ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก•ตอนที่ 8

รอยยิ้มที่หายไปนาน

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
หน้าจอโทรศัพท์บนโต๊ะไม้สักยังคงสว่างวาบ ข้อความขู่คุกคามจากหมายเลขแปลกปลอมเมื่อคืนก่อนยังทิ้งไอความหนาวเหน็บไว้บนปลายนิ้วที่เย็นเฉียบ รินสูดลมเข้าลึก พยายามกดความสั่นไหวในอกให้จมลงไปใต้พื้นไม้กระดานของร้าน *“รินไม่อยากให้คนสำคัญของเธอต้องเดือดร้อนไปด้วย”* คำพูดนั้นดังก้องอยู่ในหัว ซ้ำเติมรอยแผลเก่าที่เขากลัวที่สุด—ความกลัวที่จะเป็นต้นเหตุให้คนที่ก้าวเข้ามาในชีวิตต้องแปดเปื้อนความซวย เสียงกรุ๊งกริ๊งของโมบายล์กระบอกไม้ไผ่หน้าประตูดังขึ้นเบาๆ ดึงสติเขาออกจากหลุมดำแห่งความกังวล ร่างสูงโปรดของพฤกษ์ก้าวเข้ามาในร้านพร้อมกับกลิ่นอายดินฝนและไอน้ำจางๆ วันนี้ชายหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตลินินสีครีมพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงที่มักจะใช้แบกกระถางต้นไม้ใหญ่ แต่วันนี้ในมือของเขากลับไม่ใช่ต้นไม้ หากแต่เป็นถังพลาสติกสีฟ้ากับแปรงขัดด้ามยาว "อรุณสวัสดิ์... หรือจะเรียกว่าสายดี" พฤกษ์ทักด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มตามแบบฉบับ แต่ดวงตาคมกริบกลับกวาดสำรวจใบหน้าซีดเซียวของรินอย่างรวดเร็ว "เมื่อคืนนอนไม่หลับล่ะสิ ตาคล้ำหมดแล้ว" รินรีบดึงรอยยิ้มบางๆ มาประดับริมฝีปากเพื่อกลบเกลื่อนความผิดปกติ "เปล่าครับ... แค่คิดงานเพลินไปหน่อย คุณพฤกษ์ถืออะไรมาน่ะครับนั่น" "อุปกรณ์ทำความสะอาดเขิงเทียนไม้ที่คุณทำค้างไว้เมื่อสัปดาห์ก่อนไง" พฤกษ์วางถังน้ำลงบนพื้นเสียงดัง *ตุ้บ* "ไหนๆ วันนี้ผมก็ไม่มีคิวส่งต้นไม้ ให้ผมมาช่วยแบ่งเบาภาระเถอะ อย่าปฏิเสธนะ... หน้าตาคุณเหมือนคนจะล้มได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว" คำพูดเจือความห่วงใยนั้นทำให้ก้อนเนื้อในอกของรินกระตุกวูบ ความอบอุ่นแผ่ซ่านขึ้นมาตัดกับความกลัวเมื่อครู่จนน่าใจหาย รินอยากจะบอกความจริงเรื่องข้อความนั้น อยากจะผลักไสให้พฤกษ์เดินออกไปจากร้านนี้เสียเพื่อความปลอดภัย แต่พอกดสายตามองลึกเข้าไปในดวงตาที่มั่นคงคู่นั้น คำพูดปฏิเสธทั้งหมดก็ติดอยู่ที่ลำคอ "ตามใจครับ... แต่บอกไว้ก่อนนะว่างานไม้จุกจิกกว่าที่คิด" รินถอนหายใจยาว ยอมจำนนด้วยความอ่อนล้า บรรยากาศในร้านเล็กๆ กลับเข้าสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง มีเพียงเสียงน้ำไหลเบาๆ จากอ่างบัวหน้าร้านและเสียงฝีเท้าของพฤกษ์ที่เดินไปหยิบผ้ากันเปื้อนสีมอๆ มาสวมทับเสื้อเชิ้ต รินก้มหน้าลงจัดการกับเศษไม้ชิ้นเล็กบนโต๊ะทำงาน พยายามบังคับมือไม่ให้สั่น ขณะที่หางตาก็แอบมองชายหนุ่มร่างสูงที่พยายามพับขาเก้าอี้สนามมานั่งข้างๆ เก้าอี้ตัวนั้นเล็กเกินไปสำหรับพฤกษ์ ทำให้เขานั่งตัวงออย่างเก้ๆ กังๆ จนน่าขัน "นี่... ริน ช่วยสอนผมขัดแว็กซ์ไม้ชิ้นนี้หน่อยสิ ผมทำตามขั้นตอนในเน็ตแล้วทำไมมันถึงเหนียวเป็นตังเมแบบนี้ล่ะ" พฤกษ์ส่งเสียงบ่นอุบอิบ พร้อมกับชูแผ่นไม้ที่เปื้อนคราบแว็กซ์สีขาวขุ่นจนเยิ้มหนาเตอะ รินเงยหน้าขึ้นมอง แล้วดวงตาที่เคยหมองเศร้าก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ภาพตรงหน้าทำเอาหัวใจที่ตีบตันมาตลอดหลายวันคลายตัวลง พฤกษ์ไม่ได้เปื้อนแค่แผ่นไม้... แว็กซ์สีขาวเหนียวหนืดนั่นเปื้อนเลอะตั้งแต่ปลายนิ้วลามขึ้นมาถึงสันจมูกโด่งเป็นรอยปื้นขาวโพลน ราวกับเด็กน้อยที่ซนจนแป้งติดหน้า แถมที่ปลายผมด้านหน้ายังมีเศษขี้เลื่อยสีน้ำตาลอ่อนเกาะอยู่หย่อมหนึ่ง ท่าทางจริงจังเกินเหตุของคนที่กำลังถือไม้พายอันเล็กด้วยสองมือยิ่งทำให้ภาพนั้นดูหลุดโลกจากลุคหนุ่มนิ่งขรึมเจ้าของร้านต้นไม้ไปไกลลิบลับ รินเม้มปากแน่น พยายามกลั้นสุดชีวิต แต่แล้วความอัดอั้นตันใจทั้งหมดที่สะสมมาก็พังทลายลงด้วยความเอ็นดู *“คิก...”* เสียงหัวหลุดลอดออกมาเบาๆ ก่อนจะตามด้วยเสียงหัวเราะที่กว้างขึ้น รินหัวเราะจนไหล่บางสั่นเทา ดวงตาคู่สวยหยีลงจนเป็นประกายหยาดเยิ้ม หยดน้ำตาจากการหัวเราะเอ่อคลอหน่วยตา เสียงหัวเราะที่ไม่ได้เปล่งออกมาจากใจจริงแบบนี้มานานนับปี ดังก้องกังวานอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ นี้ ราวกับเสียงกระดิ่งลมที่ถูกสายลมพัดผ่านจนขับไล่ความอับชื้นออกไปจนหมดสิ้น พฤกษ์ชะงักค้าง แปรงในมือร่วงตกลงกระทบถังน้ำดัง *จ๋อม* ชายหนุ่มไม่ได้สนใจความเลอะเทอะแม้แต่น้อย เขานั่งมองคนตรงหน้าที่กำลังหัวเราะจนหน้าดำหน้าแดง รอยยิ้มกว้างที่รินพยายามซ่อนเร้นมาตลอดถูกเปิดเผยออกมาอย่างไร้การป้องกัน ใบหน้าที่เคยซีดเซียวกลับมีเลือดฝาดเรื่อขึ้นมาอย่างงดงาม ดวงตาที่มักจะมองต่ำหลบสายตาผู้คน ตอนนี้กำลังพราวระยับด้วยความสุขชั่วขณะ สำหรับพฤกษ์แล้ว... นี่คือภาพที่สวยงามที่สุดตั้งแต่เขาได้ก้าวเท้าเข้ามาในชีวิตของหนุ่มน้อยช่างไม้คนนี้ "ตลกมากนักหรือครับ ช่างไม้ตัวแสบ" พฤกษ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความอ่อนโยนจนแทบหยด ยื่นมือที่เปื้อนแว็กซ์ออกไปหมายจะเช็ดรอยเปื้อนบนแก้มนิ่มให้ แต่อุบัติเหตุเล็กๆ ก็เกิดขึ้นเมื่อข้อศอกของเขาไปปัดโดนกระป๋องสีทาไม้ที่วางหมิ่นเหม่ริมโต๊ะ *โคร้ง!* กระป๋องสีอะคริลิกสีฟ้าพาสเทลคว่ำสนิท สาดสายน้ำสีฟ้าสดใสไหลนองไปทั่วพื้นโต๊ะทำงาน และกระเซ็นมาเปื้อนกางเกงลินินสีครีมของพฤกษ์จนด่างดวงเป็นวงกว้าง รวมถึงหยดหนึ่งที่กระเด็นไปโดนปลายจมูกของรินพอดีเป๊ะ ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่ววินาที ก่อนที่ทั้งคู่จะสบตากัน แล้วเสียงหัวเราะระเบิดออกมาพร้อมกันอย่างไม่ห่วงภาพลักษณ์ รินหัวเราะจนต้องทรุดตัวลงไปกุมท้องพิงพนักเก้าว์อี้ ขณะที่พฤกษ์ยกมือขึ้นยอมแพ้ ยิ้มกว้างจนเห็นไรฟัน บรรยากาศอบอุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วทุกอณูอากาศในร้าน รินใช้หลังมือปาดคราบสีฟ้าบนจมูกตัวเองออก พยายามควบคุมเสียงหัวเราะ "นี่... ร้านผมเละหมดแล้วนะคุณพฤกษ์ ใครใช้ให้มาช่วยเนี่ย" "ก็ใครใช้ให้คุณเครียดจนลืมยิ้มล่ะครับ" พฤกษ์ตอบเสียงนุ่ม เขยิบเก้าอี้เข้ามาใกล้รินอีกนิด ยื่นมือออกไปตั้งใจจะใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเศษขี้เลื่อยออกจากผมให้รินอย่างทะนุถนอม รินนิ่งงัน หัวใจเต้นแรงขึ้นมาด้วยจังหวะที่แปลกประหลาด ความใกล้ชิดนี้อบอุ่นเสียจนเขาเกือบลืมโลกภายนอกไปชั่วขณะ *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เสียงเคาะกระจกหน้าร้านดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีมารยาท ตัดขาดบรรยากาศสีชมพูละมุนนั้นลงทันทีราวกับใช้มีดกรีด รินสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองที่บานกระจกหน้าร้าน รอยยิ้มเมื่อครู่วันหายวับไปกับตา เหลือไว้เพียงความตื่นตระหนกที่กลับมาเกาะกุมหัวใจอีกครั้ง ร่างของชายชุดดำคนเดิมยืนยิ้มเยาะอยู่หลังกระจกใส มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์มือถือชูขึ้นมา หน้าจอแสดงภาพเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์—ภาพของพฤกษ์ที่กำลังยื่นมือเข้าใกล้ใบหน้าของรินเมื่อเสี้ยววินาทีก่อนถูกบันทึกไว้อย่างชัดเจนทุกกระเบียดนิ้ว และทันทีที่รินหันไปสบตา ชายคนนั้นก็ขยับปากพูดไร้เสียงผ่านกระจกเข้ามาว่า... *“เล่นสนุกกันพอหรือยัง... ทีนี้ ถึงตาต้องจ่ายค่าปรับแล้วล่ะ ริน”* (โปรดติดตามตอนต่อไป) --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและอบอุ่นหัวใจไปกับรินและพฤกษ์ด้วยกันครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — หมอกไม้ไผ่
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%