เสียงกระแทกถ้วยกระเบื้องเคลือบสีหม่นลงบนโต๊ะไม้เนื้อหยาบดังสนั่นจนน้ำแกงผักกาดป่ากระเซ็นเลอะขอบชาม ทว่าลู่ชิงหยานกลับไม่แม้แต่จะกะพริบตา เธอนั่งหลังตรงสง่างามราวกับประธานบริหารบริษัทข้ามชาติกำลังนั่งฟังรายงานการประชุมจากพนักงานไร้ประสิทธิภาพ แววตาคู่คมกวาดมองแม่เฒ่าหานผู้กำลังยืนเท้าสะเอวหน้าดำคร่ำเครียดด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากอย่างไม่ปิดบัง
"สะใภ้รอง! เจ้าชักจะเหิมเกริมใหญ่แล้วนะ! แค่ให้ซักผ้ากองโตแค่นี้ทำเป็นบ่น ถึงกับกล้าซ่อนข้าวสารไว้กินคนเดียวรึ?!" เสียงแหลมสูงของแม่เฒ่าหานกรีดแทรกบรรยากาศอึมครึมในห้องโถงแคบๆ ของบ้านตระกูลหาน สะใภ้ใหญ่และสะใภ้สามที่นั่งล้อมวงอยู่ต่างพากันส่งเสียงสนับสนุนและทำสายตาสมเพชเวทนาแกแกมสมน้ำหน้า
ชิงหยานค่อยๆ วางตะเกียบในมือลงอย่างใจเย็น ท่าทีสุขุมนุ่มลึกของเธอกลับสร้างความอึดอัดให้คนตระกูลหานโดยไม่รู้ตัว หญิงสาวปรายตามองสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยฝุ่นผงและกลิ่นอับชื้น นี่หรือคือชีวิตที่เจ้าของร่างเดิมต้องทนก้มหัวให้มาตลอดสามปี? ทำงานหนักราวกับวัวควาย ปรนนิบัติคนทั้งบ้านจนหลังยكوแต่กลับได้กินเพียงน้ำต้มผักใสแจ๋วที่มีมันหมูแค่วิญญาณ
"ซ่อนข้าวสาร?" ชิงหยานทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบจนคนฟังต้องขนลุกซู่ "แม่ค่ะ ตลอดสามปีที่ผ่านมา ข้าแต่งเข้าบ้านตระกูลหานมาพร้อมกับสินเดิมและเงินหยวนเก็บกอมของพ่อแม่ ข้าไม่เคยเรียกร้องอะไรเลยสักครั้ง แต่สิ่งที่ตระกูลหานปฏิบัติต่อข้า คือการใช้งานข้าเหมือนทาสในเรือนเบี้ย ส่วนพวกท่านนั่งกินนอนกิน รอคอยส่วนแบ่งจากเงินเดือนของจั้นถิงที่ส่งกลับมาทุกเดือน... ช่างเป็นครอบครัวที่ 'อบอุ่น' เสียจริงนะคะ"
"นัง... นังเด็กปากดี!" แม่เฒ่าหานหน้าดำคล้ำด้วยความโกรธจัดจนตัวสั่นเทา นางพยายามจะยกไม้เรียวขึ้นมาฟาด ทว่ายังไม่ทันได้ขยับตัว ชิงหยานก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากออร่าของอดีตนักบริหารมือทองแผ่ซ่านออกมาจนแม่เฒ่าหานชะงักงันโดยอัตโนมัติ
"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป..." ชิงหยานกล่าวชัดถ้อยชัดคำ กวาดสายตามองหน้าทุกคนในครอบครัวอย่างเด็ดเดี่ยว "พวกเรา 'แยกบ้าน' ค่ะ"
คำประกาศนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางห้องโถง ทุกคนนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่สะใภ้ใหญ่จะหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น "แยกบ้าน? ฮ่าๆๆ ฝันไปเถอะ! ไร้เงิน ไร้ที่ดินทำกิน แล้วพวกเจ้าสองคนผัวเมียจะเอาอะไรกิน หิวตายข้างถนนหรือไง!"
"เรื่องนั้นไม่ต้องรบกวนให้พี่สะใภ้ต้องมาเป็นห่วงหรอกค่ะ" ชิงหยานยกยิ้มมุมปากอย่างเหนือชั้น "ขอแค่พวกท่านเซ็นชื่อในหนังสือแยกบ้าน และแบ่งข้าวสารกับแปลงผักส่วนของพวกเรามาตามสิทธิ์โดยชอบธรรม... หลังจากนี้ ชีวิตใครชีวิตมัน ต่างคนต่างอยู่ ไม่ต้องมาเกี่ยวข้องกันอีก!"
ความเด็ดเดี่ยวและไร้เยื่อใยของชิงหยานทำให้แม้แต่หานจั้นถิงที่เพิ่งก้าวเข้ามาหยุดยืนที่หน้าประตูบ้านถึงกับนظรค้างไปเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบของนายทหารหนุ่มฉายแววระคนประหลาดใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความลุ่มหลงและภาคภูมิใจอย่างสุดซึ้ง ภรรยาตัวน้อยของเขาในวันนี้ ช่างเปล่งประกายและน่าเกรงขามเสียจนหัวใจของเขาเต้นรัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างภรรยา ฝ่ามือหนาวางลงบนไหล่บางเบาๆ เป็นเชิงสนับสนุนอย่างไร้เงื่อนไข น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นท่าย์มกลางความเงียบงัน
"ข้าเห็นด้วยกับภรรยา" หานจั้นถิงกวาดสายตามองมารดาและพี่น้องด้วยแววตาคมปลาบ "หากยังไม่อยากให้เรื่องนี้ถึงมือกรรมการหมู่บ้านและกองกำลังทหารเพื่อตรวจสอบทรัพย์สินที่พวกท่านฮุบเอาไว้... ก็จงเซ็นชื่อเสียแต่โดยดี"
เมื่อเจอทั้งความเด็ดเดี่ยวของสะใภ้รองและอำนาจมืดจากบุตรชายคนรองที่เป็นถึงนายทหาร แม่เฒ่าหานจำต้องกัดฟันเซ็นชื่อลงในกระดาษด้วยมือสั่นเทาด้วยความแค้นเคือง ทว่าในใจลึกๆ กลับแอบหัวเราะเยาะว่าสองผัวเมียคู่นี้คงอดตายภายในสัปดาห์หน้าอย่างแน่นอน
ครั้นจัดการเรื่องแยกบ้านและย้ายข้าวของเครื่องใช้เล็กๆ น้อยๆ มายังกระท่อมร้างท้ายหมู่บ้านที่ผุพังได้สำเร็จ บรรยากาศรอบตัวก็เงียบสงบลง หานจั้นถิงมองสภาพกระท่อมที่ทั้งเก่าและลมโกรกด้วยความกังวลใจ "ชิงหยาน... ที่นี่ลำบากเกินไป เดี๋ยวพี่ซ่อมแซมผนังให้..."
"ไม่ต้องห่วงค่ะจั้นถิง พี่ไปผ่าฟืนพักผ่อนเถอะค่ะ เรื่องท้องอิ่มปล่อยให้เป็นหน้าที่ของภรรยาคนนี้เอง" ชิงหยานส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้สามี ก่อนจะไล่เขาให้ออกไปจัดการภารกิจนอกบ้าน
เมื่อปลอดคน ชิงหยานก็ปิดประตูหน้าต่างลงกลอนอย่างแน่นหนา ก่อนที่ร่างบางจะหายวับเข้าไปใน "มิติลับซูเปอร์มาเก็ตไฮเอนด์" ที่ซ่อนอยู่ภายในจิตสำนึก ทิวทัศน์รอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นชั้นวางสินค้าปลอดเชื้อที่เรียงรายไปด้วยวัตถุดิบพรีเมียมจากโลกอนาคต แสงไฟนีออนสว่างไสวสะท้อนกับตู้แช่เย็นสเตนเลสสตีล
"อืม... วันนี้อากาศค่อนข้างเย็น ชวนให้คิดถึงเมนูที่อบอุ่นกระเพาะสินะคะ"
มือเรียวหยิบ "เห็ดหอมป่าภูเขาหิมะเกรดพรีเมียม" ที่อุดมด้วยวิตามินและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์จากชั้นวาง ตามด้วย "ข้าวหอมมะลิอินทรีย์คัดพิเศษ" และ "เนื้อไก่บ้านตุ๋นยาจีนสำเร็จรูป" จากโซนอาหารพร้อมทานเกรดส่งออก ชิงหยานลงมือจัดการหุงข้าวด้วยหม้อหุงข้าวไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในมิติ กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดข้าวที่ค่อยๆ สุกงอมเริ่มฟุ้งกระจายผสมผสานกับกลิ่นหอมดินและเห็ดหอมที่ถูกเคี่ยวจนนิ่มในน้ำซุปกระดูกไก่เคี่ยวตุ๋นยาจีนนานแปดชั่วโมง
เธอตักข้าวต้มเห็ดหอมร้อนๆ ใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตา โรยหน้าด้วยต้นหอมซอยละเอียดยิบและพริกไทยดำป่นใหม่ๆ ควันสีขาวนวลพวยพุ่งขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมเย้ายวนใจที่ทะลักทะลายผ่านประตูมิติออกสู่โลกภายนอกอย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกัน ที่บ้านหลักตระกูลหาน ซึ่งกำลังล้อมวงกินน้ำผักต้มเค็มๆ นั้น จู่ๆ แม่เฒ่าหานและคนอื่นๆ ก็ต้องหยุดชะงักเงี่ยหูฟัง กลิ่นหอมละมุนล้ำลึกของข้าวใหม่และเห็ดหอมตุ๋นโชยมาตามสายลมยามเย็น กลิ่นนั้นช่างหอมหววน ชวนให้ต่อมน้ำลายทำงานอย่างรุนแรงจนท้องไส้ส่งเสียงร้องโครกคราก
"กลิ่นอะไรน่ะ... หอมอะไรขนาดนี้!" สะใภ้ใหญ่กลืนน้ำลายเอื้อมมือคว้าชามน้ำผักต้มของตนด้วยความรู้สึกหงุดหงิด
แม่เฒ่าหานสูดจมูกฟุดฟิด ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างเมื่อตระหนักได้ว่าทิศทางของกลิ่นนั้นลอยมาจาก "กระท่อมร้างท้ายหมู่บ้าน" ของสะใภ้รองที่เพิ่งถูกไล่ออกไป!
ทว่า ในขณะที่คนตระกูลหานกำลังกลืนน้ำลายคอแห้งผากด้วยความอิจฉาริษยา ชิงหยานกลับกำลังตักข้าวต้มคำโตเข้าปากด้วยความอิ่มเอมใจ ความอร่อยล้ำเลิศระเบิดขึ้นบนปลายลิ้น ท่ามกลางความเงียบสงบของค่ำคืนแรกในชีวิตใหม่
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นรัวเร็วในความมืด ชิงหยานเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ยามวิกาลเช่นนี้ ใครกัน2022ที่บุกมาถึงกระท่อมร้างท้ายหมู่บ้านแห่งนี้?
— เอวาลินน์ปลายพู่กัน —
(ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปสร้างอาณาจักรความมั่งคั่งด้วยกันนะคะ!)
ขอถอนตัวจากตำแหน่งนางร้าย แล้วไปเป็นเจ้าแม่ค้าขายในยุค 75 ดีกว่า•ตอนที่ 2
ประกาศแยกบ้านและกลิ่นหอมของข้าวต้มเห็ดหอม
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอถอนตัวจากตำแหน่งนางร้าย แล้วไปเป็นเจ้าแม่ค้าขายในยุค 75 ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
