พนักงานบัญชีสายดิ่งกับอาจารย์สาวผู้อ่านความตาย•ตอนที่ 3

การปรากฏตัวของอาจารย์ผู้รู้ทัน

ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
กลิ่นอายของกระดาษชำระเปียกชื้นและสนิมเหล็กคละคลุ้งจนแสบจมูก เสียงกระดิ่งโลหะจากลิฟต์โดยสารสำนักงานที่ควรจะดังขึ้นในยามเช้า กลับเป็นเสียงบดอัดของเฟืองจักรกลขนาดมหึมาที่เคลื่อนไหวอยู่หลังผนังปูนเปลือย ศิลากลั้นหายใจ หัวใจของนักบัญชีหนุ่มเต้นรัวระรัวราวกับจังหวะรัวกลองชุด ตัวเลขงบดุลย้อนหลังห้าปีที่เขาตรวจสอบมาตลอดทั้งคืนกำลังประมวลผลอยู่ในสมองอย่างรวดเร็ว—นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดทางบัญชี และนี่ไม่ใช่ภาพหลอนจากการอดนอน เงาสีดำสนิทที่แผ่ขยายออกมาจากรอยร้าวของเสาคอนกรีตเสริมเหล็กกำลังบิดตัวเป็นรูปร่างของมนุษย์ไร้ใบหน้า มันไม่ใช่ผีสางตามความเชื่อพื้นบ้าน แต่มันคือ "ความผิดปกติเชิงโครงสร้าง" (Structural Anomalies) ที่เกิดจากการสะสมของภาระหนี้สินทางวิญญาณในตึกแห่งนี้ ตามทฤษฎีสถาปัตยกรรมมิติที่เขาเพิ่งเรียนรู้มาสดๆ ร้อนๆ เงาพวกนี้จะล่าเหยื่อที่ครอบครอง "รหัสผ่าน" ผิดพลาด และศิลากำลังถือสมุดบัญชีเล่มนั้นอยู่ "ตาคุณแล้วครับ... นักบัญชีของฉัน" เสียงกระซิบแหบพร่าลอยมาจากความว่างเปล่า พร้อมกับอุณหภูมิรอบตัวที่ดิ่งฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว เงาดำนั้นพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าฟิสิกส์ปกติ มันคือการโจมตีที่เล็งตรงไปยังจุดเชื่อมต่อความทรงจำในวัยเด็กของเขา—ปมปริศนาที่ศิลาพยายามซ่อนไว้ใต้กองเอกสารมาตลอดชีวิต ศิลาไม่ถอยหลัง เขาก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้าตามหลักการคำนวณพื้นที่รับน้ำหนัก มือขวาคว้าปากกาหมึกซึมราคาแพงขึ้นมาเตรียมจรดลงบนอากาศ ทว่า... ก่อนที่ปลายปากกาจะได้สัมผัสกับมิติที่บิดเบี้ยว แรงกระแทกมหาศาลก็ถูกหยุดลงด้วยสิ่งกีดขวางที่ไม่มีใครคาดคิด *เคร้ง!* ประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบขึ้นกลางโถงทางเดิน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกมะลิและหมึกพิมพ์ราคาแพงลอยตัดกลิ่นสนิมเหล็กทันที รินรดาก้าวเท้าออกมาจากเสาอีกต้นอย่างเงียบเชียบ เธอยังคงสวมชุดสูทสีเทาเข้ารูปและแว่นตากลมโตสะท้อนแสงไฟนีออน มือขวาของเธอถือ "ด้ามเขียนแบบสถาปัตย์" โบราณที่ส刻ลวดลายเรขาคณิตซับซ้อน ปลายด้ามนั้นจรดอยู่กับกรงเล็บของเงาสีดำสนิทอย่างมั่นคง ราวกับกำลังค้ำยันคานรับน้ำหนักของตึกระฟ้า "อาจารย์..." ศิลาอุทานเบาๆ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ "คุณคำนวณมุมหลบพลาดไปสามองศาครับ ศิลา" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความหยอกเย้าไว้ในที เธอยังคงมองตรงไปที่เงาดำเบื้องหน้าโดยไม่หันมามองลูกศิษย์จำยอมแม้แต่น้อย "ในทางสถาปัตยกรรม เสาต้นนี้รับแรงกดทอดมาจากชั้นแปด หากคุณเลือกที่จะบล็อกการโจมตีด้วยวิธีทางบัญชีแบบโต้งๆ แรงสะท้อนจะทำให้กระดูกซี่โครงของคุณหักสามท่อนพอดี... จำไม่ได้หรือครับ ว่าฉันสอนว่าอย่างไรในบทที่แล้ว?" เงาดำกรีดร้องด้วยเสียงคลื่นความถี่ต่ำจนกระจกหน้าต่างสั่นระรือน มันพยายามขยายร่างให้ใหญ่ขึ้นเพื่อกลืนกินทั้งสองคนเข้าไปในความมืด แต่มือซ้ายของรินรดากลับหยิบตลับเมตรเหล็กสีเงินออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุม เธอกดปุ่มปล่อยสายวัดออกไปอย่างรวดเร็ว สายวัดเหล็กนั้นไม่ได้ดีดตัวกลับ แต่มันกลับพุ่งยาวออกไปเรื่อยๆ จนวาดเป็นเส้นตารางเรขาคณิตเรืองแสงกลางอากาศ ล้อมรอบเงาดำเอาไว้ในกรอบพิกัด XYZ ที่แม่นยำระดับมิลลิเมตร "กฎข้อที่สี่ของการจัดการสิ่งก่อสร้างนอกรีต..." รินรดาเอ่ยเสียงใส พร้อมกับหมุนตลับเมตรในมือเป็นวงกลม "พื้นที่ที่ไม่มีการขึ้นทะเบียนโฉนด ย่อมไม่มีสิทธิ์ในการครอบครองอาณาเขต!" *ฉับ!* เส้นตารางเรขาคณิตรัดตัวเงาดำจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับเหล็กเส้นถูกดัดด้วยเครื่องจักรไฮดรอลิก เงาดำตัวนั้นบิดเบี้ยว ทรุดฮวบ และสลายกลายเป็นละอองสีเทาที่ร่วงหล่นลงสู่พื้นราวกับฝุ่นผงในสำนักงานร้าง ทุกอย่างกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของระบบปรับอากาศที่กลับมาทำงานตามปกติ ศิลาผ่อนลมหายใจยาวเหยียด เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม เขาสะบัดมือเล็กน้อยเพื่อคลายความเกร็ง ก่อนจะมองอาจารย์สาวที่กำลังม้วนสายวัดเก็บเข้าที่ด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับเพิ่งตรวจงานออกแบบบ้านพักตากอากาศธรรมดาหลังหนึ่ง "ขอบคุณครับอาจารย์... ถ้าไม่ได้คุณ ผมคง..." ศิลาเว้นวรรค ปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นทางการตามนิสัยของนักบัญชี "ผมเป็นหนี้บุญคุณคุณอีกแล้ว" "ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ" รินรดาปัดมือเบาๆ เธอถอดแว่นสายตาออกแล้วใช้ชายเสื้อสูทเช็ดเบาๆ ก่อนจะสวมกลับเข้าไป ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นจ้องมองศิลานิ่งนาน ราวกับกำลังอ่านตัวเลขกำไรขาดทุนในงบดุลของเขา "อีกอย่าง ฉันแค่มารับดอกเบี้ยจากเงินกู้เมื่อวานนี้เท่านั้นเอง" "ดอกเบี้ย?" ศิลาเลิกคิ้วสูง "ใช่ครับ" รินรดาก้าวเข้าไปใกล้ จนศิลาได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่ผสมผสานกับกลิ่นอายของกระดาษเก่า "ความทรงจำในวัยเด็กที่คุณพยายามซ่อนไว้ในบัญชีลับ... มันเริ่มส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการเงินของตึกนี้แล้วนะ ศิลา คุณคิดจริงๆ หรือว่าการปิดงบซ่อนเร้นแบบนั้น จะไม่มีผู้ตรวจสอบบัญชีคนอื่นมองเห็น?" คำพูดนั้นทำให้ศิลาชะงักกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะปูคอนกรีต ความลับที่เขาเก็บงำมาตลอดชีวิต... ถูกเธอมองทะลุปรุโปร่งตั้งแต่แรกแล้วอย่างนั้นหรือ? ก่อนที่ศิลาจะได้เอ่ยปากถามอะไรออกไป หน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กของเขาก็สั่นเตือนขึ้นมาพร้อมกัน เสียงแจ้งเตือนไม่ได้มาจากแอปพลิเคชันสนทานาทั่วไป แต่เป็นเสียงสังเคราะห์โทนต่ำที่คุ้นเคยจากระบบปฏิบัติการปริศนาที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องของเขาเอง [ติ๊ง! ตรวจพบการเข้าถึงไฟล์ข้อมูลระดับ SSS: "บันทึกห้องใต้ดินชั้นลบเจ็ด"] [เงื่อนไขการปลดล็อก: บรรลุข้อตกลงร่วมกับ 'ผู้ตรวจสอบบัญชีสูงสุด' (รินรดา)] [คำเตือน: เจ้าของตึกตัวจริงกำลังเสร็จสิ้นกระบวนการบูชาและกำลังเดินมาถึงลิฟต์ในอีก 3... 2...] หน้าจอโทรศัพท์ดับวูบลงทันที พร้อมกับเสียงกระดิ่งลิฟต์ที่ดังขึ้น *“กริ๊ง”*—แต่ครั้งนี้ มันมาจากโถงลิฟต์ด้านหลังพวกเขาโดยตรง ประตูเหล็กสีเทาของลิฟต์ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นความมืดมิดที่ลึกยิ่งกว่าเดิม และเงาร่างของใครบางคนกำลังก้าวเท้าออกมาจากความว่างเปล่านั้น พร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆ ที่ทำให้เลือดในกายของศิลาเย็นเฉียบ "ยินดีต้อนรับสู่รอบประเมินผลประจำไตรมาสครับ... พนักงานใหม่" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของผมมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พนักงานบัญชีสายดิ่งกับอาจารย์สาวผู้อ่านความตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%