เซฟโซนสุดคูลของนายเชฟปากจัด•ตอนที่ 2

ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
กลิ่นหอมกรุ่นของทรัฟเฟิลและเนยแท้จากฝรั่งเศสที่ลอยอวลอยู่รอบตัว ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศในห้องครัวปิดตายหลังร้าน ‘The Table’ ดูผ่อนคลายขึ้นมาได้เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... อคิราห์รู้สึกราวกับว่าออกซิเจนในห้องนี้กำลังถูกสูบออกไปทีละน้อย จนเกือบจะหายใจไม่ทั่วท้อง ดวงตากลมโตตวัดมองผู้ชายร่างสูงที่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์สแตนเลสด้วยท่าทางสบายอารมณ์ ใบหน้าหล่อเหลาราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่นกำลังประดับด้วยรอยยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่เธอนิยามมันไว้ในใจว่า ‘หน้าหมั่นไส้เป็นที่สุด’ “คุณพูดว่าอะไรนะยะ?” เสียงหวานใสแต่แฝงไว้ด้วยความเกรี้ยวกราดหลุดลอดไรฟันอคิราห์ออกไปทีละคำ เธอเชิดหน้าขึ้นอัตโนมัติเพื่อไม่ให้ตัวเองดูเสียเปรียบ แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่าเขาอยู่หลายช่วงตัวก็ตาม “ให้ฉันมาทำงานใช้หนี้? คุณสติฟั่นเฟือนไปแล้วหรือไงเชฟธันวา!” “ผมดูเหมือนคนบ้าเหรอครับ อคิราห์” ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ขยับตัวเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างคุกคาม กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายความร้อนจากเตาและมินต์จางๆ ลอยมาแตะจมูก “ค่าเสียหายของวัตถุดิบเกรดพรีเมียมชุดนั้น รวมกับค่าปรับที่ผมต้องอธิบายกับลูกค้าระดับ VIP ว่าทำไมเมนูไฮไลต์ถึงเสิร์ฟช้าไปสี่สิบนาที... คุณคิดว่าเงินในกระเป๋าแบรนด์เนมใบจิ๋วของคุณ จะจ่ายไหวสักกี่งวดกันเชียว” “ก็ฟ้องมาสิคะ!” เธอสวนกลับทันควัน เสียงตวาดลอดไรฟันด้วยความเหลืออด “จะให้ฉันชดใช้ด้วยเงินเท่าไหร่ก็ว่ามา ฉันมีปัญญาจ่ายก็แล้วกัน ดีกว่าต้องมาทนเห็นหน้าผู้ชายปากเสียอย่างคุณในครัวนี่ทุกวันแน่ๆ!” ธันวาหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าด้วยความขบขันระคนหยัน ราวกับสิ่งที่เธอพูดเป็นเรื่องตลกไร้สาระที่สุดในโลก เขาโน้มใบหน้าลงมาหา จนอคิราห์ต้องผงะถอยหลังไปชนขอบเคาน์เตอร์เย็นเฉียบโดยอัตโนมัติ ร่างสูงใหญ่ทาบทับจนเธอรู้สึกเหมือนถูกกรงล้อมไว้ด้วยอ้อมอกของเขาโดยสมบูรณ์ “ฟ้องเหรอ? เสียเวลาเปล่าครับ ผมไม่อยากขึ้นศาลให้เปลืองพลังงาน” ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องลึกลงมาในดวงตาของเธอ ประกายวิบวับในแววตาของเขาทำให้ใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างน่าโมโห “อีกอย่าง... นักวิจารณ์ปากแซ่บอย่างคุณ ที่ชอบเที่ยววิจารณ์อาหารคนอื่นไปทั่ว ถ้าตกเป็นข่าวว่าเบี้ยวค่าเสียหายร้านอาหารไฮend คงสนุกพิลึกบนหน้าฟีดข่าวสังคมสินะครับ” “คุณ...!” อคิราห์กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธพุ่งพล่านจนเลือดสูบฉีดไปทั่วใบหน้า “คุณมันพวกฉวยโอกาสหน้าตัวเมีย!” “ปากเก่งจังนะครับ” ธันวาเอ่ยเสียงนุ่ม ทว่าแววตากลับดุดันขึ้นวูบหนึ่ง นิ้วเรียวยาวของเชฟหนุ่มเอื้อมออกมาราวกับจะปอยผมที่หลุดรุ่ยลงมาปรอกแก้มเนียน แต่แล้วเขาก็ชะงักมือค้างไว้กลางอากาศ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นใช้นิ้วเคาะเบาๆ ที่สันโต๊ะแทน “ทางเลือกมีแค่สองทาง... หนึ่ง: จ่ายเงินสดหกหลักตอนนี้ สอง: สวมผ้ากันเปื้อนแล้วมาเป็นลูกมือล้างผัก หั่นเนื้อ จัดจาน ในครัวของผมเป็นเวลาสามเดือนเต็ม” ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องทำความเย็นของตู้แช่ที่ส่งเสียงฮัมเบาๆ อคิราห์กัดริมฝีปากตัวเองจนห่อเลือด สมองอันปราดเปรื่องกำลังคำนวณตัวเลขในบัญชีธนาคารกับอีโก้ที่ค้ำคออยู่ เงินหกหลัก... แม้เธอจะมีจ่าย แต่ถ้าจ่ายไปตอนนี้ เธอก็แทบจะถังแตกไปครึ่งปีแถมยังต้องเสียหน้าให้กับผู้ชายตรงหน้าไปตลอดกาล แต่ถ้าให้มาเป็นลูกมือทำงานในครัวของเชฟผู้หยิ่งยระโธมคนนี้... มันก็ไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้ากรงเล็บเสือชัดๆ! “ถ้าฉันทำ... คุณสัญญาว่าจะไม่เอาเรื่องนี้ไปโพนทะนาที่ไหนใช่ไหม?” เธอกัดฟันถามลอดไรฟัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง “ผมไม่ใช่คนชอบเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องมานินทาหรอกครับ” ธันวาผละตัวออกไปยืนตรง รอยยิ้มร้ายกาจจางหายไปแทนที่ด้วยใบหน้าเรียบเฉยทรงอำนาจ “แต่มีข้อแม้... คุณต้องทำตามคำสั่งผมทุกอย่าง ห้ามเถียง ห้ามบ่น และที่สำคัญที่สุด...” เขาเว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง ดวงตาคมกวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าของเธอด้วยสายตาวิเคราะห์ราวกับเธอกำลังยืนอยู่บนเขียง “ห้ามทำอาหารของผมเสียหายเป็นครั้งที่สอง ไม่อย่างนั้น... ผมจะเพิ่มโทษเป็นหกเดือน” “คุณมัน...!” “พรุ่งนี้แปดโมงเช้าตรง หวังว่าจะแต่งตัวทะัดัดทะแมงพอที่จะไม่เป็นภาระให้ลูกน้องผมต้องมาคอยเช็ดก้นนะครับ อคิราห์” ธันวาพูดตัดบทอย่างไร้เยื่อใย หมุนตัวเดินกลับไปยังประตูห้องครัว ทิ้งให้อคิราห์ยืนกำหมัดแน่น หอบหายใจด้วยความโกรธจนตัวสั่นเทาอยู่คนเดียว เชฟธันวา... นายจำไว้เลยนะ! แม่จะทำให้ครัวของนายปั่นป่วนจนต้องกราบขอร้องให้ฉันออกไปเองคอยดู! อคิราห์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่าน ก่อนจะคว้ากระเป๋าถือของตัวเองแล้วเดินดุ่มๆ ไปที่ประตูหลังร้านด้วยความฮึกเหิม เธอผลักบานประตูออกเพื่อจะก้าวพ้นจากขุมนรกแห่งนี้ แต่ทว่า... ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านที่ยังปิดให้บริการดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงระยับคนหนึ่งกำลังยืนโบกมือยิ้มแย้มอยู่ด้านนอก และก่อนที่อคิราห์จะทันได้เดินเลี่ยงหลบไป บุคคลที่สามก็ผลักประตูเข้ามาโดยไม่รอให้พนักงานอนุญาต “ธันวาคะ! เซอร์ไพรส์! แพรพลอยกลับมาจากปารีสเร็วกว่ากำหนด คิดถึงฝีมือคุณจนทนไม่ไหวแล้วล่ะ—” เสียงหวานหยดย้อยของหญิงสาวสะดุดกึกเมื่อกวาดสายตามาเจออคิราห์ที่ยืนขวางทางอยู่ตรงประตูพอดี บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบลงทันทีในเสี้ยววินาที อคิราห์เบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อมองหน้าผู้หญิงที่เพิ่งเดินเข้ามา... แพรพลอย เซเลบริตี้สาวไฮโซทายาทผู้นำเข้าไวน์รายใหญ่ และที่สำคัญที่สุด เธอกำลังตกเป็นข่าวหน้าหนึ่งว่าเป็น ‘หวานใจคนใหม่’ ของเชฟหนุ่มปากจัดคนนั้น! ดวงตาคู่คมของธันวาที่เพิ่งเดินตามออกมาจากครัวหยุดนิ่งสนิทเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ร่างสูงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่แววตาพราวระยับเมื่อครู่จะแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นปฏิกิริยาของอคิราห์ที่กำลังจ้องมองเขากลับมาด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยสมเพช “อ้าว... อยู่กันครบทีมเลยสินะคะ” อคิราห์แค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววสนุกสนานขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นเกมกระดานตรงหน้าพลิกผันอย่างรวดเร็ว “ขอตัวนะคะ เชิญพวกคุณสองคน... สวีทกันตามสบายตามประสาคนคุ้นเคยเถอะค่ะ ฉันไม่อยากเป็นก้างขวางคอความรักกุ๊กกิ๊กของเชฟคนดังหรอก” พูดจบ อคิราห์ก็สะบัดหน้าพรืดเดินผ่านร่างของแพรพลอยออกไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้ธันวาต้องยืนขบกรามแน่นด้วยความหงุดหงิดที่จู่ๆ สถานการณ์ก็หลุดจากการควบคุมของเขาไปเสียดื้อๆ... (ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - เอมเมอรัลด์อายส์)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดคูลของนายเชฟปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%