์..." ลัลน์ลลินกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังขับไล่สุนัขตัวหนึ่งออกไปจากอาณาเขตของเธอ "อย่าทำให้ตัวเองต้องดูน่าสมเพชไปมากกว่านี้เลย เพราะต่อให้คุณจะคุกเข่าอ้อนวอนจนขาดใจ... สิ่งที่คุณจะได้รับกลับไป ก็มีเพียงแค่ความว่างเปล่า เหมือนกับที่คุณเคยทิ้งไว้ให้ดิฉันในอดีตเท่านั้นค่ะ"
พูดจบ เธอก็หันหลังให้เขาอย่างไม่ใยดี ภาคินปรายตามองปรินทร์ด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยครั้งสุดท้าย ก่อนจะพาหญิงสาวเดินเคียงคู่กันหายลับเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงหลัก ปล่อยให้ประธานหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่ยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความหน็บหนาวของค่ำคืน ที่แม้แต่ลมหายใจของตนเองก็ยังรู้สึกหนักอึ้งเกินกว่าจะแบกรับ
ปรินทร์ทรุดกายพิงผนังเย็นเฉียบอย่างไร้เรี่ยวแรง หัวใจที่เคยแข็งกระด้างบัดนี้แตกสลายไม่มีชิ้นดี เขารู้แล้วว่าการแก้แค้นที่แท้จริงไม่ใช่การทำลายล้างด้วยความรุนแรง... แต่เป็นการปล่อยให้เขาต้องยืนมองเธอก้าวไปข้างหน้าอย่างมีความสุขกับคนอื่น พร้อมกับความจริงที่ว่า *เขา* คือผู้ทำลายทุกอย่างด้วยมือของตัวเอง
ทว่า ในขณะที่ความมืดมิดกำลังกลืนกินความรู้สึกทั้งหมด เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็สั่นครืดขึ้นมาอย่างกะทันหัน ปรินทร์หยิบมันขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทอ หน้าจอแสดงข้อความจากนักสืบส่วนตัวที่เขาจ้างให้ตามสืบเรื่องของลัลน์ลลินตลอดสามปีที่ผ่านมา
เมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ บรรทัดสุดท้าย ดวงตาของปรินทร์ก็เบิกโพลง ร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงกลับแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดซ้ำสอง...
*“รายงานผลตรวจ DNA ฉบับเร่งด่วน: เด็กชายภคินทร์ เป็นบุตรแท้ๆ ของคุณปรินทร์ 100%... และที่สำคัญที่สุด ผลตรวจระบุว่า เด็กชายคนนี้ มีพี่น้องฝาแฝดอีกหนึ่งคน ที่ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของ...”*
ข้อความถูกตัดขาดแค่นั้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่กำลังก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหลังเขาอย่างเงียบเชียบ...
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดอันงดงามนี้นะคะ ละอองดาวเดือนเก้าจะพาคุณดิ่งลึกสู่ก้นบึ้งแห่งความสะใจในตอนต่อไปค่ะ
ทัณฑ์หิมะโปรยปรายบนรอยร้าวแห่งเถ้าถ่าน•ตอนที่ 2
กลิ่นอายความหลังที่ถูกแช่แข็ง
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์หิมะโปรยปรายบนรอยร้าวแห่งเถ้าถ่าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!