กลิ่นอับชื้นของคราบเลือดเก่าผสมผสานกับกลิ่นฟอร์มาลีนเข้มข้น ลอยอวลอยู่ในห้องผ่าศพใต้ดินของสถาบันนิติเวชวิทยา ความเย็นระดับสิบแปดองศาเซลเซียสไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับยิ่งขับเน้นความเยียบเย็นในจิตใจของนายแพทย์หนุ่มผู้ยืนอยู่หน้าเตียงสเตนเลสไร้เงา
"คุณกำลังใช้ตรรกะของคนเป็น... มาตัดสินความเงียบของคนตายอีกแล้วนะ หมอธัน"
เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง อชิระ สารวัตรหนุ่มยศใหญ่ผู้ควบตำแหน่งจิตแพทย์อาชญากรประจำคดี ก้าวพ้นเงาสลัวของเสาปูนเข้ามา แสงไฟนีออนสีขาวโพลนสะท้อนกับรอยแผลเป็นจาง ๆ ที่หางคิ้วซ้ายของเขา ดิบ เถื่อน และเปี่ยมด้วยพลังกดดันที่คุกคามพื้นที่ส่วนตัวอย่างจงใจ
ธันวาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากร่างไร้วิญญาณบนเตียง ปลายนวมยางสีขาวยังคงกดลงบนผิวหนังซีดเซียวของเหยื่อรายที่หกอย่างแม่นยำ เขากำลังใช้คีมปลายแหลมคีบเศษวัสดุแปลกปลอมบางอย่างออกจากรอยแผลฉีกขาดบริเวณลำคอ
"ความตายไม่ใช่เรื่องของจิตวิทยาหรอกครับสารวัตร... มันคือวิทยาศาสตร์ มันคือภาษาเดียวในโลกที่ไม่มีวันโกหก" ธันวาตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาหลังกรอบแว่นสายตานิ่งสนิทไร้ระลอกคลื่น ราวกับสิ่งที่นอนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ร่างมนุษย์ แต่เป็นสมการทางคณิตศาสตร์ที่รอการพิสูจน์
อชิระแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเข้ามาประชิดจนได้กลิ่นบุหรี่จาง ๆ ที่ยังคงติดตัวนายตำรวจหนุ่ม แม้ว่าที่นี่จะเป็นเขตปลอดบุหรี่ก็ตาม เขาก้มตัวลงมองศพหญิงสาววัยราวปลายปีเศษ ร่างกายของเธอมีร่องรอยการถูกทรมานอย่างเป็นระบบ แต่มีบางอย่าง... บางสิ่งที่ผิดแผกไปจากศพอีกห้ารายก่อนหน้า
"ภาษาของศพเหรอ? งั้นลองแปลรอยกรีดพวกนี้ให้ผมฟังหน่อยสิ หมอ" อชิระใช้มือเปล่าแตะที่ขอบเตียงสเตนเลสโน้มตัวเข้าไปใกล้ จนไหล่แทบจะชนกับธันวา "รอยแผลที่เรียบกริบไร้รอยลังเลนี่... ไม่ได้เกิดจากความแค้น ไม่ได้เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ แต่มันคือการ ‘จัดระเบียบ’ ฆาตกรรายนี้ไม่ได้ฆ่าเพื่อสนองตัณหา แต่มันกำลังทำศิลปะบนซากมนุษย์"
ธันวาชะงักมือเล็กน้อย เขายืดตัวขึ้นสบตากับจิตแพทย์หนุ่ม แววตาของทั้งคู่ปะทะกันราวกับมีประกายไฟเงียบ ๆ ครุกรุ่นอยู่ท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ ความเฉียบขาด เย็นชา และไร้หัวใจของนิติพยาธิแพทย์ กำลังปะทะเข้ากับสัญชาตญาณดิบเถื่อนและความเข้าใจในความมืดมนของจิตใจมนุษย์ของจิตแพทย์อาชญากรอย่างดุเดือด
"คุณกำลังบอกว่า... ฆาตกรรายนี้มีรูปแบบที่เปลี่ยนไปจากเดิมสินะครับ" ธันวาเอ่ยเสียงต่ำ ขยับแว่นตาเล็กน้อยเพื่อซ่อนประกายความสนใจที่วาบผ่านนัยน์ตา
"ไม่ใช่แค่เปลี่ยน หมอ..." อชิระหรี่ตาลง มองลึกลงไปในดวงตาคู่คมของอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ยากจะคาดเดา "แต่มันกำลัง 'เชิญชวน' เรา... มันรู้ว่าเรากำลังตามล่า และมันก็จงใจทิ้งร่องรอยนี้ไว้ให้เราเห็นเป็นคนแรก"
ธันวาไม่ตอบคำเขาหันกลับไปสนใจร่างบนเตียงอีกครั้ง แสงไฟจากสปอตต์ไลท์เหนือศีรษะส่องกระทบเข้ากับรอยแผลลึกที่ถูกเย็บปิดด้วยด้ายไนลอนสีดำสนิท ซึ่งผิดแผกจากห้ารายก่อนหน้าที่ปล่อยให้เลือดไหลรินจนหมดตัว ทว่า สายตาของนิติพยาธิแพทย์อัจฉริยะกลับสะดุดเข้ากับบางสิ่งใต้ร่มผ้าบริเวณไหปลาร้าของเหยื่อ
มันไม่ใช่รอยแผล... แต่เป็นตัวเลขโรมันที่ถูกกรีดลงบนเนื้อสด ๆ ด้วยความประณีตบรรจงจนน่าขนลุก
ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมความสั่นไหวในอกที่ถูกกระตุ้นด้วยความท้าทายอันมืดมิด นานทีปีหนที่เขาจะรู้สึกว่าความตายกำลังเยาะเย้ยเขา
"สารวัตรครับ..." ธันวาเอ่ยเรียกเสียงพร่า ดวงตาคมกริบจับจ้องรอยแผลนั้นไม่วางตา "เราไม่ได้กำลังตามล่าฆาตกรต่อเนื่องธรรมดาแล้วล่ะครับ"
อชิระขมวดคิ้ว เคลื่อนกายเข้าไปชิดยิ่งขึ้นจนสัมผัสได้ถึงไอเย็นจากตัวธันวา "หมายความว่ายังไง?"
ธันวาใช้ปลายคีบเขี่ยรอยแผลบริเวณไหปลาร้าให้กว้างขึ้น เพื่อเปิดเผยตัวเลขโรมันปริศนาที่ซ่อนอยู่ใต้คราบเลือดแห้งกรัง ตัวเลขที่ถูกตอกย้ำด้วยความตั้งใจอันบิดเบี้ยว
ไม่ใช่เลขหกอย่างที่ควรจะเป็น... แต่มันคือเลขเจ็ด
และก่อนที่สติของทั้งคู่จะทันได้ประมวลผลความหมายของตัวเลขนั้น ไฟนีออนกะพริบวูบไหวสองครั้งก่อนจะดับลงสนิท ทิ้งให้ห้องผ่าศพใต้ดินจมดิ่งสู่ความมืดมิดไร้แสงจันทร์ มีเพียงเสียงฝีเท้าปริศนาดังขึ้นก้องกังวานจากทางเดินมืดทึบด้านนอก ใกล้เข้ามา... เรื่อย ๆ... พร้อมกับเสียงหัวเราะแผ่วเบาที่เย็นยะเยือกจนกระดูกสันหลังวาบหวิว
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกนี้นะครับ
นิติพยาธิแพทย์สายเย็นชากับจิตแพทย์สายดิบ•ตอนที่ 1
ศพที่หกในห้องมืด
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติพยาธิแพทย์สายเย็นชากับจิตแพทย์สายดิบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!