"ใบลาออกฉบับนี้... คุณศิลาเขียนได้รอบคอบดีมากครับ ตัวอักษรเรียงตัวกันเป็นระเบียบราวกับงบดุลประจำไตรมาส ไม่มีที่ติเลยทีเดียว"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมชั้นสิบสาม บรรยากาศรอบตัวหนาทึบไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่สะสมมานานนับทศวรรษ บนโต๊ะไม้สักขนาดยัดเยียด เอกสารสองฉบับวางเคียงคู่กัน ฉบับแรกคือหนังสือลาออกที่ศิลาเพิ่งเซ็นชื่อลงไปเมื่อสิบนาทีที่แล้ว ส่วนฉบับที่สอง... คือสัญญาว่าจ้างพิเศษที่ไม่มีชื่อบริษัทระบุไว้ มีเพียงตราประทับรูปฟันเฟืองสีดำสนิทที่ซ้อนทับกันเป็นรูปนัยน์ตา
ศิลาไม่แม้แต่จะชายตามองกระดาษแผ่นแรก ดวงตาคู่คมหลังกรอบแว่นใสจดจ้องอยู่เพียงตัวเลขและรหัสลับที่เขาเพิ่งถอดรหัสได้จากงบการเงินย้อนหลังห้าปีของตึกสำนักงานแห่งนี้
ในฐานะนักบัญชีผู้ยึดมั่นในความถูกต้องและตรรกะอันแม่นยำ เขารู้ดีว่าตัวเลขไม่เคยโกหก แต่ตึกหลังนี้กำลังบิดเบือนกฎเกณฑ์ทางบัญชีทั้งหมด เพื่อกลืนกินวิญญาณของผู้ที่ทำงานล่วงเวลาเกินเที่ยงคืน
"ผมขอเลือกทางที่สามครับ" ศิลาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของชายหนุ่มราบเรียบแต่มั่นคง ราวกับกำลังประชุมสรุปยอดประจำปีกับบอร์ดบริหาร แม้ว่าในใจจะตระหนักดีว่า 'ทางที่สาม' ที่เขาเพิ่งคิดค้นขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ นั้น เต็มไปด้วยความเสี่ยงระดับที่อาจทำให้เขาไม่เหลือแม้แต่กระดูก
ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคลเลิกคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มประหลาดปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ทางที่สาม? ในระเบียบข้อบังคับของบริษัทเรา ไม่มีทางเลือกนั้นหรอกนะครับ คุณศิลา"
"ระเบียบข้อบังคับถูกเขียนขึ้นโดยคนเป็น และมักจะถูกแก้ไขโดยคนเป็นเช่นกันครับ" ศิลากล่าวพร้อมกับเลื่อนเอกสารแผ่นที่สาม—กระดาษคำนวณที่เขาเขียนด้วยลายมือตัวเอง—ไปตรงหน้าชายวัยกลางคน "แต่กฎแห่งกรรมและระบบบัญชีคู่ (Double-entry bookkeeping) เป็นสากล เดบิตต้องเท่ากับเครดิต ถ้าตึกนี้เอาชีวิตพนักงานไปห A คน บัญชีของตึกต้องแสดงหนี้สินที่ต้องชดใช้ในจำนวนที่เท่ากัน... และผมพบว่า คุณกำลังพยายามซ่อนบัญชีผี"
ทันทีที่คำว่า 'บัญชีผี' หลุดจากปาก อุณหภูมิภายในห้องประชุมก็ลดฮวบลงจนเกิดไอสีขาวออกจากริมฝีปาก หลอดไฟนีออนกะพริบถี่รัวด้วยความถี่สูงจนเกิดเสียงฮัมต่ำๆ ในลำโพงเพดาน ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคลไม่ได้แสดงความตกใจ แต่ใบหน้าของชายคนนั้นกลับบิดเบี้ยว ยืดยาวออกไปราวกับขี้ผึ้งโดนความร้อน ดวงตาสองข้างกลายเป็นร่องลึกสีดำสนิท
นั่นคือช่วงเวลาเดียวกับที่ประตูห้องประชุมถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง
"ฉันเตือนแล้วว่าอย่าเพิ่งใช้ตรรกะทางบัญชีกับเรื่องไสยศาสตร์ขั้นพื้นฐาน คุณศิลา!"
เสียงใสกังวานแต่เฉียบขาดดังขึ้น พร้อมกับร่างเพรียวบางในชุดโค้ทกันหนาวสีชาของรินรดา อาจารย์สาวก้าวเข้ามาในห้องด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคง มือขวาของเธอตวัดกุญแจทองเหลืองโบราณที่มีลวดลายซับซ้อนขึ้นกลางอากาศ แสงสีฟ้าครามสว่างวาบขึ้นทันที ขับไล่ความมืดมัวที่กำลังคืบคลานเข้ามาปกคลุมพวกเขา
รินรดายืนเคียงข้างศิลา ระยะห่างระหว่างไหล่ของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียว กลิ่นอายจางๆ ของชาสมุนไพรและหมึกพิมพ์ลอยวนอยู่รอบตัวเธอ ตัดกับกลิ่นอับชื้นของวิญญาณอาฆาตได้อย่างสิ้นเชิง
"อาจารย์มาช้าไปสามวินาทีครับ" ศิลาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ น้ำเสียงยังคงติดจะเย้าแหย่เล็กน้อย แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะอยู่ในระดับวิกฤต "ผมเกือบจะปิดงบดุลของเจ้านี่ด้วยการเซ็นรับมอบมรดกหนี้สินทั้งหมดแล้วเชียว"
"ถ้าคุณช้ากว่านี้อีกวินาทีเดียว บัญชีชีวิตของคุณคงถูกตัดจำหน่ายเป็นศูนย์ไปแล้วล่ะค่ะ" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะเล็กน้อย ดวงตาสุกใสคู่นั้นกวาดมองไปยังเงาดำมหึมาที่กำลังขยายตัวขึ้นจากพื้นห้อง "ดูนั่นสิคะ... บทเรียนแรกในความมืดกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว"
เงาดำแปรสภาพเป็นโครงสร้างเหล็กกล้าและเสาคอนกรีตขนาดยักษ์ที่บิดเบี้ยว พื้นห้องประชุมพังทลายลงกลายเป็นเหวลึกที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง เสียงคำรามต่ำที่ดังก้องมาจากชั้นใต้ดินระดับติดลบ—ชั้นที่ลึกกว่าชั้นใต้ดินทั่วไป—สะท้อนก้องในโสตประสาท มันคือเสียงของเครื่องจักรกลโบราณที่กำลังทำงานร่วมกับเสียงกรีดร้องนับร้อยชีวิต
ศิลาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เขากระชับแฟ้มเอกสารในมือแน่น สัญชาตญาณการเอาตัวรอดและการวิเคราะห์โครงสร้างตึกที่เขาฝึกฝนมาตลอดชีวิตกำลังทำงานอย่างเต็มพิกัด เขารู้ว่านี่ไม่ใช่แค่การเผชิญหน้ากับผีร้ายทั่วไป แต่มันคือการ 'รีเซ็ตระบบ' ของอาคารสำนักงานแห่งนี้
"อาจารย์ครับ" ศิลาเอ่ยขึ้นเบาๆ ขณะที่ก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเพื่อยืนบังร่างของหญิงสาวไว้ครึ่งหนึ่ง "ถ้าเราจะรื้อถอนโครงสร้างตู้เซฟนี้ เราต้องเริ่มจากจุดไหนก่อน?"
รินรดาชำเลืองมองแผ่นหลังของชายหนุ่ม รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างพึงพอใจ เธอวางมือลงบนไหล่กว้างของเขาเบาๆ ส่งผ่านความอบอุ่นและพลังงานบางอย่างที่ทำให้ความกลัวทั้งหมดมลายหายไป
"เริ่มจากการทำลาย 'รหัสผ่าน' ของมันค่ะ..." รินรดากระซิบข้างหูเขา "และรหัสผ่านนั้น... อยู่ในความทรงจำวัยเด็กที่คุณพยายามลืมมาตลอดอย่างไรล่ะคะ คุณศิลา"
สิ้นเสียงของอาจารย์สาว พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาก็ยุบตัวลงทันที ร่างทั้งสองร่วงหล่นลงไปในความมืดมิดอนธการ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบปริศนาที่ดังขึ้นในหัวของศิลาอย่างชัดเจน
*[ติ๊ง! ตรวจพบผู้ใช้ปลดล็อกเงื่อนไขลับ: 'ความทรงจำที่หายไป']*
*[ระบบอัปเกรดสถานะ: นักบัญชีสายดิ่ง เลื่อนระดับสู่ 'ผู้ตรวจสอบบัญชีแห่งความตาย' (ระดับ SSS)]*
*[คำเตือน: บอสลับชั้น -100 กำลังตื่นจากการหลับใหล...]*
ขอบอกว่าตอนต่อไปเดือดแน่นอนครับ เตรียมตัวรับแรงกระแทกไว้ให้ดีนะครับทุกคน!
— ลิฟต์แก้วชั้นลบ
พนักงานบัญชีสายดิ่งกับอาจารย์สาวผู้อ่านความตาย•ตอนที่ 5
บทเรียนแรกในความมืด
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พนักงานบัญชีสายดิ่งกับอาจารย์สาวผู้อ่านความตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!