หัตถ์เทวะพลิกชะตาบุปผาแห่งยุค 70•ตอนที่ 2

หัตถ์เงินเหนือเข็มพิษ

ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
“วางถ้วยนั้นลง... หากไม่อยากให้กลิ่นดอกฝิ่นที่เจืออยู่ในนั้น กลายเป็นกลิ่นธูปหน้าศพของท่านเสียเอง” เสียงของหลินฟางเซียนราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงลึก ทว่าแฝงด้วยกระแสสังหารที่ทำเอาคนตรงหน้าชะงักงัน มือที่ถือถ้วยชาสั่นสะท้านไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่นางจะปัดถ้วยนั้นร่วงลงพื้นจนแตกกระจาย กลิ่นหอมจางๆ ของใบชาชาวยุคเจ็ดสิบถูกกลบด้วยกลิ่นเหม็นเขียวประหลาดที่ระเหยขึ้นมาทันทีที่ของเหลวสัมผัสพื้นหิน แม่เฒ่าโจวเบิกตากว้าง ริมฝีปากที่ทาด้วยสีแดงชาดสั่นระริก “เจ้า... เจ้ารู้ได้อย่างไร!” ฟางเซียนไม่ตอบ นางเพียงหมุนกายเดินออกจากเรือนเก่าคร่ำคร่าแห่งนั้นโดยไม่หันกลับไปมอง ทิ้งให้ความหวาดระแวงกัดกินใจผู้เฒ่าที่วางหมากพลาดตั้งแต่วินาทีแรกที่เจอกัน ก้าวเท้าของนางหนักแน่นท่ามกลางกลิ่นอายความเสื่อมโทรมของยุคสมัยที่การปฏิวัติวัฒนธรรมกำลังบีบคั้นผู้คนให้เหลือเพียงเศษเสี้ยวของมนุษยธรรม ทันใดนั้น เสียงอึกทึกครึกโครมจากตลาดกลางเมืองที่ห่างออกไปไม่กี่ช่วงตึกก็ดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องและฝีเท้าของคนที่แตกตื่น ฟางเซียนขมวดคิ้วเล็กน้อย—สัญชาตญาณศัลยแพทย์ในกายเดิมของนางไม่ยอมให้เพิกเฉยต่อความโกลาหล ท่ามกลางกลุ่มคนที่เบียดเสียด บุรุษหนุ่มในชุดสูทจีนตัดเย็บประณีตแต่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดนอนหงายอยู่บนพื้น หน้าอกของเขาขยับขึ้นลงเป็นจังหวะที่ผิดปกติ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน ดวงตาเหลือกค้างราวกับลมหายใจกำลังจะขาดห้วง รอบข้างมีเพียงชาวบ้านที่ยืนมองด้วยความตื่นตระหนก ไม่มีใครกล้าแตะต้อง เพราะเกรงกลัวต่ออำนาจของตระกูลใหญ่ที่หนุนหลังชายผู้นี้อยู่ “ถอยไป!” ฟางเซียนแทรกตัวผ่านวงล้อมด้วยท่วงท่าที่ดูสง่างามทว่าเด็ดขาด “เจ้าเป็นใคร! อย่าได้บังอาจแตะต้องคุณชายเซียว หากเขาเป็นอะไรไป เจ้าจะชดใช้ด้วยชีวิตกี่สิบชีวิตก็ไม่พอ!” บ่าวรับใช้ผู้หนึ่งตวาดลั่น ฟางเซียนไม่นำพา นางคว้ากระเป๋าผ้าใบเก่าที่พกติดตัวมา ในนั้นไม่มีสิ่งใดนอกจากมีดผ่าตัดเล่มบางที่นางแอบลับจนคมกริบและเข็มเงินชุดหนึ่งที่นางได้รับจากมิติลี้ลับ นางทรุดกายลงข้างกายชายหนุ่ม นิ้วเรียวยาวกดลงที่จุดชีพจรที่คอหอย ก่อนจะสัมผัสได้ถึงความหนืดของเลือดที่อุดตันในหลอดลมจากอาการแพ้อย่างรุนแรง *อะนาฟิแล็กซิส...* นางวิเคราะห์ในใจด้วยความเย็นชา มือของนางขยับดุจภูตพราย ควักเข็มเงินออกมาแล้วปักลงบนจุดฝังเข็มทั้งสี่ที่หน้าอกและลำคออย่างแม่นยำ ทุกจังหวะไร้ซึ่งความลังเล “เจ้าทำบ้าอะไร!” บ่าวผู้นั้นเงื้อมือจะเข้ามาขัดขวาง แต่แล้วเขาก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นปลายเข็มเงินที่ปักลงไปนั้นเกิดประกายสีดำคล้ำขึ้นมาทีละน้อย “เขากำลังจะตายจากการถูกวางยาพิษด้วยผงปรอทสีที่ผสมอยู่ในน้ำชา... หากเจ้าอยากให้เขาตายคามือก็เข้ามา” ฟางเซียนเอ่ยเสียงเย็น สายตาของนางจ้องมองไปที่จุดที่เข็มปักอยู่ ก่อนจะพลิกตัวชายหนุ่มตะแคงข้างแล้วกระแทกสันมือลงที่กลางหลังอย่างแรงจนเขากระอักลิ่มเลือดสีดำออกมา ผู้คนรอบข้างเงียบกริบราวกับป่าช้า ฟางเซียนเช็ดคราบเลือดบนมือด้วยผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาด ท่วงท่าของนางสงบนิ่งราวกับไม่ได้เพิ่งช่วยชีวิตคนจากความตาย ในจังหวะนั้นเอง ม้าสีดำสนิทตัวหนึ่งควบทะยานเข้ามาหยุดลงเบื้องหน้า กองกำลังรักษาความสงบในชุดเครื่องแบบทหารที่ดูคมเข้มก้าวลงจากหลังม้า ฉินหานตง—บุรุษผู้ได้รับฉายาว่า ‘มัจจุราชแห่งแดนใต้’ กวาดสายตาคมกริบมองไปยังร่างของคุณชายตระกูลเซียวที่เริ่มหายใจเป็นปกติ ก่อนจะหันมาหยุดที่ดวงตาของสตรีผู้ยืนเด่นเป็นสง่าท่ามกลางกองเลือด เขาสังเกตเห็นรอยเปื้อนสีชาดบนชุดผ้าฝ้ายของนาง แต่สิ่งที่สะดุดตายิ่งกว่าคือสายตาที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัวต่อเครื่องแบบทหารของเขา “เจ้าเป็นหมอมาจากที่ใด?” เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกของเขากดดันจนอากาศรอบข้างราวกับจะหนักอึ้ง ฟางเซียนเงยหน้าสบตากับเขา แววตาของนางนิ่งลึกราวกับมหาสมุทรที่ซ่อนคลื่นพายุไว้เบื้องใต้ “หมอที่ไม่สนว่าผู้ป่วยเป็นใคร สนเพียงแค่ว่าเขาควรมีชีวิตอยู่ต่อหรือไม่... ท่านอ๋องผู้บัญชาการ” ฉินหานตงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาดุดันเปลี่ยนเป็นความสนใจที่ซ่อนเร้น เขาเดินเข้าไปใกล้นางจนได้กลิ่นจางๆ ของสมุนไพรโบราณจากกายของนาง กลิ่นที่ต่างจากกลิ่นน้ำหอมหรือกลิ่นแป้งร่ำในยุคสมัยนี้อย่างสิ้นเชิง “เจ้ากล้าเรียกข้าด้วยยศที่ถูกยกเลิกไปแล้วรึ?” เขาโน้มตัวลงมาใกล้ กระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่ทำให้นางขนลุกชัน “ช่างเป็นหมอที่ปากคอเราะร้ายนัก... แต่ก็น่าเสียดาย ที่ดูเหมือนว่าความดีความชอบของเจ้าในวันนี้ จะนำภัยมาสู่ตัวเจ้าเร็วกว่าที่คิด” เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะกระซิบต่อ “เพราะคนพวกที่วางยาคุณชายเซียว... กำลังจับจ้องมาที่เจ้าจากตึกแถวชั้นสองนั่น” ฟางเซียนชะงักไปเล็กน้อย แต่กระนั้นนางก็ยังคงแย้มยิ้มที่มุมปากอย่างท้าทาย ในมือที่ถือเข็มเงินไว้นั้น นางกลับแอบรับกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่ถูกส่งมาจากเงามืดโดยฝีมือของใครบางคน—กระดาษแผ่นนั้นเขียนด้วยลายมือที่นางคุ้นตาที่สุด... ลายมือของแม่เฒ่าโจวที่ระบุชื่อของ ‘ร่างเดิม’ พร้อมคำสั่งประหารชีวิตที่ซ่อนอยู่ในตราประทับลับของตระกูลใหญ่ การก้าวเท้าออกจากบ้านครั้งนี้ของนาง... ไม่เพียงแต่จะเปิดเผยความลับเรื่องวิชาแพทย์ที่ไม่มีใครเทียบได้ แต่ยังเป็นการกระชากหน้ากากของศัตรูที่กำลังวางแผนบงการชีวิตนางให้เดินเข้าสู่หลุมศพที่พวกมันขุดไว้ อวี้ซินขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับฟางเซียนในเส้นทางที่เต็มไปด้วยอันตรายนี้ค่ะ
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์เทวะพลิกชะตาบุปผาแห่งยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%