เสียงล็อกอัติโนมัติของประตูห้องประชุมกระจกฝ้าขนาดใหญ่ดัง *“คลิก”* ชัดเจน ทว่าไม่ใช่เสียงจากการทำงานของระบบเซ็นเซอร์อาคารอัจฉริยะ แต่มันเป็นเสียงของสลักเหล็กหนาที่ถูกดีดขึ้นจากด้านนอกด้วยกลไกโบราณ ศิลาขยับแว่นสายตาเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวที่ปกติมักจะวางอยู่บนแป้นพิมพ์เพื่อคำนวณตัวเลขงบดุล ตอนนี้กำลังแตะสัมผัสลงบนพื้นผิวเย็นเฉียบของโต๊ะประชุมไม้มะค่าขัดเงา
เขาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกออกมาให้เห็น แม้ว่าอุณหภูมิภายในห้องประชุม 404 ซึ่งตั้งอยู่บนชั้นลบเจ็ดของบริษัทหลักทรัพย์แห่งนี้ จะลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาวจางๆ
"ระบบระบายอากาศถูกตัดขาด แรงดันลมในท่อส่งอากาศลบสิบหปาสคาล หมายความว่าเรากำลังอยู่ในพื้นที่ปิดตายที่ถูกซีลสูญญากาศ" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังอ่านรายงานประจำสัปดาห์ให้หัวหน้าแผนกฟัง แทนที่จะเป็นการวิเคราะห์สถานการณ์เอาชีวิตรอดในตึกผีสิง
ร่างของใครบางคนกำลังขยับตัวอยู่บริเวณหัวโต๊ะประชุมฝั่งตรงข้าม
ภายใต้แสงไฟนีออนที่กะพริบติดๆ ดับๆ เงาร่างนั้นสวมชุดสูทสีเทาเข้มทรงเชยสไตล์ยุคเก้าสิบ ป้ายชื่อพลาสติกสีน้ำเงินที่ติดอยู่บนอกเสื้อถูกความชื้นกัดกร่อนจนตัวอักษรเลือนราง แต่ศิลาผู้มีทักษะการสังเกตรายละเอียดระดับสูงสามารถกวาดสายตาอ่านมันได้อย่างแม่นยำ — *'ธน 1104 - ฝ่ายตรวจสอบบัญชีภายใน'*
"คุณศิลา... ผ่านมาสามปีแล้ว ทำไมคุณยังทำงบการชุดนี้ไม่เสร็จล่ะครับ"
เสียงแหบแห้งรากับกระดาษทรายถูกลากผ่านพื้นคอนกรีตดังลอดออกมาจากร่างนั้น ดวงตาสีขาวขุ่นไร้แววตาค่อยๆ เงยขึ้นจ้องมองศิลา ใบหน้าของอดีตพนักงานผู้หายสาบสูญซีกหนึ่งยุบตัวลงไปราวกับถูกแรงกดมหาศาลทับFแบน เนื้อเยื่อแห้งกรังแนบติดกับกระโหลกศีรษะ ส่งกลิ่นอ็นของกระดาษเก่าและสนิมเหล็กคละคลุ้ง
ศิลายังคงนั่งหลังตรง ใบหน้าสงบนิ่ง ดวงตาหลังกรอบแว่นกวาดสำรวจท่าทางของอีกฝ่ายอย่างเป็นระบบ
ในฐานะนักบัญชีสายดิ่ง ผู้เผชิญหน้ากับความผิดปกติของตัวเลขมานับไม่ถ้วน ศิลาเข้าใจดีว่าความกลัวคือ "ต้นทุนทางอารมณ์" ที่แพงที่สุดในการลงทุนเอาชีวิตรอด
"งบการเงินชุดนั้นมีความผิดปกติทางโครงสร้างอย่างรุนแรงครับ" ศิลาตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพ นุ่มนวล ทว่ามั่นคง เขายกมือขึ้นดันกรอบแว่นเล็กน้อย "การลงบันทึกบัญชีโดยใช้ทรัพยากรบุคคลเป็น 'สินทรัพย์หมุนเวียน' เพื่อแลกกับการต่ออายุสัญญาเช่าตึกกับนิติบุคคลเบื้องล่าง มันไม่ใช่ข้อผิดพลาดทางบัญชีธรรมดา แต่มันคือการทุจริตเชิงโครงสร้างที่พวกคุณทำร่วมกัน... คุณธนากร"
ร่างของธนากรชะงักกึก นิ้วมือที่ยาวผิดธรรมชาติเคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะ *ตึก... ตึก... ตึก...* ทุกครั้งที่นิ้วกระทบพื้นไม้ รอยร้าวสีดำก็ลามเลียไปทั่วพื้นผิวโต๊ะอย่างรวดเร็ว
"ฉลาดมาก... แต่คนที่รู้มากเกินไป มักจะไม่มีโอกาสได้ส่งงบให้ผู้ตรวจสอบภายนอกเซ็นรับรองหรอกนะครับ" ธนากรฉีกยิ้มกว้างจนมุมปากฉีกขาด เผยให้เห็นฟันสีดำสนิทที่เรียงตัวกันอย่างบิดเบี้ยว
ทันใดนั้น โครงสร้างกระจกฝ้าทั้งสี่ด้านของห้องประชุมก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เงาดำนับร้อยสายพยายามดันทะลักเข้ามาจากด้านนอก พวกมันคืออดีตพนักงานที่เคยสูญหายไปในตึกนี้ทีละคนสองคน แรงกดดันมหาศาลเริ่มบีบอัดห้องประชุมขนาดสิบที่นั่งให้แคบลงเรื่อยๆ ออกซิเจนในห้องลดฮวบจนสมองเริ่มส่งสัญญาณเตือน
ศิลาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจ เขารู้ดีว่าหากพึ่งพาแค่พละกำลังทางกาย เขาไม่มีทางชนะภูตผีระดับความอาฆาตสูงเช่นนี้ได้ สิ่งเดียวที่จะพลิกสถานการณ์ได้คือ "กฎเกณฑ์" ของสถานที่แห่งนี้
ในมิติของตึกสำนักงานผีสิง ทุกอย่างมีกฎระเบียบและสัญญาผูกมัดทางวิญญาณซ่อนอยู่เสมอ เหมือนกับที่อาจารย์รุนรดาเคยถ่ายทอดเคล็ดลับเอาไว้ก่อนที่เธอจะแยกตัวไปสำรวจโครงสร้างฝั่งบันไดหนีไฟ
*“จำไว้นะครับคุณศิลา... ผีในออฟฟิศก็เหมือนผู้ตรวจสอบบัญชีจอมเคี่ยว พวกมันทำอะไรต้องมีเอกสารอ้างอิง ถ้าเราหาช่องโหว่ในสัญญาไม่ได้ ก็จงสร้างสัญญาฉบับใหม่ขึ้นมาทับซะ”*
คำพูดของอาจารย์สาวลึกลับผุดขึ้นมาในความทรงจำ ศิลาไม่รอช้า เขาก้มลงเปิดกระเป๋าเอกสารหนังสีดำของตนเอง หยิบสมุดบันทึกปกแข็งเล่มหนาที่เต็มไปด้วยตัวเลขและสูตรคำนวณซับซ้อนออกมา พร้อมด้วยปากกาหมึกซึมด้ามเก่งที่บรรจุน้ำหมึกสีชาดผสมผงตะไบเงินบริสุทธิ์
"คุณธนากรครับ ในฐานะที่ท่านดำรงตำแหน่งพนักงานตรวจสอบบัญชีภายในอาวุโส ท่านคงทราบดีใช่ไหมครับว่า ตามประมวลกฎหมายวิญญาณมาตราที่ 404 การกักขังบุคคลภายนอกโดยไม่มีใบเบิกทางจากฝ่ายทรัพยากรบุคคล ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงในการทำงานล่วงเวลา"
ธนากรชะงัก ดวงตาสีขาวขุ่นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความงุนงง ร่างที่กำลังจะพุ่งเข้ามาหยุดชะงักลงครู่หนึ่งตามกลไกบังคับของระเบียบปฏิบัติที่ฝังรากลึกอยู่ในจิตใต้สำนึกเมื่อครั้งยังมีชีวิต
"แก... แกพูดเรื่องอะไรวะ!" ธนากรคำรามเสียงต่ำ แรงกดดันรอบตัวทวีความรุนแรงจนกระจกห้องเริ่มมีรอยร้าวแตกเป็นใยแมงมุม
"ผมกำลังยื่นข้อเสนอขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้กรรมครับ" ศิลาพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความหวาดกลัว ปากกาในมือจรดลงบนกระดาษอย่างรวดเร็วและแม่นยำ เส้นสายและตัวเลขทางบัญชีเวทมนตร์ถูกร่างขึ้นด้วยความเร็วสูงจนเกิดประกายแสงสีทองจางๆ สะท้อนกับกรอบแว่น
"บัญชีของบริษัทนี้มียอดคงค้างทางวิญญาณอยู่เจ็ดร้อยแปดสิบรายชื่อ ในเมื่อท่านเป็นผู้รับผิดชอบดูแลชั้นลบเจ็ด ท่านจึงมีสถานะเป็น 'ผู้ค้ำประกัน' หนี้สินทั้งหมดโดยปริยาย หากผมเซ็นอนุมัติล้างบัญชีให้พวกท่านในตอนนี้ หนี้กรรมทั้งหมดจะถูกโอนย้ายไปยังผู้บริหารสูงสุดที่อยู่ชั้นบนสุด... และพวกท่าน จะได้รับอิสรภาพทันที"
ศิลาเงยหน้าขึ้นสบตากับธนากร ดวงตาของนักบัญชีหนุ่มฉายแววเฉียบคมและทรงอำนาจอย่างน่าประหลาด พลังงานออร่าสีครามเข้มเริ่มแผ่ออกมาจากตัวเขา สะท้อนถึงการเติบโตทางทักษะที่ก้าวกระโดดผ่านการเผชิญหน้ากับความตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ธนากรจ้องมองกระดาษในมือของศิลา ร่างที่เคยบิดเบี้ยวเริ่มนิ่งสงบลง ไอสีดำที่พวยพุ่งเริ่มจางลงทีละน้อย กฎเกณฑ์และระบบระเบียบที่ศิลาหยิบยกมาอ้างอิงมีน้ำหนักมากพอที่จะโน้มน้าวความทรงจำอันเลือนรางของวิญญาณผู้ยึดติดในหน้าที่ได้
"สะ... สัญญาฉบับนี้... มีผลผูกพันจริงหรือ" เสียงของธนากรเริ่มเปลี่ยนเป็นปกติ
"ในฐานะนักบัญชีสายดิ่ง... ผมไม่เคยทำบัญชีตกแต่งตัวเลขครับ" ศิลาตอบรับพร้อมกับสะบัดปลายปากกาลงนามชื่อกำกับอย่างเป็นทางการ "เชิญลงนามเพื่อปิดงบได้เลยครับ"
ธนากรยื่นมือที่สั่นเทาออกมารับปากกา ทว่าในวินาทีที่ปลายปากกากำลังจะสัมผัสกับกระดาษแผ่นนั้นเอง...
*ตูมมมม!*
ผนังกระจกด้านทิศตะวันตกของห้องประชุม 404 ถูกกระแทกอย่างรุนแรงจากภายนอกด้วยแรงมหาศาล ร่างของใครบางคนพุ่งทะลุกระจกเข้ามากลิ้งหลุนๆ ไปกับพื้นห้อง ท่ามกลางเศษกระจกที่กระจายเกลื่อนราวกับหิมะโปรยปราย
ศิลาขยับตัวถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างระมัดระวัง ดวงตาภายใต้กรอบแว่นหรี่ลงเมื่อมองไปยังผู้มาเยือนใหม่ที่นอนหอบหายใจอยู่บนพื้น
นั่นคือรินรดา อาจารย์สาวลึกลับผู้ถือครองกุญแจแห่งการเชื่อมต่อโลก สภาพของเธอในตอนนี้ดูสะินสะเทือน เสื้อเชิร์ตสีขาวมีรอยขาดวิ่นจนเห็นรอยแผลเป็นรูปวงกลมประหลาดที่หัวไหล่ เส้นผมสีดำสนิทเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อและคราบของเหลวสีดำข้นคลัช
รินรดายันตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เธอกวาดสายตามองศิลาด้วยแววตาตื่นตระหนกที่หาได้ยากยิ่ง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของศิลาเย็นเฉียบลงในพริบตา
"คุณศิลา... อย่าเซ็นชื่อลงในบัญชีนั้นเด็ดขาด..." รินรดาหอบหายใจหนักหน่วง พลางชี้ไปยังร่างของธนากรที่ตอนนี้มุมปากฉีกยิ้มกว้างจนถึงใบหู ดวงตาทั้งสองข้างกลายเป็นสีดำสนิทไร้รอยต่อ
"นั่นไม่ใช่การล้างหนี้กรรม... แต่ทางออกนั้น... ถูกปิดตายตั้งแต่วินาทีที่เราก้าวเท้าเข้าสู่ตึกนี้แล้ว..."
*กริ๊งงงงงงง!*
เสียงโทรศัพท์ภายในห้องประชุมดังขึ้นแทรกกลางความเงียบงัน หน้าจอแสดงผลดิจิทัลบนผนังปรากฏตัวอักษรสีแดงฉานกระพริบเตือนรัวๆ
**[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบภารกิจระดับ SSS 'ผู้ตรวจสอบบัญชีแห่งความตาย' ได้เสร็จสิ้นขั้นตอนการเปิดใช้งานสมบูรณ์ บอสลับชั้นลบเจ็ดลืมตาตื่นแล้ว]**
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปกับเราเสมอนะครับ
พนักงานบัญชีสายดิ่งกับอาจารย์สาวผู้อ่านความตาย•ตอนที่ 7
ห้องประชุมปิดตาย
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พนักงานบัญชีสายดิ่งกับอาจารย์สาวผู้อ่านความตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!