“ผมว่า… ถ้าเอาต้นไอวี่ไปวางตรงมุมห้องทำงาน มันน่าจะช่วยลดความอึดอัดของผนังสีขาวได้นะคะ”
รินพูดประโยคนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ขณะที่นิ้วเรียวเล็กไล้ไปตามใบของต้นไม้ในกระถางดินเผาที่เขากำลังกอดไว้แนบอก พฤกษ์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะคลี่ยิ้มจางๆ ที่มุมปาก สายตาคมเข้มของเขาไม่ได้จดจ้องอยู่ที่ต้นไม้ แต่กลับจับจ้องไปยังใบหน้าหวานที่ก้มต่ำเพื่อซ่อนความประหม่าของร่างบางข้างกาย
“คุณรินอยากลองจัดวางดูไหมครับ หมายถึง... ในพื้นที่ของตัวคุณเองน่ะ” พฤกษ์เอ่ยถามเบาๆ แต่น้ำเสียงนั้นกลับหนักแน่นและให้ความรู้สึกปลอดภัยจนรินเผลอเงยหน้าขึ้นสบตา
ความเงียบก่อตัวขึ้นชั่วครู่ ท่ามกลางเสียงจอแจของผู้คนในตลาดต้นไม้ช่วงสาย รินสูดลมหายใจเข้าลึก ความตื่นตระหนกที่เคยเกาะกุมหัวใจยามต้องออกมาในที่สาธารณะดูจะลดน้อยลง เมื่อมีแผ่นหลังกว้างของพฤกษ์คอยกำบังผู้คนรอบข้างให้เขาอยู่เสมอ รินไม่ได้ตอบเป็นคำพูด เพียงแต่พยักหน้าช้าๆ แล้วก้าวเท้าตามพฤกษ์เดินลึกเข้าไปในโซนไม้ประดับที่เขียวชอุ่มเหมือนโลกอีกใบที่ถูกเนรมิตขึ้นกลางเมืองหลวง
รินชอบกลิ่นของดินชื้นๆ และกลิ่นอายของใบไม้ที่พฤกษ์ดูแล มันต่างจากกลิ่นน้ำยาเคลือบไม้ในห้องทำงานของเขาอย่างสิ้นเชิง ที่นั่นมีเพียงความเงียบและรอยร้าวในใจที่เขาเพียรซ่อมแซม แต่ที่นี่... รอบตัวเขามีแต่ชีวิตที่กำลังเติบโต
“กลัวหรือเปล่าครับ?” พฤกษ์แกล้งถามพลางขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนรินสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของอีกฝ่าย เขาไม่ได้ก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวของรินจนเกินงาม แต่เขาทำให้รินรู้สึกว่าพื้นที่นั้นกว้างขึ้นกว่าเดิม
“ริน... แค่รู้สึกว่าโลกข้างนอกมันกว้างเกินไปน่ะค่ะ” รินกระซิบ ดวงตาคู่สวยหม่นลงชั่วขณะ “บางทีก็กลัวว่าถ้าก้าวออกไปไกลกว่านี้ รินจะหาทางกลับห้องของตัวเองไม่เจอ”
พฤกษ์หยุดเดิน เขาหันมาเผชิญหน้ากับรินโดยตรง มือหนาเอื้อมไปจัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากมนของอีกฝ่ายอย่างเบามือ สัมผัสนั้นแผ่วเบาแต่กลับสั่นคลอนหัวใจของคนรับได้อย่างประหลาด
“ห้องของรินไม่ได้อยู่ที่ไหนหรอกครับ มันอยู่ที่ว่าใครยืนอยู่ข้างๆ รินต่างหาก” พฤกษ์เว้นจังหวะ “ไม่ต้องกลัวว่าจะหลงทางนะ เพราะตราบใดที่รินยังอยากให้ผมอยู่ ผมจะไม่มีวันเดินห่างจากรินเกินระยะสายตาแน่นอน”
คำสัญญาที่ไร้คำหวานหรูหรา หากแต่จริงใจจนรินรู้สึกได้ถึงความสั่นไหวในอก เขาไม่เคยคิดว่าจะมีใครที่มองเห็นกำแพงที่เขาสร้างขึ้น แล้วเลือกที่จะไม่พังมันลงมา แต่เลือกที่จะยืนรออยู่หน้ากำแพงนั้นอย่างอดทน
ขณะที่รินกำลังจะเอ่ยตอบ บรรยากาศรอบข้างที่เคยเงียบสงบในความรู้สึกกลับเปลี่ยนไปโดยฉับพลัน พฤกษ์เปลี่ยนท่าทีเป็นขึงขังขึ้นทันตาเห็น มือหนาคว้าข้อมือของรินไว้เบาๆ แล้วดึงให้ขยับมาอยู่ด้านหลังของเขาโดยสัญชาตญาณ
“คุณริน อย่าเพิ่งมองไปข้างหลังนะครับ” พฤกษ์เอ่ยเสียงต่ำ ทว่าแฝงไปด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด
รินใจกระตุกวูบ ความรู้สึกคุ้นเคยที่น่าสะพรึงกลัวแล่นปราดขึ้นมาในโสตประสาท เขาจำเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นแต่เชื่องช้านั่นได้ดี เสียงที่เคยเป็นฝันร้ายในคืนวันเก่าๆ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจขังตัวเองไว้ในห้องไม้ไผ่
“คนนั้น...” รินพึมพำ ตัวสั่นเทาจนพฤกษ์ต้องบีบข้อมือเขาแน่นขึ้นเพื่อส่งผ่านกำลังใจ
“จำเขาได้ใช่ไหม?” พฤกษ์ถามเสียงเรียบแต่ดวงตากลับวาวโรจน์ด้วยความโกรธเคืองแทนเจ้าของความเจ็บปวด
“ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่...” รินแทบหยุดหายใจ เมื่อร่างสูงในชุดสูทสีเข้มที่เขารู้จักดีค่อยๆ เดินเลี้ยวผ่านแถวต้นไม้เข้ามาหยุดตรงหน้าพฤกษ์และริน ระยะห่างเพียงไม่กี่ก้าวกลับให้ความรู้สึกเหมือนหุบเหวที่ขวางกั้นระหว่างอดีตที่รินพยายามลืมกับปัจจุบันที่เขากำลังพยายามเริ่มต้นใหม่
ชายคนนั้นหยุดยืนจ้องมองมาที่รินด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ก่อนจะคลี่ยิ้มที่ทำให้รินรู้สึกหนาวเยือกไปถึงกระดูกสันหลัง
"ไม่คิดเลยนะครับ ว่าจะเจอคุณที่นี่... ริน"
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรินและพฤกษ์ในก้าวที่กล้าหาญและสั่นคลอนไปพร้อมกันนะคะ แล้วพบกันตอนหน้ากับความจริงที่รออยู่ค่ะ "หมอกไม้ไผ่"
ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก•ตอนที่ 11
ก้าวแรกนอกประตูไม้
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!