พนักงานบัญชีสายดิ่งกับอาจารย์สาวผู้อ่านความตาย•ตอนที่ 1

งบดุลของคนตาย

ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
ความผิดพลาดระดับทศนิยมตำแหน่งที่เจ็ด ไม่เคยเป็นเรื่องบังเอิญในโลกของตัวเลขครับ ศิลาขยับกรอบแว่นสายตา เลนส์เคลือบสารกรองแสงสีฟ้าสะท้อนแสงไฟนีออนสีขาวโพลนจากเพดานสำนักงานบัญชี "ไพศาลการบัญชีและการสอบบัญชี" ชั้นสิบแปดของตึกแฝดย่านใจกลางเมือง ภายนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ยักษ์ยามนี้คือความมืดมิดของยามวิกาล มีเพียงแสงไฟจากตึกระฟ้าเบื้องล่างที่ระยิบระยับราวกับดวงดาวบนพื้นดิน แต่นั่นไม่ได้ดึงดูดสายตาคู่คมกริบของชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าปีเท่ากับตารางข้อมูลในหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดสาม2นิ้วตรงหน้า หน้าจอแสดงผลไฟล์ Microsoft Excel ที่ถูกเข้ารหัสลับระดับ SHA-256 มันคือไฟล์งบการเงินรวมประจำไตรมาสที่สามของ "บริษัท พรหมประดับอสังหาริมทรัพย์ จำกัด" ลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของบริษัท ที่ปรึกษาทางการเงินหลายคนต่างลงความเห็นตรงกันว่านี่คือบริษัทที่มีเสถียรภาพทางการเงินมั่นคงไร้ที่ติ อัตราส่วนสภาพคล่องสูงกว่ามาตรฐาน และไม่มีความเสี่ยงเรื่องหนี้สูญ ทว่า... ศิลาผู้มีทักษะการสังเกตรายละเอียดสูงจนเกินมนุษย์ กลับมองเห็นรอยปริร้าวในระบบ "ตัวเลขยอดรวมเงินสดหมุนเวียนกับรายการรับเงินฝากธนาคารไม่ตรงกัน... ต่างกันอยู่สามสิบเจ็ดบาทสิบห้าสตางค์" ศิลาพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อยจากการจดจ่ออยู่หน้าจอติดต่อกันนานกว่าห ชั่วโมง สำหรับคนทั่วไป ส่วนต่างสามสิบเจ็ดบาทสิบห้าสตางค์ในงบการเงินมูลค่าหลายพันล้านบาทอาจเป็นเพียงเศษผงปัดตกทางบัญชีที่ปัดเศษทิ้งได้ แต่สำหรับศิลา มันคือความผิดปกติเชิงโครงสร้าง ตัวเลขนี้ไม่ได้เกิดจากการปัดเศษทศนิยมผิดพลาด แต่มันถูก "จงใจ" ฝังเอาไว้ในสูตรคำนวณที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังมาโคร (Macro) ของ Excel ศิลาคลิกเมาส์เปิดเซลล์ที่ซ่อนอยู่ (Hidden Cells) ไล่สายตาผ่านโค้ด VBA ที่ถูกเขียนขึ้นอย่างประณีตเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบจากระบบอัตโนมัติ ยิ่งเขาแกะรอยลึกลงไปเท่าไหร่ อุณหภูมิรอบตัวก็ดูเหมือนจะลดต่ำลงอย่างกะทันหัน เครื่องปรับอากาศส่วนกลางของอาคารที่ตั้งไว้ที่ 25 องศาเซลเซียสเซลเซียส ไฉนจึงทำให้ลมหายใจของเขากลายเป็นไอสีขาวจางๆ ได้เล่า? ความรู้สึกเย็นวาบแล่นริ้วขึ้นมาจากสันหลัง ศิลาขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่ได้ตื่นตระหนก ความเย็นยะเยือกแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับคนที่ต้องทำงานกะดึกในตึกสำนักงานเก่าแก่แห่งนี้ แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะคือ "รูปแบบ" ของตัวเลขที่ปรากฏขึ้นหลังจากที่เขาปลดล็อกรหัสผ่านชุดสุดท้าย 37.15 บาท เมื่อนำตัวเลขเหล่านี้มาแปลงเป็นรหัส ASCII หรือพิกัดทางภูมิศาสตร์ มันไม่ได้ชี้ไปยังบัญชีธนาคารลับหรือการฟอกเงินใดๆ ทั้งสิ้น แต่มันคือ "จำนวนวัน" และ "ชั้น" ของตึกแห่งนี้ *ชั้นลบสิบสาม (Floor -13)* — ชั้นที่ไม่มีอยู่ในผังตัวอาคารอย่างเป็นทางการ และถูกปิดตายด้วยผนังคอนกรีตเสริมเหล็กหนาเตอะในแบบแปลนวิศวกรรม "น่าสนใจดีนี่ครับ คุณนักบัญชี..." เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นจากความมืดบริเวณมุมห้อง ใกล้กับเครื่องถ่ายเอกสารเก่าคร่ำคร่า ศิลาไม่สะดุ้งโหยก เขายังคงนั่งหลังตรง นิ่งสงบราวกับรูปปั้นหิน มือขวายังคงวางอยู่บนเมาส์อย่างมั่นคง ชายหนุ่มค่อยๆ หมุนเก้าอี้สำนักงานหันไปเผชิญหน้ากับผู้มาเยือน ที่นั่น... ร่างระหงของหญิงสาวในชุดสูทสีดำสนิทกำลังยืนพิงผนัง กอดอกมองเขาด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เส้นผมสีดำสนิทปล่อยยาวสลวยตัดกับผิวขาวราวกระเบื้องเคลือบ ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้สะท้อนแสงไฟจากจอคอมพิวเตอร์ แต่กลับมีความสว่างเรืองรองจางๆ ราวกับเปลวเพลิงสีครามที่ลุกไหม้อยู่ในความมืด เธอก้าวเข้ามาใกล้ทีละน้อย ฝีเท้าราวกับไร้น้ำหนัก ไม่เคยมีเสียงกระทบพื้นพรมแม้แต่น้อย "อาจารย์รินรดา" ศิลาเอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความประหลาดใจ "นี่ไม่ใช่เวลาทำการของมหาวิทยาลัย และชั้นสิบแปดนี้ก็ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกขึ้นมาได้หลังเที่ยงคืน หากคุณเป็นอาจารย์คณะสถาปัตยกรรมประยุกต์จริง คุณน่าจะรู้กฎความปลอดภัยของอาคารดีกว่าใคร" รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะของเธอกังวานใสแต่ชวนให้รู้สึกขนลุกเกรียว เธอก้าวเข้ามาหยุดยืนห่างจากโต๊ะทำงานของศิลาเพียงก้าวเดียว กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ที่บานในยามวิกาลลอยแตะจมูก กลิ่นอายที่แปลกประหลาดซึ่งไม่ควรมีอยู่ในตึกสำนักงาน "กฎข้อบังคับมีไว้สำหรับคนเป็นครับคุณศิลา..." รินรดาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ใบหน้าสวยคมโน้มเข้ามาใกล้จนศิลาสามารถมองเห็นแพขนตางอนงามและแววตาที่ลึกล้ำราวกับห้วงมหาสนุก "แต่ตัวเลขสามสิบเจ็ดบาทสิบห้าสตางค์ที่คุณเพิ่งค้นพบเมื่อครู่... มันคือค่าตอบแทนของคนที่ตายไปแล้วแต่ยังไม่ได้ลงบัญชีต่างหาก" ศิลาหรี่ตาลงเล็กน้อย สมองอันปราดเปรื่องประมวลผลข้อมูลทั้งหมดในเสี้ยววินาที ความทรงจำในวัยเด็กที่เคยเลือนราง—ภาพของห้องทำงานมืดๆ เสียงกระดาษพลิกดังสวบสาบ และกลิ่นสนิมเหล็ก—พลันวูบวาบเข้ามาในหัว "คุณหมายความว่าอย่างไร" ศิลาถาม เสียงของเขายังคงนิ่งสนิท แม้ว่าหน้าจอคอมพิวเตอร์เบื้องหลังจะเริ่มกระพริบถี่รัว และตัวเลขในไฟล์ Excel ทั้งหมดกำลังแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน รินรดาไม่ได้ตอบคำถามทันที เธอยื่นปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ บริเวณที่ตัวเลข "37.15" ปรากฏอยู่ ทันทีที่ปลายนิ้วของเธอสัมผัสกระจกหน้าจอ รอยร้าวสีดำก็แผ่ขยายออกไปเป็นรูปใยแมงมุม "ยินดีต้อนรับสู่รอบปฐมทัศน์ของงานตรวจสอบบัญชีที่แท้จริงนะครับ..." อาจารย์สาวกระซิบข้างใบหูของเขา ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดต้นคอทำให้ศิลาสัมผัสได้ถึงความจริงอันน่าสะพรึงกลัว "เพราะนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป คุณไม่ใช่แค่พนักงานบัญชีธรรมดาอีกต่อไปแล้ว... แต่คุณคือผู้ตรวจสอบงบดุลแห่งดินแดนหลังความตาย" ตึ้ง! หน้าจอคอมพิวเตอร์ดับวูบลงพร้อมกันกับหลอดไฟนีออนทุกดวงบนชั้นสิบแปดที่พากันกระพริบและดับสนิท ความมืดมิดสนิทกลืนกินทุกสิ่งรอบตัว เหลือเพียงแสงเรืองรองสีครามจากดวงตาของรินรดา และเสียงแจ้งเตือนระบบปริศนาดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาทของศิลา *[ระบบตรวจสอบบัญชีมรณะ (Death Accounting System) ถูกเปิดใช้งานแล้ว...]* *[ภารกิจระดับ SSS: ตรวจสอบงบดุลของวิญญาณ 1,000 ดวงที่ตกค้างในชั้น -13 เริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้]* —โปรดติดตามตอนต่อไป— ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พนักงานบัญชีสายดิ่งกับอาจารย์สาวผู้อ่านความตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%