กลิ่นดินปืนและคราบน้ำมันเครื่องจางๆ ลอยอวลปะปนมากับสายลมร้อนระอุของยามบ่าย ทว่าสิ่งที่บาดลึกเข้าสู่โสตประสาทของ รินรดา พิพัฒน์ธนากุล ในเวลานี้ หาใช่กลิ่นอายของอุตสาหกรรมเถื่อนไม่ หากแต่เป็นเสียงหัวใจของตนเองที่กำลังเต้นระรัวราวกับกลองศึก
รองเท้าผ้าใบเปื้อนโคลนเหยียบย่างลงบนพื้นดินสีแดงฉานอย่างระมัดระวัง รอบตัวเธอคืออาณาจักรแห่งความโลภ—เหมืองแร่สิบทิศของ คินน์ อัครเดโช ดินแดนสนทยาที่กฎหมายของรัฐไม่เคยเดินทางมาถึง สถานที่ซึ่งร่ำลือกันว่า ใครก็ตามที่กล้าเข้ามาสอดรู้สอดเห็นเรื่องการลักลอบขุด, ค้าขาย และทำลายโบราณวัตถุล้ำค่า มักจะมีจุดจบฝังกลบอยู่ใต้ผืนดินแห่งนี้อย่างไร้ร่องรอย
รินรดากำกล้องถ่ายรูปในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด เลนส์เทเลโฟโต้เพิ่งบันทึกภาพหลักฐานชิ้นสำคัญ—ลังไม้โบราณสลักลวดลายศิลปะทวารวดีถูกเปิดออก เผยให้เห็นประติมากรรมหินทรายอายุหลายพันปีที่ถูกห่อหุ้มด้วยกระสอบทรายเตรียมขนย้ายออกนอกประเทศ หัวใจของภัณฑารักษ์สาวกระหน่ำซัดด้วยความโกรธเกรี้ยว ความถูกต้องที่เธอร่ำเรียนและอุทิศชีวิตปกป้องกำลังถูกย่ำยีโดยกลุ่มทุนเถื่อนไร้รากเหง้า
"ได้หลักฐานครบแล้ว... ทีนี้ก็แค่ถอยออกไปให้พ้นจากขุมนรกนี่" เธอพึมพำกับตัวเอง ลมหายใจหอบถี่ด้วยความตื่นตระหนก สายตากวาดมองรอบโกดังร้างท้ายเหมืองเพื่อหาทางหนีทีไล่ ทว่าก่อนที่ก้าวแรกจะทันขยับ ความเย็นเยียบของคมเหล็กบางอย่างก็จี้ติดเข้าที่ต้นคอ
"หนูตัวน้อยนี่มือไวใจกล้าดีแท้นะครับ... แอบเข้ามาในบ้านคนอื่นโดยไม่ได้รับเชิญ แบบนี้เขาเรียกว่าขโมย หรือเรียกว่ารนหาที่ตายดีล่ะครับ รินรดา?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และเปี่ยมไปด้วยอำนาจมืดกระซิบชิดใบหู รินรดาร่างแข็งทื่อราวกับถูกสาป ความเย็นยะเยือกไม่ได้มาจากคมอาวุธที่แนบเนื้อ แต่มาจากรัศมีคุกคามอันดิบเถื่อนที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ด้านหลัง
เธอค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ เผชิญหน้ากับเจ้าของอาณาจักรนี้
คินน์ อัครเดโช ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าด้วยความสูงที่กดดันให้เธอกลายเป็นเพียงลูกนกในกรงเล็บ เสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนขึ้นเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อทรงพลังและรอยสักรูปงูพิษพันรอบต้นแขนขวา ดวงตาคมกริบสีดำสนิทราวกับเหยี่ยวล่าเหยื่อจ้องมองเธอด้วยแววตาสมเพชแกมท้าทาย มุมปากหยักลึกยกยิ้มเยาะที่ฉายชัดถึงความอันตราย
"คุณคินน์..." ชื่อนั้นหลุดจากเรียวปากสั่นระริกของเธอ
"ใช่ครับ ผมเอง" คินน์ก้าวเข้ามาประชิดทีละก้าว บีบพื้นที่อิสระของเธอน้อยลงจนแผ่นหลังบางชนเข้ากับเสาเหล็กของโกดัง กลิ่นกายบุรุษเพศที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นบุหรี่ราคาแพงและเหงื่อจากการทำงานกลางแจ้งโชยเข้าปะทะจมูก สร้างความปั่นป่วนในท้องให้อย่างน่าประหลาด "กล้าดีนี่ ถึงขนาดกล้าข้ามเขตหวงห้ามเข้ามาถึงหลังบ้านผม คิดว่าหลักฐานในกล้องนั่นจะช่วยให้พวกโลกสวยอย่างพวกคุณลากผมเข้าคุกได้งั้นเหรอครับ?"
รินรดาเชิดหน้าขึ้น แม้ขาจะสั่นแต่ศักดิ์ศรีและความดื้อรั้นถูกงัดขึ้นมาเป็นเกราะกำบัง "สิ่งที่คุณกำลังทำมันผิดกฎหมาย! สมบัติเหล่านี้เป็นของแผ่นดิน ไม่ใช่สมบัติส่วนตัวที่คุณจะเอาไปขายแลกกับเงินสกปรก!"
คินน์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทุ้มต่ำและสั่นสะเทือนไปถึงอกข้างซ้ายของเธอ ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน
"แผ่นดินงั้นเหรอครับ? หึ... บนผืนดินเหมืองนี่ กฎหมายเดียวที่มีค่าที่สุดคือคำพูดของผม" คินน์ยื่นมือหนาเข้าคว้าข้อมือเล็กของเธอ บีบแน่นด้วยพละกำลังมหาศาลจนกล้องถ่ายรูปหลุดร่วงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น "และคุณ... กล้าดียังไงมาล้ำเส้นความเป็นเจ้าของของผม"
ความเจ็บแปล๊บบริเวณข้อมือทำให้รินรดานิ่วหน้า แต่เธอปฏิเสธที่จะส่งเสียงร้องออดแอดออกมา แววตาคู่สวยจ้องมองตอบเขาอย่างไม่เกรงกลัว "ปล่อยฉันนะ! คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้!"
"ไม่มีสิทธิ์?" คินน์ทวนคำ เสียงกระซิบพร่าต่ำลงและเต็มไปด้วยแรงขับเคลื่อนทางอารมณ์ที่เริ่มเปลี่ยนทิศทาง นัยน์ตาคมกวาดมองสำรวจริมฝีปากสั่นระริกและลำคอระหงที่ไหวตามจังหวะชีพจร "ในอาณาจักรของผม... ผมมีสิทธิ์เหนือทุกสิ่ง แม้กระทั่งร่างกายดื้อด้านของคณครูโบราณวัตถุคนนี้"
สัมผัสจากมืออีกข้างของคินน์เลื่อนขึ้นมาแตะที่คางสลักเสลา บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับการคุกคามที่ดุดันยิ่งกว่าเดิม รินรดาพยายามเบือนหน้าหนี แต่ปลายนิ้วแข็งแกร่งกลับตรึงกรามของเธอไว้อย่างมั่นคง แรงดึงดูดอันดิบเถื่อนและน่าสะพรึงกลัวกำลังหลอมละลายสติสัมปชัญญะของเธอทีละน้อย ความโกรธแค้นในคราแรกเริ่มถูกบดขยี้ด้วยกระแสความเร่าร้อนที่แผ่ซ่านมาจากฝ่ามือของเขา
"คุณมัน... คนป่าเถื่อน..." เสียงเธอกระท่อนกระแท่นเมื่อริมฝีปากถูกรุกรานด้วยสายตา
"ยินดีต้อนรับสู่โลกของคนป่าเถื่อนนะครับ รินรดา"
คินน์กระซิบชิดริมฝีปาก ก่อนที่เขาจะรวบเอวบางเข้าประชิดแนบแน่นอย่างไร้ช่องว่าง ฉุดร่างเธอให้ลอยขึ้นเล็กน้อยและผลักดันเข้าสู่มุมมืดอับของซอกโกดังที่ลับตาคน สัมผัสแนบชิดระดับความร้อนสูงระอุทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ขาดห้วง รินรดาเบิกตากว้างเมื่อตระหนักว่าเธอกำลังก้าวเข้าสู่หุบเหวแห่งเสน่หาที่ไม่มีวันปีนป่ายกลับขึ้นมาได้ ขณะที่คินน์ยิ้มร้ายด้วยความพึงพอใจในเหยื่อสาวที่ดิ้นไม่หลุด
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากหยักหนากำลังจะทาบทับลงมาปิดกั้นเสียงประท้วงทั้งหมด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของลูกน้องมือขวาพร้อมอาวุธครบมือก็ดังแทรกขึ้นที่หน้าประตูโกดัง พร้อมกับเสียงตะโกนก้อง
"เฮ้ย! ลูกพี่! ทางกองกำลังตำรวจลาดตระเวนชายแดนกำลังเคลื่อนขบวนเข้ามาใกล้เขตเหมืองแล้วครับ!"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านนะครับ
"ธานินทร์แดนเถื่อน"
ดิบเถื่อนข้ามพรมแดน: หัวหน้าเหมืองอหังการกับภัณฑารักษ์หนีตาย•ตอนที่ 1
รอยเท้าในเขตหวงห้าม
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนข้ามพรมแดน: หัวหน้าเหมืองอหังการกับภัณฑารักษ์หนีตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
