รอยขีดข่วนบนพิมพ์เขียวแผ่นนั้นไม่ได้คมเท่ากับสายตาของคนที่ยืนกอดอกอยู่ตรงหน้าเลยสักนิดค่ะ
“ถ้าคุณยังคำนวณสัดส่วนโครงสร้างรับน้ำหนักด้วยสมการห่วย ๆ แบบนี้ ฉันเกรงว่าตึกระฟ้าโปรเจกต์นี้คงกลายเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความพังพินาศเร็วกว่ากำหนดนะคะ คุณธันวา”
เสียงหวานติดจะหงุดหนิดเอ่ยขึ้น พร้อมกับนิ้วเรียวที่เคาะลงบนกระดาษไขเสียงดัง ‘ก๊อก ๆ’ เป็นจังหวะเพื่อเน้นย้ำความไร้รอยต่อของตรรกะที่เธอกำลังจับผิดเขาอยู่ รินทร์ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นผิวเนียนละเอียด กำลังยืนค้ำโต๊ะทำงานตัวใหญ่ด้วยความมั่นใจเต็มร้อย ดวงตากลมโตที่รั้นเสียยิ่งกว่าอะไรดีจ้องตรงไปยังร่างสูงใหญ่ของอัลฟ่าหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพง
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบราวกับสัตว์นักล่ากวาดมองหน้าโอเมก้าตัวแสบที่กล้าดีมาท้าทายอำนาจมืดในอาณาจักรวิศวกรรมของเขา เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนรินทร์ต้องผถะถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว แรงกดดันจากฟีโรโมนกลิ่นเปปเปอร์มินต์เข้มข้นที่เจ้าตัวพยายามกดข่มไว้ เริ่มแผ่ซ่านออกมารอบบริเวณจนอากาศรอบตัวคล้ายจะร้อนระอุขึ้นมาดองดิ่ง
“สมการห่วย ๆ งั้นเหรอครับ... อ้อ ไม่สิ ฉันหมายถึง ‘นะคะ’ ต่างหาก” ธันวาจงใจเว้นวรรคด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน ดวงตาคมก้มมองรินทร์ที่เชิดหน้าใส่เขาไม่ลดละ “คนที่ไม่เข้าใจโครงสร้างกลศาสตร์ควอนตัมอย่างคุณ เอาอะไรมามั่นใจว่าโมเดลการรับแรงเฉือนของผมมันผิดพลาด หืม? วิศวกรฝึกหัด”
“ฉันไม่ใช่เด็กฝึกหัดนะคะ!” รินทร์สวนกลับทันควัน ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโกรธ “โปรเจกต์รีโนเวทฐานรากตึกฝั่งตะวันออก ฉันเป็นคนเซ็นอนุมัติแบบเองกับมือ ถ้ามันจะพัง อย่างแรกที่จะทับตายก็คือฉันนี่แหละค่ะ!”
“งั้นเหรอ...” ธันวาก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าทรงพลังจนรินทร์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกต้อนให้จนมุม “แต่เท่าที่ผมตรวจดู ปัญหาไม่ได้อยู่ที่โครงสร้าง... แต่อยู่ที่หัวใจคนตรวจต่างหาก ที่ดูเหมือนจะรวนเรจนแยกแยะตรรกะกับอารมณ์ส่วนตัวไม่ออก”
“คุณธันวา! ถอยไปเลยนะ!”
รินทร์ยกมือขึ้นหมายจะดันแผงอกกว้างที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเกินความจำเป็น แต่เพราะความรีบร้อนบวกกับกองเอกสารที่สุมอยู่ระเกะระกะบนโต๊ะทำงาน ทำให้ข้อเท้าของโอเมก้าหนุ่มสะดุดเข้ากับขาเก้าอี้เหล็กที่ระเกะระกะเข้าอย่างจัง
*พรึ่บ!*
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก รินทร์อุทานออกมาได้แค่คำเดียว ร่างเพรียวบางก็เสียการทรงตัวหงายหลังลົງไป ธันวาที่ไวกว่าตามสัญชาตญาณคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทัน แต่ด้วยแรงเหวี่ยงและน้ำหนักที่ทิ้งดิ่งลงมา ทำให้ร่างสูงทานไม่อยู่ ทั้งคู่จึงล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นพรมหนานุ่มท่ามกลางกองเอกสารและพิมพ์เขียวที่ปลิวว่อนกระจายราวกับหิมะโปรยปราย
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งคู่ที่ดังสะท้อนก้อง
รินทร์ลืมตาขึ้นช้า ๆ พบว่าตัวเองกำลังคร่อมทับอยู่บนร่างแกร่งของอัลฟ่าหนุ่ม หน้าอกของเขากระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจ มือหนาข้างหนึ่งของธันวายังคงโอบกระชับอยู่ที่เอวคอดกิ่วของเธอแน่น ราวกับกลัวว่าถ้าปล่อยแล้วเธอจะหายวับไปกับตา ส่วนมืออีกข้าง... ตอนนี้กำลังยันพื้นพรมไว้ข้างศีรษะของเธอ ปิดกั้นทางหนีทุกทางอย่างสมบูรณ์แบบ
ใบหน้าของทั้งสองห่างกันแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นเปปเปอร์มินต์ผสมผสานกับกลิ่นอายวานิลลาอ่อน ๆ ตามธรรมชาติของโอเมก้า ฟุ้งกระจายอบอวลจนต่อมรับกลิ่นในร่างกายปั่นป่วนอย่างไร้การควบคุม
ดวงตาสีเข้มของธันวาไหววูบไปชั่วขณะ ยามที่มองสำรวจใบเนียนใสที่อยู่ใกล้แค่ลมหายใจกั้น ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ แต่หน้าอกข้างซ้ายกลับเต้นโครมครามจนเจ้าตัวต้องแอบขบกรามแน่นเพื่อควบคุมสถานการณ์
“5 เซนติเมตร...” เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู รินทร์รู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งร่าง “ถ้าเมื่อกี้ผมรับคุณไว้ช้ากว่านี้อีกนิดเดียว หัวทุย ๆ ของคุณคงได้ไปโขกกับมุมโต๊ะกระจกแตกกระจายสมใจอยากแน่ ๆ ครับ... อ๊ะ ขอโทษทีค่ะ ติดปากไปหน่อย”
“คุณ...!” รินทร์กัดริมฝีปากแน่นด้วยความเจ็บใจ อยากจะลุกขึ้นหนีให้พ้นจากสถานการณ์น่าอายนี้ แต่ติดที่วงแขนแข็งแกร่งที่โอบเอวเธอไว้ราวกับคีมเหล็ก ยิ่งขยับ ตัวก็ยิ่งเบียดเสียดแนบชิดกันจนน่าตกใจ ยิ่งไปกว่านั้น กลิ่นฟีโรโมนอัลฟ่าที่เข้มข้นขึ้นกะทันหันเพราะสัญชาตญาณดิบเริ่มทำให้สติของรินทร์พร่าเลือน
“ปล่อยฉันนะคะ!” รินทร์เสียงสั่นเล็กน้อย พยายามใช้มือดันไหล่กว้างของเขาออก แต่ธันวากลับยิ้มละמון ร่างสูงไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยแถมยังกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นไปอีก
“ปล่อยให้โง่สิครับ... ในเมื่อคุณตกลงมาอยู่ในกำมือผมเองแบบนี้แล้ว” ธันวาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาคมกริบฉายประกายความคลั่งรักที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาLาดปากร้ายอย่างมิดชิด “ไหนบอกหน่อยซิวิศวกรคนเก่ง... สมการแรงดึงดูดระหว่างเราตอนนี้ มันยังคำนวณด้วยเหตุผลได้อยู่หรือเปล่า?”
รินทร์ชะงักค้าง หัวใจเต้นรัวแรงยิ่งกว่าตอนคำนวณงบประมาณก่อสร้างนับร้อยล้าน เธอกำลังจะอ้าปากเถียงกลับด้วยประโยคเจ็บแสบสักประโยค ทว่าก่อนที่ริมฝีปากจะได้ขยับ...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกัน พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่ผลักเข้ามาอย่างไร้มารยาทโดยไม่รอคำอนุญาต
“พี่ธันวาคะ เอกสารอนุมัติงบ... ว이๊ย! ตายแล้ว!”
เสียงแหลมสูงของบุคคลที่สามหยุดชะงักกึก รินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบผลקอกธันวาแล้วดีดตัวลุกขึ้นยืนด้วยความทุลักทุเล จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างลนลาน ขณะที่ธันวายันตัวลุกขึ้นช้า ๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉยราดรื่น ราวกับเมื่อครู่ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย
ทว่าสายตาที่ธันวาตวัดมองไปยังผู้มาใหม่ กลับเยียบเย็นและคมกริบจนคนที่ยืนอยู่หน้าประตูกลืนน้ำลายลงคอแทบไม่ทัน
หวังว่ารี้ดที่น่ารักของกระต่ายพระจันทร์จะคอยเป็นกำลังใจให้รินทร์และธันวาในตอนต่อไปนะคะ!
วิศวกรวิศวใจ แต่ทำไมสมการรักไม่เคยตรงกัน•ตอนที่ 3
แรงดึงดูดที่ไม่ตั้งใจ
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวิศวใจ แต่ทำไมสมการรักไม่เคยตรงกัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
