กลิ่นอายจางๆ ของบรั่นดีราคาแพงลอยวนอยู่บนปลายนิ้วเรียวที่กำลังเคาะโต๊ะกระจกใสเป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความหายนะ รวินทร์ในชุดเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีดำสนิทที่ปลดกระดุมออกสามเม็ดเผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดและไฝเม็ดเล็กบริเวณไหปลาร้า กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้กลางเพนต์เฮาส์หรูหรา
ดวงตาคู่คมกวาดมองเอกสารลับบนโต๊ะสลับกับใบหน้าบึ้งตึงของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มที่ยืนกอดอกพิงผนังอยู่ไม่ไกล
“ห้าล้านบาท... แลกกับการเอาชีวิตรอดจากกระสุนของกวิน มันน้อยเกินไปหน่อยไหมคะ คุณอดีตทหารหน่วยรบพิเศษ”
เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยเย้าแหย่ รวินทร์จงใจลากเสียงยาวอย่างยียวน พร้อมกับช้อนตามองชายหนุ่มที่ยืนค้ำหัวเขาอยู่ด้วยแววตาระยิบระยับราวกับแมวขี้เล่นกำลังหยอกล้อกับเสือร้ายที่ใกล้หมดความอดทน
ศิลาขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นรูปชัดเจน เขาเกลียดรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่เคลือบยาพิษนั้นที่สุด รวินทร์ก็คือนายแบบตัวแสบที่สื่อทุกสำนักขนานนามให้ว่า 'ปีศาจยิ้ม' คนที่ใช้ความงามเป็นอาวุธและใช้ความปากเก่งหาเรื่องใส่ตัวจนต้องวิ่งมาซุกหัวหลบอยู่ในเซฟเฮาส์ลับแห่งนี้
“ถ้าไม่ใช่เพราะผู้บัญชาการขอร้องมาเป็นกรณีพิเศษ ฉันไม่มีทางเอาเวลาอันมีค่ามานั่งเฝ้าดาราตกอับที่กำลังจะถูกยิงหัวหรอกนะ” ศิลาสวนกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที “แล้วก็เลิกทำท่าทางน่ารำคาญแบบนั้นใส่ฉันเสียที รวินทร์... จำใส่สมองเอาไว้ว่าฉันไม่ใช่แฟนคลับโรคจิตที่จะมานั่งหลงเสน่ห์คำพูดไร้สาระของคุณ”
“อุ๊ย... ปากคอเราะร้ายจังนะคะ” รวินทร์หัวเราะในลำคออย่างไม่สะทกสะท้าน ร่างเพรียวขยับตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ จนระยะห่างระหว่างเขากับศิลาย่นย่อลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมกับกลิ่นกายเฉพาะตัวโชว์หึ่งเข้าจมูกของบอดี้การ์ดหนุ่มจนเผลอชะงักไปชั่วขณะ “ปากร้ายขนาดนี้... แน่ใจเหรอคะว่าจะดูแลฉันได้ตลอดรอดฝั่ง หรือว่า... แค่เห็นหน้าฉันใกล้ๆ แบบนี้ หัวใจคุณมันก็เริ่มเต้นผิดจังหวะแล้วล่ะคะ”
ศิลาไม่ถอยหลังหนี เขากลับก้าวประชิดเข้าไปอีกขั้นจนแผ่นหลังบางเกือบจะแนบติดกับผนังห้อง ร่างสูงใหญ่โน้มใบหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านพวงแก้มเนียน ความดุดันและกลิ่นอายความเป็นนักล่าแผ่ซ่านออกมาจากตัวของอดีตทหารหนุ่มจนรวินทร์เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
“จำไว้ให้ขึ้นใจนะรวินทร์...” ศิลากระซิบเสียงต่ำชิดริมใบหู น้ำเสียงจริงจังจนไร้ซึ่งแววหยอกล้อ “กฎข้อแรกของการอยู่ใต้ชายคาเดียวกับฉันคือ ‘ห้ามตาย’... เพราะถ้าคุณตายก่อนที่ฉันจะส่งงาน ฉันจะตามไปลากคอคุณขึ้นมาจากนรกเพื่อเอาเงินห้าล้านนั่นคืนแน่”
ดวงตากลมโตไหววับไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาสีดำสนิทที่ดุดันและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น คลื่นความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก รวินทร์เม้มริมฝีปากแน่น หัวใจที่ควรจะเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัวราวกองศึก นี่ไม่ใช่ความกลัว... แต่มันคือความตื่นเต้นเร้าใจที่เขาไม่เคยสัมผัสจากบอดี้การ์ดคนไหนมาก่อน
“โหดร้ายจังนะคะ...” รวินทร์พยายามเค้นเสียงพูดออกไปให้ราบเรียบที่สุด ทั้งที่แผ่นหลังแนบติดความเย็นเยือกของผนังแต่หัวใจกลับร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผา “แต่ก็นั่นแหละค่ะ... คนเถื่อนๆ แบบคุณนี่แหละ ที่ฉันคิดว่าน่าจะพอพึ่งพาได้ในยามคับขัน”
ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ เขากำลังจะผละตัวถอยออกไปเพื่อรักษาช่องว่างที่ปลอดภัย ทว่าสายตาคมกริบกลับเหลือบไปเห็นความผิดปกติบางอย่างนอกกระจกหน้าต่างบานใหญ่ที่สะท้อนแสงไฟจากตึกฝั่งตรงข้าม
แสงสะท้อนระยิบระยับของลำกล้องปืนไรเฟิลติดลำกล้องกำลังเล็งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่!
“หมอบลง!”
ศิลาคำรามลั่นพร้อมกับพุ่งเข้าชนร่างบางของรวินทร์เต็มแรง ทั้งคู่ล้มกลิ้งไปกับพื้นพรมหนานุ่มพร้อมกับเสียงกระจกใสแตกกระจายเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เศษแก้วคมกริบปลิวว่อนบาดเข้าที่แขนแกร่งของศิลาจนเลือดสีแดงสดซึมออกมาเปื้อนเสื้อสูทสีเข้ม
ทว่าก่อนที่ศิลาจะได้ดึงตัวรวินทร์หลบไปยังมุมอับสายตา เสียงฝีเท้าหนักอึ้งนับสิบคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องพัก พร้อมกับเสียงเคาะรัวกระชั้นชิดและการงัดแงะกลอนประตูดังแกรกกราก...
---
แบล็กเวลเวตขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาร่วมลุ้นและใจฟูไปกับความปากแซ่บของพี่ศิลากับน้องรวินทร์นะคะ!
เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด•ตอนที่ 1
กฎข้อแรก: ห้ามตาย
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อันตรายกับนายบอดี้การ์ดปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!