กระบี่ทะลวงเหมันต์ ปรารถนาแห่งเซียนไร้ใจ•ตอนที่ 1

ยอดเขาเหมันต์ที่ไร้รอยเท้า

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
เศษเสี้ยวโลหิตบนคมกระบี่หยาดหยดลงบนพื้นหิมะขาวโพลน กล成为จุดด่างพร้อยสีชาดที่ตัดกับความเยือกเย็นอันบริสุทธิ์ของยอดเขามู่หรงอย่างน่าเวทนา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ย่ำเหยียบผ่านค่ายกลกระบี่เหมันต์พันปีดังขึ้นทีละก้าว... ทีละก้าว... ราวกับเสียงฆ้องประหารชีวิตที่ทุบทำลายความเงียบงันของดินแดนเซียนอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ศิษย์สายตรงนับร้อยแห่งสำนักกระบี่ประจิมต่างนอนระเนระนาดไร้ลมหายใจ ร่างกายของพวกเขากลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งที่ถูกแช่แข็งด้วยจิตสังหารอันไร้ความปรานี มีเพียงบุรุษผู้หนึ่งที่ยังคงยืนหยัดตระหง่านอยู่เบื้องหน้าประตูหยกสลักลายพยัคฆ์ หลี่เฟิง... ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองไปยังเบื้องบน ความทะนงตนแผ่ซ่านออกจากร่างกำยำในชุดคลุมสีดำสนิทที่สะบัดไหวตามแรงลมปราณ ปราณกระบี่ในกายของเขาหมุนวนอย่างบ้าคลั่งราวกับพายุเพลิงทมิฬ มันไม่ใช่แค่การมาเยือนเพื่อท้าประลอง แต่นี่คือการประกาศสงครามกับกฎเกณฑ์สวรรค์ที่เหยียบย่ำตระกูลหลี่จนแหลกสลายเมื่อสิบปีก่อน "มู่หรงเสวี่ย... เจ้าย่อตัวหลบอยู่หลังค่ายกลเต่าหดหัวเช่นนี้ หรือว่าวิชากระบี่เหมันต์ไร้ใจของเจ้า มันเหลือเพียงชื่อไว้ให้เด็กอมมือหัวเราะเยาะกันแน่!" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังก้องกังวานทะลุชั้นเมฆหมอก สะท้อนไปทั่วหุบเขาลึกจนหิมะบนยอดดิ่งร่วงกราวลงมาดั่งห่าฝน ครู่ต่อมา... อากาศธาตุเบื้องหน้าประตูหยกพลันบิดเบี้ยว ความเย็นยะเยือกที่แทรกซึมถึงไขกระดูกแผ่ขยายออกมาราวกับฤดูเหมันต์มาเยือนในชั่วพริบตา แสงสีฟ้าครามประกายระยิบระยับรวมตัวกันเป็นร่างระหงของสตรีผู้หนึ่ง นางก้าวเดินออกมาจากความว่างเปล่าอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกย่างก้าวกลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนพื้นหินศิลาใต้เท้าแตกร้าวเป็นทางยาว มู่หรงเสวี่ย... เทพเซียนผู้ครองฉายานางพญาไร้ใจ นางงามสง่าดุจดอกบัวหิมะบนหน้าผาสูงชัน เส้นผมสีเงินยวงยาวสยายคลอเคลียกับอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ ไร้ซึ่งความรู้สึกยินดียินร้ายในแววตาดั่งกระจกแก้วคู่นั้น นางมองบุรุษเบื้องหน้าด้วยความเฉยเมยราวกับกำลังมองมดปลวกตัวหนึ่งที่บังAอาจปีนป่ายขึ้นมาสู่แดนสวรรค์ "หลี่เฟิง... เจ้ากล้าดียังไงเหยียบย่ำแดนชำระจิตของสำนักเรา กล้าดียังไงสังหารศิษย์นับร้อย... รนหาที่ตายนักใช่ไหม" น้ำเสียงของนางราบเรียบ เย็นเยือก ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ เจือปน ราวกับสายลมหนาวที่พัดผ่านซากศพ แต่มันกลับทรงพลังจนทำให้บรรยากาศรอบกายแทบแข็งตัว "ฮ่าๆๆๆ รนหาที่ตายงั้นหรือ?" หลี่เฟิงแหงนหน้าหัวเราะลั่น ดวงตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยเพลิงแค้นที่ถูกสุมอกมานานนับทศวรรษ "สิบปีก่อน สำนักของเจ้าใช้วิชากระบี่เหมันต์นี้สังหารล้างบางตระกูลหลี่ของข้าอย่างไร้ความเมตตา วันนี้ข้า... หลี่เฟิงผู้นี้ นำกระบี่เล่มนี้มาทวงคืนความยุติธรรมจากสวรรค์! มู่หรงเสวี่ย หากเจ้ายังถือว่าตนเองเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งยุทธภพ จงชักกระบี่ของเจ้าออกมา อย่าให้ข้าต้องดูถูกว่าเซียนผู้สูงส่งแท้จริงแล้วเป็นเพียงสตรีขี้ขลาดตาขาว!" สิ้นคำพูด ประกายตากลมโตของมู่หรงเสวี่ยก็วบวาบขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างวูบผ่านก้นบึ้งหัวใจที่ถูกแช่แข็งมาหลายร้อยปี นางไม่เคยพบเจอผู้ใดที่กล้าสบตานางด้วยความท้าทายถึงเพียงนี้ ไร้ความเกรงกลัว ไร้ความอ่อนข้อ มีเพียงจิตวิญญาณกระบี่ที่แข็งแกร่งจนน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากร่างของเขา ชั่วขณะนั้น เคมีระหว่างคนทั้งสองระเบิดออกราวกับประกายไฟกระทบกับน้ำมัน จอมยุทธ์ผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่ผู้ดื้อรั้น กับนางเซียนผู้สง่างามเย็นชาที่หัวใจเริ่มสั่นคลอนด้วยเจตจำนงอันกล้าแกร่งของเขา มู่หรงเสวี่ยมิได้เอ่ยวาจาใดอีก นางเพียงยกมือเรียวขาวดั่งหยกขึ้นช้าๆ ปราณกระบี่สีครามบริสุทธิ์พวยพุ่งออกจากฝ่ามือ ดึงเอากระบี่ประจำกาย 'เหมันต์นครา' ออกมาจากฝัก ทันทีที่คมกระบี่หลุดจากปลอก อุณหภูมิโดยรอบก็ดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งในพริบตา ละอองหิมะนับล้านกลายเป็นคมเข็มน้ำแข็งนับไม่ถ้วน ลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ พร้อมที่จะพุ่งเข้าฉีกกระชากเป้าหมายเป็นชิ้นๆ "ในเมื่อเจ้าปรารถนาความตายถึงเพียงนี้... ข้าก็จะสงเคราะห์ให้" หลี่เฟิงไม่ถอยแม้แต่ครึ่งก้าว เขายกกระบี่เหล็กดำทะมึนในมือขึ้นตั้งรับ ปราณอัคคีจิตวิญญาณพวยพุ่งออกจากตันtian (ตันเถียน) แผดเผาความหนาแน่นของไอน้ำแข็งรอบตัวจนเกิดเสียงดัง 'ฉ่า' ราวกับน้ำเดือดพล่าน ความร้อนระอุและไอเย็นยะเยือกเข้าปะทะกันอย่างรุนแรงจนเกิดคลื่นกระแทกสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งยอดเขา ปัง! ร่างทั้งสองร่างพุ่งเข้าประจันหน้ากันด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ ประกายไฟจากการปะทะของคมกระบี่สาดกระเซ็นดั่งดอกไม้เพลิงกลางความมืดมิด วิชากระบี่เหมันต์ไร้ใจปะทะเข้ากับกระบี่ทะลวงสวรรค์อย่างดุเดือดตระการตา ทุกกระบวนท่าแฝงไว้ด้วยสัจธรรมแห่งฟ้าดินและการฝืนลิขิตชะตา ทว่า ในวินาทีที่คมกระบี่ของทั้งคู่กำลังจะพุ่งเข้าประชิดจุดตายเพื่อตัดสินแพ้ชนะ สายตาทั้งสองคู่ก็ประสานกันอย่างแนบแน่น หัวใจของมู่หรงเสวี่ยกระตุกวูบอย่างรุนแรงเป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี เมื่อนางสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นอันดื้อรั้นที่แผ่ซ่านมาจากร่างของหลี่เฟิง—ความอบอุ่นที่กำลังละลายน้ำแข็งในทรวงอกของนางทีละน้อย... ทีละน้อย... และในวินาทีนั้นเอง เสียงคำรามกึกก้องราวกับอสนีบาตฟาดผ่าก็ดังสนั่นมาจากนับพันลี้บนท้องฟ้า พร้อมกับเงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีทองอร่ามที่พุ่งแหวกเมฆลงมาปักหลักอยู่เบื้องหน้าพวกเขา ทั้งยังเอ่ยวาจาด้วยน้ำเสียงเย็นชาที่ทำเอาวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง "มู่หรงเสวี่ย! เจ้ากล้าฝ่าฝืนกฎแดนสวรรค์ แอบไว้ชีวิตศัตรูของสำนักเช่นนี้... โทษตายย่อมหลีกไม่พ้น!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในดินแดนเหมันต์อันหนเหน็บและร้อนรุ่มด้วยไฟแค้นนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ทะลวงเหมันต์ ปรารถนาแห่งเซียนไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%