“ถ้ามึงยังไม่ลุกไปตักน้ำให้เต็มโอ่ง ก็อย่าหวังว่าจะได้แตะข้าวต้มแม้แต่เม็ดเดียวในวันนี้!”
เสียงแหลมสูงของนางเฉินกระแทกเข้าโสตประสาทของ ‘หลินเฟย’ จนปวดร้าวราวกับมีใครเอาเข็มร้อนๆ มาแทงทะลุขมับ กลิ่นอับชื้นของห้องเก็บฟืนที่แสนคุ้นเคยประดังเข้ามาพร้อมกับความรู้สึกหิวโซที่กัดกินจนกระเพาะแทบจะบิดตัว ความเจ็บปวดจากการถูกทุบตีด้วยไม้กวาดเมื่อวานยังคงประทับเป็นรอยม่วงช้ำอยู่บนแผ่นหลัง
หลินเฟยลืมตาขึ้น—ดวงตาที่เคยไร้แววและยอมจำนน บัดนี้ฉายประกายเยือกเย็นราวกับคมมีดที่ถูกลับจนขึ้นเงา
เธอยันกายขึ้นจากกองฟืนที่แข็งกระด้าง แสงสลัวจากช่องโหว่ของผนังไม้เผยให้เห็นสภาพร่างกายที่ซูบผอมจนเห็นกระดูกไหปลาร้า นี่ไม่ใช่ความฝัน… แต่นี่คือความทรงจำที่เธอไม่มีวันลืม วันนี้คือวันที่ 14 ตุลาคม ปี 1976 วันที่เธอจะสิ้นใจอย่างอนาถเพราะอดอาหารและไข้ป่าในอีกเพียงสามวันข้างหน้าตามโชคชะตาเดิม
“นังลูกสะใภ้อสรพิษ! หูหนวกหรืออย่างไร!” เสียงฝีเท้าหนักๆ ของแม่สามีเดินย่ำพื้นไม้กระดานดังตึงตังเข้ามาใกล้
หลินเฟยขยับยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอ่อนน้อมอย่างที่เคยเป็น มือเรียวบางที่สั่นเทาด้วยความหิวจัดค่อยๆ กอบกุมฝ่ามือตนเองไว้แน่น ทันใดนั้น ความรู้สึกเย็นวาบก็แล่นผ่านปลายนิ้ว—มิติร้านค้าออนไลน์ที่เธอเคยครอบครองในชาติภพสุดท้ายปรากฏขึ้นเป็นอินเทอร์เฟซโปร่งใสซ้อนทับอยู่ในอากาศ
*‘ระบบทำงานสมบูรณ์’* ข้อความสีฟ้าสว่างวาบขึ้นในม่านตา
นางเฉินก้าวเข้ามาในห้องเก็บฟืน มือถือไม้เรียวหวังจะฟาดลงมาที่ไหล่ของลูกสะใภ้ที่นางจงเกลียดจงชัง ทว่าครั้งนี้… หลินเฟยไม่ได้ก้มหัวหลบเหมือนที่ผ่านมา เธอกลับเงยหน้าขึ้น สบตากับแม่สามีด้วยสายตาที่ทำให้หญิงวัยกลางคนชะงักงันไปชั่วขณะ
“แม่คะ” หลินเฟยเอ่ยน้ำเสียงแหบพร่าทว่ากังวาน “วันนี้ลูกไม่มีแรงตักน้ำหรอกค่ะ แต่ถ้าแม่ให้ลูกเข้าครัวทำมื้อเช้าให้พ่อและพี่เหว่ย ลูกรับรองว่าวันนี้ในบ้านเราจะมีกลิ่นหอมของอาหารที่แม่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน”
นางเฉินหัวเราะร่วนด้วยความสมเพช “มึงจะทำอะไรได้? ในครัวมีแค่หัวไชเท้าเหี่ยวๆ กับข้าวสารที่ก้นถัง หากมึงทำให้อร่อยไม่ได้ กูจะหักคอเสียให้เข็ด!”
หลินเฟยยันตัวลุกขึ้นยืน แม้ร่างกายจะอ่อนแรงทว่าจิตวิญญาณของเธอกลับแข็งแกร่งดั่งหินผา เธอเดินผ่านร่างของแม่สามีไปโดยไม่แม้แต่จะปรายตาแล ในหัวของเธอเริ่มคำนวณวัตถุดิบที่อยู่ในมิติพิเศษ—เครื่องปรุงรสล้ำค่าจากโลกอนาคตที่เธอมีติดตัวมาด้วย
เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องครัว กลิ่นสาบของความยากจนจางหายไปแทนที่ด้วยกลิ่นจินตนาการถึงเครื่องเทศระดับโลก หลินเฟยหยิบโถใส่หัวไชเท้าและแป้งสาลีคุณภาพต่ำออกมา เธอไม่ได้ทำอาหารตามมีตามเกิด แต่นี่คือศาสตร์แห่งการปรุงที่โลกต้องจารึก เธออาศัยจังหวะที่นางเฉินยังงุนงง แอบนำ ‘เนยแท้และน้ำตาลทรายแดง’ จากมิติออกมาผสมลงในแป้ง
การนวดแป้งเป็นไปอย่างชำนาญ ฝีมือแม่ครัวมือฉมังที่ไม่เคยมีใครในหมู่บ้านนี้ได้ลิ้มรสถูกปลดปล่อยออกมา ทุกจังหวะการลงมีดสับผัก ทุกจังหวะการคุมไฟ ถูกคำนวณอย่างแม่นยำดั่งงานศิลปะ
เวลาผ่านไปเพียงไม่นาน กลิ่นหอมฟุ้งอันเป็นเอกลักษณ์ของ ‘แป้งทอดไส้ไชเท้าคาราเมล’ ก็เริ่มอบอวลไปทั่วเรือนไม้ไม้ กลิ่นหอมของเนยตัดกับความหวานนุ่มของน้ำตาลและรสสัมผัสที่กรอบนอกนุ่มในดึงดูดแม้กระทั่งคนข้างบ้านให้เริ่มชะโงกหน้ามาดู
นางเฉินยืนอ้าปากค้าง จมูกของนางสูดดมกลิ่นที่น่าหลงใหลนั้นจนแทบคุมสติไม่อยู่ “นี่มึง… มึงเอาของพวกนี้มาจากไหน!”
หลินเฟยจัดวางแป้งทอดสีเหลืองทองลงบนจานกระเบื้องที่บิ่นจนดูน่าเวทนา เธอเงยหน้ามองประตูครัวที่เปิดออกพร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่คุ้นเคย ‘จางเหว่ย’ สามีผู้เงียบขรึมของเธอกำลังก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเหนื่อยล้าจากการฝึกหนัก
ดวงตาของจางเหว่ยเบิกกว้างเมื่อเห็นหญิงสาวที่เขารักและห่วงใยที่สุดในสภาพที่ดูดีขึ้นผิดหูผิดตา และกลิ่นอาหารตรงหน้าก็ทำให้เขากลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว
“เฟย… เธอทำอะไร?” เสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นเครือ
หลินเฟยยิ้มให้เขา รอยยิ้มที่ไม่ใช่ความหวาดกลัว แต่เป็นรอยยิ้มของผู้กุมชะตาชีวิต “อาหารเช้าค่ะ พี่เหว่ย… และสำหรับวันพรุ่งนี้ สิ่งที่อยู่ในมิตินี้ จะทำให้อนาคตของเราเปลี่ยนไปตลอดกาล”
ทว่าก่อนที่มือของจางเหว่ยจะทันได้สัมผัสจานอาหาร เสียงเคาะประตูบ้านดังขึ้นรัวและหนักหน่วง พร้อมกับเสียงตะโกนของ ‘หัวหน้าหมู่บ้าน’ ที่แฝงไปด้วยความร้อนรน
“จางเหว่ย! ออกมานี่เดี๋ยวนี้! ทางกองทัพส่งหนังสือด่วนมาถึงนาย... เกิดเรื่องใหญ่ที่แนวหน้าแล้ว!”
หลินเฟยชะงัก มือที่ถือตะเกียบหยุดค้างในอากาศ ความทรงจำในอดีตชาติแล่นปราดเข้ามา—วันนี้คือวันที่กองทัพจะเรียกตัวสามีเธอไปทำภารกิจลับที่เขาไม่มีวันได้กลับมา... หรือนี่จะเป็นโอกาสเดียวที่เธอจะพลิกกระดานชีวิตนี้ไปพร้อมกับสามีผู้แสนดี?
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางสายแค้นที่หอมหวานไปกับ 'เงียบแต่ฟาดเรียบ' นะคะ
กับดักหอมกรุ่นในเรือนไม้: ย้อนรอยแค้นแม่ครัวมือฉมังแห่งยุค 70•ตอนที่ 1
ฟื้นตื่นในความทรงจำสีเลือด
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหอมกรุ่นในเรือนไม้: ย้อนรอยแค้นแม่ครัวมือฉมังแห่งยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
