“ถ้านายคิดว่าการฝัง Backdoor ไว้ในเซิร์ฟเวอร์ลงทะเบียนของคณะวิศวะฯ คือการโชว์กึ๋น ฉันก็คงต้องบอกว่ามันเป็นวิธีที่โง่เง่าที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาในรอบสามปีค่ะ”
เสียงฝีเท้าของรองเท้าคัทชูส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนในห้องประชุมสภานักศึกษาเป็นจังหวะเนิบนาบ แต่มันกลับฟังดูหนักหน่วงพอจะบดขยี้ความมั่นใจของใครบางคนให้จมธรณี รินรดาในชุดนักศึกษาเข้ารูปพอดีตัวยืนกอดอกอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวยาว ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวจ้องมอง ‘คินน์’ ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามด้วยสายตาที่เย็นเยียบจนเกือบถึงจุดเยือกแข็ง
คินน์ไม่ได้สะทกสะท้าน เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะอัลกอริทึมที่เขามักใช้คิดวิเคราะห์งาน “คุณประธานครับ... อ้อ ขอโทษทีค่ะ พอดีชินปาก” เขาเว้นจังหวะพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ดูยียวน “ที่คุณบอกว่าโง่เง่าน่ะ หมายถึงตัวโค้ดที่รันผ่านเกตเวย์ตัวที่สาม หรือหมายถึงความกล้าที่ผมเลือกจะเจาะระบบในตอนที่รู้ว่าคุณนั่งเฝ้าหน้าจออยู่กันแน่คะ?”
รินรดาเดินอ้อมโต๊ะเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างเราลดลงจนคินน์สัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ให้ความรู้สึกสะอาดแต่เคร่งขรึม เธอโน้มตัวลงมาใช้มือยันโต๊ะไว้ ปิดกั้นทางหนีของเขาในเชิงสัญลักษณ์ “ฉันไม่ได้มองหาความกล้าหาญจากเด็กปีสองที่มองโลกผ่านบรรทัดคำสั่งหรอกนะคะ สิ่งที่ฉันมองหาคือความรับผิดชอบ... คุณรู้ไหมว่าการที่คุณเข้าไปเปลี่ยนพารามิเตอร์ของระบบจัดสรรหน่วยกิต มันทำให้คิวของนักศึกษาปีสามรวนไปทั้งระบบ?”
“ผมก็แค่ช่วยให้มันยุติธรรมขึ้น” คินน์ตอบสวนทันควัน ดวงตาของเขาฉายแววท้าทาย “อัลกอริทึมเดิมมันมีความลำเอียงทางสถิติซ่อนอยู่ ถ้าคุณไม่เชื่อ ลองเปิด log file ในหน้า Dashboard หน้าที่สองดูสิคะ แล้วคุณจะเห็นว่า ‘เพื่อนรัก’ ในสภานักศึกษาของคุณนั่นแหละ ที่แอบล็อกคิวเรียนให้เด็กกิจกรรมก่อนคนอื่น”
รินรดาชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาของเธอสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวเหมือนเดิม เธอรู้ดีว่าสิ่งที่คินน์พูดคือเรื่องจริง และนั่นคือสิ่งที่น่ารำคาญที่สุดสำหรับเธอ การที่ต้องยอมรับว่าความผิดพลาดไม่ได้มาจากตัวงาน แต่มาจากคน
“ความยุติธรรมไม่ใช่เรื่องที่คุณจะตัดสินเองตามใจชอบด้วยการทำตัวเป็นแฮ็กเกอร์หลังม่านนะคินน์” รินรดากระซิบ น้ำเสียงของเธอลดต่ำลงจนฟังดูเหมือนคำเตือนที่แฝงความอ่อนล้า “โลกความเป็นจริงมันมีโครงสร้างที่ซับซ้อนกว่านั้น ถ้าคุณยังทำตัวแบบนี้ ต่อให้คุณเก่งกาจแค่ไหน ระบบก็จะคัดกรองคุณออกไปเอง เหมือนกับที่ฉันกำลังจะทำกับคุณตอนนี้”
“คัดกรอง?” คินน์ยืดตัวตรง รอยยิ้มบนใบหน้าหายไป แทนที่ด้วยแววตาที่จริงจังเกินคาด “คุณคิดว่าจะทำยังไงคะ? เรียกอาจารย์ที่ปรึกษามาตัดคะแนนความประพฤติ หรือจะสั่งพักการเรียน? เชิญเลยค่ะ แต่ก่อนจะทำแบบนั้น ช่วยดูหน้าจอนี่ก่อนได้ไหม”
คินน์หมุนโน้ตบุ๊กบนตักมาทางรินรดา บนหน้าจอไม่ได้มีแค่บรรทัดโค้ดที่ยุ่งเหยิง แต่มันคือผังความสัมพันธ์ของข้อมูลที่ถูกดึงออกมาจากระบบกลาง ทั้งหมดถูกสรุปเป็นกราฟที่ชัดเจนจนไม่อาจปฏิเสธได้
“นี่คือสิ่งที่ผมเจอก่อนจะเจอ Backdoor ของตัวเอง” คินน์กดคีย์บอร์ดเพียงไม่กี่ครั้ง กราฟเปลี่ยนสีเป็นสีแดงเข้ม ณ จุดหนึ่งของแผนผัง “ใครบางคนกำลังดึงข้อมูลส่วนตัวของนักศึกษาออกไปขายให้บริษัทจัดหางานภายนอก ถ้าคุณจัดการผมตอนนี้ ระบบจะไม่มีวันรู้ว่ารอยรั่วที่แท้จริงคืออะไร และคนที่คุณไว้ใจที่สุด... อาจจะเป็นคนเดียวกับคนที่ส่งอีเมลขู่คุณเมื่อคืนนี้ก็ได้นะคะ”
รินรดานิ่งงัน หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ อีเมลฉบับนั้น... อีเมลที่ไม่มีที่มาแต่ระบุความลับในใจของเธอได้อย่างแม่นยำ เธอหันมามองคินน์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยวอีกต่อไป แต่เป็นความสงสัยระคนหวาดหวั่น
“เธอ...” รินรดาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนสรรพนาม “นายรู้ได้ยังไงว่าฉันได้รับอีเมลนั่น?”
“ถ้าคุณอยากรู้คำตอบ คงต้องตกลงกันก่อนนะคะว่าเราจะทำงานนี้ด้วยกัน” คินน์ปิดหน้าจอโน้ตบุ๊กแล้วหยัดตัวลุกขึ้นยืน ดวงตาของเขาสบกับเธอในระดับสายตาที่เท่ากัน “และถ้ามันสำเร็จ... ฉันขอแค่หนึ่งอย่าง”
“อะไร?” รินรดาถามเสียงสั่น
คินน์ขยับเข้าไปใกล้จนช่องว่างระหว่างกันแทบไม่มีเหลือ ก่อนจะยกมือขึ้นปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นทำให้รินรดาแข็งทื่อ “ขอแค่เลิกทำหน้าดุใส่กันสักห้านาทีได้ไหมคะ ประธานที่รัก... เพราะถ้าหอมแก้มกันแล้วคุณยังดุแบบนี้ ฉันก็คงต้องพิจารณาใหม่ว่าจะช่วยงานนี้ดีหรือเปล่า”
“นาย!” รินรดาหน้าแดงก่ำ ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะความโกรธหรือความเขินอายที่ถูกรุกหนักกะทันหัน
แต่ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังคุกรุ่นไปด้วยแรงดึงดูดที่ไม่น่าเกิดขึ้นได้ เสียงสัญญาณแจ้งเตือนจากแท็บเล็ตบนโต๊ะของรินรดาก็ดังขึ้นพร้อมกันสามครั้ง... มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนจากมหาวิทยาลัย แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดของระบบรักษาความปลอดภัยเครือข่าย
หน้าจอของสภานักศึกษาเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ก่อนจะมีตัวอักษรสีเขียวเรืองแสงวิ่งผ่านหน้าจอไปอย่างรวดเร็ว—**[ SYSTEM BREACH DETECTED: ACCESS GRANTED BY USER: 'UNKNOWN' ]**—และที่น่าขนลุกที่สุดคือ ข้อความที่ปรากฏต่อมาตรงกลางหน้าจอ
*‘ขอบคุณที่ดึงความสนใจของประธานนักศึกษาไว้ให้ครับ... ตอนนี้ระบบความปลอดภัยทั้งมหาวิทยาลัยอยู่ในมือผมแล้ว’*
คินน์และรินรดาสบตากันด้วยความตกตะลึง ในห้องประชุมที่เงียบเชียบ เสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังเดินใกล้เข้ามาทางประตูหน้าห้อง พร้อมกับเสียงเคาะจังหวะที่ฟังดูคุ้นหูอย่างน่าประหลาด ราวกับเขากำลังจงใจบอกว่า... เกมที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
ที่คั่นหนังสือสีชมพูหวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับจุดเปลี่ยนของเรื่องนี้นะคะ!
ตกลงกันว่าเราเป็นแค่ 'คนคุย' (แต่ทำไมหอมแก้มกันได้ล่ะ?)•ตอนที่ 2
เผชิญหน้ากับประธานจอมเฮี้ยบ
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตกลงกันว่าเราเป็นแค่ 'คนคุย' (แต่ทำไมหอมแก้มกันได้ล่ะ?) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
