กลิ่นน้ำมันสนและแอลกอฮอล์ล้างพู่กันคละคลุ้งจนแสบจมูก ทว่ามันยังเจือจางกว่าความตึงเครียดที่ลอยตัวอยู่ระหว่างคนสองคนในห้องแล็บศิลปะเขตสาม
รินยืนตัวตรงหลังโต๊ะปฏิบัติการ แว่นตากรอบโลหะสะท้อนแสงไฟนีออนสีขาวนวลจากเพดาน บนหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้า ปรากฏโค้ดอัลกอริทึมประเมินความเสี่ยงทางอารมณ์ระดับสี่ที่เธอเพิ่งเขียนขึ้นเพื่อจำกัดขอบเขตการแสดงออกของสีในโปรเจกต์นี้ ทุกตัวอักษรและสมการถูกคำนวณมาอย่างแม่นยำไร้ที่ติ เพื่อป้องกันไม่ให้ความรู้สึกที่คาดเดาไม่ได้หลุดรอดผ่านเซนเซอร์ของสถาบัน
"เธอทำให้มันดูเหมือนสูตรเคมีที่จะระเบิดได้ถ้าใส่ตัวเลขผิดแค่จุดเดียว มากกว่าจะเป็นงานศิลปะนะคะ ริน"
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง คีย์ก้าวออกมาจากหลังโครงเหล็กฉากกั้น เขาสวมเสื้อเชيرสีขาวพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอก เปื้อนไปด้วยแต้มสีอะคริลิกสีครามและสีส้มไหม้ ดวงตาคมกริบพินิจมองหน้าจอของเธอก่อนจะเหลือบมองใบหน้าเรียบเฉยของหญิงสาว รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นนั้นเต็มไปด้วยความท้าทายอย่างเคย
"เพราะความรู้สึกที่ไร้กรอบคือความเสี่ยงค่ะ คีย์" รินตอบเสียงเรียบ นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนแป้นพิมพ์โฮโลแกรมเพื่อล็อกโปรแกรม "ถ้าเราปล่อยให้ระบบคำนวณความงามตามใจชอบ ผลลัพธ์ที่ได้จะถูกปัดตกโดยคณะกรรมการตรวจสอบทันที เซนอสไม่มีทางปล่อยผ่านผลงานที่คาดเดาไม่ได้แบบนั้นแน่"
"เซนอส... เขาเห็นโลกเป็นแค่ตารางเอ็กเซลที่มีแต่ตัวเลขและคำสั่ง แต่รินล่ะคะ? เธอเห็นอะไรในนี้ นอกจากอัลกอริทึมที่เธอกำลังใช้ขังตัวเองไว้"
คีย์สาวเท้าเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนรินได้กลิ่นจางๆ ของเฟรชมินต์ผสมกับกลิ่นสีน้ำมัน ปลายนิ้วเรียวของชายหนุ่มเอื้อมแตะขอบโต๊ะทำงานของเธอ โน้มตัวลงเล็กน้อยจนดวงตาสองคู่สบกันอย่างจัง ดวงตาของคีย์พราวระยับไปด้วยประกายแห่งความดื้อรั้น ขณะที่ดวงตาของรินไหววับชั่วขณะก่อนจะกลับมานิ่งสนิทดั่งผิวน้ำในบึงลึก
"ฉันเห็นความปลอดภัยค่ะ" รินเลี่ยงที่จะหลบสายตา เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น "ความปลอดภัยที่ทำให้เราไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลังเมื่อทุกอย่างพังทลายลงเหมือนป้อมทราย"
"งั้นเรามาลองเดิมพันกันไหมล่ะคะ" คีย์ผละตัวออกไปคว้าหลอดสีน้ำมันสีแดงสดขึ้นมาบีบลงบนจานสีอลูมิเนียม เสียงบีบหลอดโลหะดังเอี๊ยดอ๊าดท่ามกลางความเงียบ "ถ้าฉันใช้วิธีวาดภาพแบบที่ไม่มีโค้ด ไม่มีอัลกอริทึม และไม่มีแม้กระทั่งแผนการล่วงหน้า... แต่ทำให้เซนอสและระบบเซนเซอร์ของสถาบันไม่สามารถประเมินผลลัพธ์ได้ รินจะต้องยอมลบบทลงโทษในระบบของฉันทั้งหมด ทิ้งตรรกะพวกนั้นแล้วมาฟังความรู้สึกของตัวเองดูสักครั้ง... ตกลงไหมคะ?"
หัวใจของรินกระตุกวูบไปจังหวะหนึ่ง สมองส่วนเหตุผลประมวลผลความเสี่ยงอย่างรวดเร็ว—*ข้อเสนอไม่มีความสมเหตุสมผล ความน่าจะเป็นที่เซนอสจะจับได้มีสูงถึงแปด puluh เปอร์เซ็นต์*—ทว่าริมฝีปากของเธอกลับเม้มเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว ความท้าทายนี้ช่างเย้ายวนและอันตรายในเวลาเดียวกัน
"แล้วถ้าคุณแพ้ล่ะคะ คีย์?" รินถามเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงอำนาจการควบคุมกลับมา
"ถ้าฉันแพ้... ฉันจะยอมเป็นหุ่นยนต์ทำตามคำสั่งของรินทุกอย่างตลอดหนึ่งภาคเรียนเต็มค่ะ" คีย์ยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความมั่นใจ "ว่าไงคะ นักคำนวณผู้ไร้พ่าย กล้าพอที่จะรับคำท้าของศิลปินตกอับคนนี้ไหม?"
รินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ปลายนิ้วเรียวแตะปุ่มยืนยันบนหน้าจอโฮโลแกรมเพื่อเปิดห้องแล็บเข้าสู่โหมดปฏิบัติการร่วม เสียงระบบอิเล็กทรอนิกส์ส่งสัญญาณเตือนทุ้มต่ำเพื่อยืนยันการเริ่มภารกิจ
"ตกลงค่ะ" รินกล่าวพร้อมกับดึงแว่นตาปรับโฟกัสลงมาสวม "แต่บอกไว้ก่อนนะคะว่าฉันจะไม่ยอมอ่อนข้อให้เด็ดขาดถ้าผลงานของคุณพังไม่เป็นท่า"
การทำงานร่วมกันครั้งแรกเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด รินลงมือเซ็ตค่าพารามิเตอร์ของแสงและเงาผ่านระบบดิจิทัล ขณะที่คีย์ใช้พู่กันขนสัตว์ขนาดใหญ่แตะสีแดงสดและสีดำสนิท สะบัดมันลงบนผืนผ้าใบขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง น้ำเสียงหวือหวาของแป้นพิมพ์ที่รินรัวนิ้วปะทะกับเสียงตวัดพู่กันที่หนักหน่วงและดุดันของคีย์ สร้างจังหวะจะโคนแปลกประหลาดที่ราวกับบทเพลงประสานเสียงระหว่างระเบียบและความโกลาหล
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ หยาดเหงื่อผุดขึ้นตามกรอบหน้าของรินเมื่ออัลกอริทึมที่เธอกำลังเขียนเริ่มเกิดความขัดแย้งกับแรงสั่นสะเทือนจากการลงสีของคีย์บนผืนผ้าใบ ทุกครั้งที่คีย์ละเลงสีลงไปด้วยอารมณ์ดิบเถื่อน เซนเซอร์รอบห้องแล็บจะส่งเสียงเตือนสีแดงกระพริบถี่ขึ้นเรื่อยๆ บ่งบอกถึงความปั่นป่วนของสนามพลังงาน
"คีย์! คุณกำลังทำให้ความหนาแน่นของสีเกินโควต้าที่ระบบอนุญาตนะ!" รินร้องเตือนเมื่อเห็นค่าความผัน
"ก็บอกแล้วไงคะว่าศิลปะมันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้อยู่ในกรอบ!" คีย์หันมาพร้อมกับรอยเปื้อนสีแดงที่แก้มซ้าย ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความสนุกสนาน "ปล่อยให้มันไหลไปตามความรู้สึกสิริน เลิกกลัวความรู้สึกของตัวเองได้แล้ว!"
ก่อนที่รินจะได้โต้แย้ง เสียงเตือนภัยระดับวิกฤตก็ดังสนั่นหวั่นไหวทั่วทั้งห้องแล็บ ไฟนีออนสีขาวเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานกะพริบถี่ ประตูห้องแล็บเลื่อนเปิดออกเองโดยไม่มีใครสั่ง ร่างสูงสง่าของเซนอสในชุดประธานนักเรียนเรียบร้อยไร้ที่ติยืนเด่นเป็นสง่าอยู่หน้าประตู ดวงตาคมกวาดมองสภาพห้องที่เละเทะและผืนผ้าใบที่เต็มไปด้วยรอยเปื้อนสีสันกระจัดกระจาย
"กำลังทำอะไรกันอยู่? ห้องแล็บศิลปะเขตสามถูกระงับการใช้งานชั่วคราวเนื่องจากตรวจพบคลื่นความผิดปกติระดับสูง" เสียงเย็นเยียบของเซนอสเอ่ยขึ้น พร้อมกับฝ่ามือที่ถือแท็บเล็ตควบคุมระบบกลางชูขึ้นเตรียมกดล็อกพื้นที่
รินผุดลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ สมองกำลังเร่งคำนวณหาข้อแก้ตัวเพื่อปกป้องโปรเจกต์นี้ ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยคำใดออกไป คีย์กลับคว้าแขนเธอไว้แล้วดึงเข้าไปประชิดตัวอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายเฉพาะตัวและไอความร้อนจากร่างกายของชายหนุ่มโอบล้อมเธอไว้ในเสี้ยววินาที
เซนอสชะงักฝีเท้า สีหน้าเรียบนิ่งแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาเมื่อเห็นท่าทีสนิทสนมเกินขอบเขตนั้น นิ้วเรียวบนแท็บเล็ตของประธานนักเรียนกดคำสั่งบางอย่างลงไปพร้อมกับรอยยิ้มเหยียดหยาม
"ดูเหมือนว่านอกจากระบบจะรวนแล้ว ศาลเตี้ยอย่างพวกเธอกำลังจะถูกรีเซ็ตความจำพร้อมกันในอีกสามวินาทีข้างหน้านี้แล้วล่ะนะ..."
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมไขรหัสลับและลุ้นไปกับก้าวสำคัญของรินและคีย์ในบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้รักผ่านเซนเซอร์•ตอนที่ 5
ตรรกะในใจกับสีในมือ
ผลงานโดย ลูกกวาดสีรุ้ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลูกกวาดสีรุ้ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้รักผ่านเซนเซอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!