"ถ้าไม่อยากตายคาเรือนนี้ ก็ไสหัวลุกขึ้นมาซักผ้าส้นตีนพวกนี้เดี๋ยวนี้! นังตัวดี คิดว่าแต่งเข้าบ้านตระกูลหานแล้วจะเป็นคุณนายผู้สูงศักดิ์หรือไง หน้าตาตบแต่งก็ระเรื่อ สำส่อนไม่เข้าเรื่อง วันๆ เอาแต่นอนอืดเป็นปลาดุกเกยตื้น กินบ้านกินเมืองจนข้าวสารก้นถังจะหมดอยู่แล้ว!"
เสียงแหลมสูงบาดแก้วหูของแม่เฒ่าหานดังทะลุผนังดินเหนียวที่ผุพังเข้ามา พร้อมกับเสียงโยนกะละมังไม้กระแทกพื้นเสียงดังสนั่นสะเทือนกบาล ลู่ชิงหยานขมวดคิ้วแน่น ความปวดร้าวแล่นแปลบปลาายไปทั่วขมับราวกับมีเข็มนับพันเล่มกำลังทิ่มแทง สมองของเธออื้ออึงราวกับถูกฟ้าผ่า
กลิ่นอับชื้นของฟางเก่าๆ กลิ่นเหงื่อไคล และกลิ่นดินโคลนลอยคละคลุ้งจนน่าคลื่นไส้ นี่ไม่ใช่กลิ่นอายความหรูหราของเพนต์เฮาส์ลอยฟ้าใจกลางมหานคร หรือความเย็นฉ่ำจากระบบปรับอากาศอัจฉริยะในซูเปอร์มาเก็ตไฮเอนด์ส่วนตัวที่เธอบริหารจัดการด้วยมูลค่าสินทรัพย์นับพันล้านเลยแม้แต่น้อย
ชิงหยานกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัส ภาพเพดานไม้เก่าๆ ที่มีคราบเขม่าควันดำและหยากไย่เกาะหนาเตอะปรากฏขึ้นในคลองจักษุ แรงกระแทกจากการลืมตาตื่นนำพาความทรงจำแปลกปลอมทะลักเข้าสู่สมองราวกับเขื่อนแตก
เธอไม่ใช่ผู้บริหารสาวมือฉกาจแห่งศตวรรษที่ 21 อีกต่อไปแล้ว... แต่เธอคือ 'ลู่ชิงหยาน' หญิงสาวผู้มีชื่อแซ่เดียวกันในยุค 1975 ยุคสมัยที่ข้าวปลาอาหารหายาก ผู้คนต้องปากกัดตีนถีบเพื่อความอยู่รอด และที่สำคัญที่สุด ร่างนี้คือ 'สะใภ้ตัวร้าย' ที่ถูกตราหน้าว่าเป็นภรรยาผู้ชั่วร้าย น่ารังเกียจ และคอยแต่จะสูบเลือดสูบเนื้อตระกูลสามีทหารหนุ่มผู้ซื่อสัตย์อย่างหานจั้นถิง!
"ยังจะทำหน้าตาตื่นตระหนกอะไรอยู่อีก! นังตัวดี! คิดว่าแกล้งทำเป็นใบ้แล้วฉันจะสงสารหรือไง สามีแกส่งเงินเดือนมาให้ก้อนนั้น แกแอบเอาไปซุกซ่อนไว้ที่ไหน คายออกมาเดี๋ยวนี้! ไม่อย่างนั้นฉันจะให้จั้นถิงกลับมาหย่ากับแกแล้วไล่ตะเพิดแกออกไปจากหมู่บ้านนี้ ให้ไปเป็นขอทานข้างถนนซะ!"
แม่เฒ่าหานยังคงยืนเท้าสะเอว แผดเสียงด่าทออยู่หน้าประตูห้องนอนที่ปิดสนิท ใบหน้าเหี่ยวย่นยับยู่ยี่ด้วยความเกลียดชัง ดวงตาคมกริบราวกับนกแร้งจ้องมองมาที่บานประตูราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
ชิงหยานค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่ง ความเจ็บแปลบที่ข้อศอกและหัวเข่าทำให้เธอต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอไม่ใช่หญิงสาวอ่อนแอที่ยอมให้ใครมาตบหน้าหรือโขกสับได้ง่ายๆ ในอดีตเธอคือนักบริหารหญิงผู้พลิกฟื้นธุรกิจจากติดลบสู่ยอดขายอันดับหนึ่ง การเจรจาต่อรองและการเอาชนะคู่แข่งคือเกมที่เธอถนัดที่สุด ยุค 1975 ที่เต็มไปด้วยความยากลำบากนี้งั้นหรือ? สำหรับเธอแล้ว มันคือกระดานหมากรุกกระดานใหม่ที่ท้าทายต่างหาก!
ทว่า ก่อนที่เธอจะได้ลุกขึ้นไปเปิดประตูสั่งสอนแม่สามีจอมเค็มให้รู้สำนึก เสียงกระซิบเย็นเยียบอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นในห้วงความคิดของเธอ
[ติ๊ง! ระบบมิติลับซูเปอร์มาเก็ตไฮเอนด์ 'Ewarynn Elite Mart' ทำการเชื่อมต่อกับร่างต้นสำเร็จ 100%...]
[ตรวจพบสถานะเจ้าของร่าง: กำลังอยู่ในภาวะวิกฤตทางโภชนาการและถูกรังแก ระบบทำการปลดล็อกคลังสินค้าชั้นใต้ดิน: โซนอาหารแห้งพรีเมียม, เครื่องปรุงรสจักรพรรดิ, และเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะพลังงานแสงอาทิตย์เรียบร้อยแล้วค่ะ]
หัวใจของชิงหยานเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น มิติลับของเธอยังอยู่! ซูเปอร์มาเก็ตไฮเอนด์ที่เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างขึ้นก่อนจะทะลุมิติมาอยู่ที่นี่ ไม่ได้ถูกทิ้งร้าง แต่มันตามเธอมาด้วย!
แค่เพียงเธอนึกถึงหน้าจอโฮโลแกรมใสแจ๋วในจิตสำนึก ชั้นวางสินค้าที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อวัวนำเข้าเกรดพรีเมียม ข้าวหอมมะลิชั้นดี น้ำมันพืชบริสุทธิ์ ช็อกโกแลตนำเข้าจากยุโรป และสินค้าอุปโภคบริโภคมูลค่ามหาศาลก็ปรากฏขึ้นราวกับภาพลวงตา นี่มันคือขุมสมบัติเคลื่อนที่ชัดๆ ในยุคที่ข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ เธียเตอร์แห่งความมั่งคั่งนี้กำลังจะสร้างความสั่นสะเทือนให้กับคนทั้งหมู่บ้านอย่างแน่นอน!
"นังชิงหยาน! แกหูหนวกหรือเป็นใบ้ไปแล้วรึไง! ออกมาเดี๋ยวนี้!" เสียงทุบประตูดังปังๆ ตามมาติดๆ พร้อมกับแรงกระแทกจนบานประตูไม้เก่าๆ สั่นไหว
ชิงหยานแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ แววตาคู่สวยฉายแววเฉียบคมและเยือกเย็น เธอจัดเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ให้เข้าที่ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความมั่นใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปบิดกลอนประตูแล้วกระชากเปิดออกอย่างแรง
เอี๊ยด... เสียงบานประตูไม้ฝืดเคืองดังขึ้น
แม่เฒ่าหานที่กำลังจะงื้อมือขึ้นทุบประตูอีกครั้งถึงกับชะงักค้างกลางอากาศ เมื่อเงยหน้าขึ้นสบเข้ากับดวงตาคู่คมของสะใภ้สาว นางถึงกับผงถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ดวงตาของลู่ชิงหยานในยามนี้ไม่ได้มีความหวาดกลัวหรือความอ่อนแอหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย กลับเต็มไปด้วยรัศมีกดดันอันทรงพลังราวกับราชสีห์ที่กำลังจ้องมองเหยื่อ
"คุณแม่คะ..." ชิงหยานเอ่ยปากขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานและทรงอำนาจจนแม่เฒ่าหานถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ถ้าท่านยังมีแรงมาแหกปากโวยวายแต่เช้าตรู่โดยไม่มีเหตุผลแบบนี้ สู้เอาเวลาไปคิดดีกว่าไหมคะว่า... มื้อเที่ยงวันนี้ ครอบครัวเราจะเอาอะไรใส่ท้อง นอกจากแกลบและมันเทศต้มแห้งๆ ที่แข็งจนฟันแทบหัก"
แม่เฒ่าหานหน้าตื่น ปากอ้าพะงาบๆ จะด่ากลับแต่ถูกความนิ่งและรังสีความน่าเกรงขามของลูกสะใภ้ตรึงไว้จนพูดไม่ออก
ชิงหยานกวาดสายตามองไปรอบๆ บ้านพักที่ทรุดโทรม ก่อนจะยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มพิมใจที่ซ่อนความร้ายกาจไว้อย่างมิดชิด ในเมื่อสวรรค์ส่งเธอมาเกิดใหม่เป็น 'สะใภ้ตัวร้าย' เธอก็จะขอเป็นนางร้ายที่ร่ำรวยที่สุด ทรงอิทธิพลที่สุด และตบหน้าพวกที่เคยดูถูกเธอให้กระอักเลือดด้วยกองเงินกองทองไปเลย!
ทว่า ในขณะที่ชิงหยานกำลังคำนวณแผนการหาเงินก้อนแรกในตลาดมืดผ่านระบบมิติลับนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าลานบ้าน พร้อมกับเสียงเคาะประตูรั้วไม้ไผ่ที่ทำให้แม่เฒ่าหานหน้าถอดสีทันที
"แม่ครับ... ผมกลับมาแล้ว"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังที่เปี่ยมไปด้วยความเหนื่อยล้าดังขึ้น บุคคลผู้เป็นสามีตามกฎหมาย... นายทหารหนุ่มผู้เย็นชาและไม่เคยชายตาแลภรรยาอย่าง 'หานจั้นถิง' ก้าวเข้ามาในเขตบ้าน พร้อมกับห่อผ้าเก่าๆ และร่องรอยบาดแผลจากการฝึกฝนอย่างหนักที่มุมปาก!
ชิงหยานหันขวับไปมองผู้มาใหม่ทันที หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวของสามีหนุ่มผู้ทรงเสน่ห์คนนั้น...
[Cliffhanger Hook]:
ดวงตาสคมกริบของหานจั้นถิงกวาดมองภรรยาที่เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะทรุดฮวบล้มลงต่อหน้าต่อตาชิงหยาน พร้อมกับเลือดสีเข้มที่ไหลทะลักออกจากบาดแผลบริเวณหน้าอกอย่างน่าตกใจ!
---
*โปรดติดตามตอนต่อไป*
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่โลกแห่งความมั่งคั่งและสะใจไปพร้อมกันนะคะ!
— เอวาลินน์ปลายพู่กัน
ขอถอนตัวจากตำแหน่งนางร้าย แล้วไปเป็นเจ้าแม่ค้าขายในยุค 75 ดีกว่า•ตอนที่ 1
สะใภ้ตัวร้ายตื่นขึ้นในกระท่อมผุพัง
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอถอนตัวจากตำแหน่งนางร้าย แล้วไปเป็นเจ้าแม่ค้าขายในยุค 75 ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
