กลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษเก่าและหมึกราคาถูกลอยอบอวลจนน่าเวียนหัว บนโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีตัวใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยประดับด้วยแจกันดอกกุหลาบนำเข้าจากฝรั่งเศส บัดนี้กลับเกลื่อนไปด้วยแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกเปิดค้างไว้ เผยให้เห็นตัวเลขสีแดงฉานที่เรียงรายกันยาวเหยียดราวกับกองเลือด
เซราฟิน่ากวาดสายตาคมกริบมองตัวเลขเหล่านั้นด้วยความนิ่งสงบผิดคาด นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือผ้าลูกไม้สีขาวพลิกหน้ากระดาษผ่านไปทีละแผ่นอย่างไม่รีบร้อน เสียงกระดาษเสียดสีกันเบาๆ ในห้องทำงานส่วนตัวของตระกูลที่เงียบเชียบ ยิ่งตอกย้ำถึงความจริงอันโหดร้าย—กิจการไร่กุหลาบและโรงงานสกัดน้ำหอมที่ใหญ่ที่สุดในอาณาจักร กำลังจะกลายเป็นเศษกระดาษไร้ค่าภายในสามสิบวันข้างหน้า
"หนี้สินรวมทั้งหมดสิบห้าล้านเหรียญทอง... เงินสดในบัญชีหลักเหลืออยู่เพียงสามร้อยเหรียญกับอีกแปดสิบคาทส์"
หญิงสาวพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากน้อยๆ ไม่ใช่ความสิ้นหวัง แต่เป็นความตื่นเต้นระคนท้าทายที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก ร่างระหงในชุดเดรสยาวสีมรกตขยับกายพิงพนักเก้าอี้ ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเหตุการณ์บนดาดฟ้าเมื่อคืนก่อน เสียงกระซิบของอาคิน—มหาศาลผู้กุมเศรษฐกิจครึ่งค่อนประเทศ—ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท *'เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวของผม... จอดรอรับภรรยาคนใหม่ของผมบนดาดฟ้าแล้วครับ'*
ช่างเป็นคำประกาศกร้าวที่เย่อหยิ่งและมั่นใจในชัยชนะเสียจริง เขารู้ดีว่าตระกูลของเธอจวนเจียนจะล้มละลาย และคิดว่าเธอจะวิ่งเข้าไปซบอ้อมอกแกร่งนั้นเพื่อแลกกับความอยู่รอดเหมือนในนิยายน้ำเน่าทั่วไปสินะคะ
"น่าเสียดายจริงๆ อาคิน... คุณคงลืมไปว่าเซราฟิน่าคนนี้ ไม่ใช่ตัวโง่เขลาคนเดิมอีกต่อไปแล้ว"
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งก่อนที่บานไม้สักจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรออนุญาต เมลิสซ่า ผู้จัดการส่วนตัวที่ทำงานรับใช้ตระกูลมานาน ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าซีดเผือด สั่นเทาจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ สองมือถือซองเอกสารสีขาวที่ดูราวกับใบประกาศิตประหารชีวิต
"คุณหนูคะ... แย่แล้วค่ะ!" เมลิสซ่าละล่ำละลักเสียงสั่น "ธนาคารกลางส่งหนังสือแจ้งเตือนรอบสุดท้ายมาแล้ว พวกเขาจะยึดโฉนดที่ดินแปลงหลักของไร่เราในบ่ายวันนี้ค่ะ! แล้ว... แล้วพวกซัพพลายเออร์วัตถุดิบก็รวมตัวกันที่หน้าประตูคฤหาสน์ กำลังประท้วงเรียกesเงินค่าจ้างย้อนหลังสามเดือน ถ้าเราจ่ายให้ไม่ทันเที่ยงนี้ พวกเขาจะฟ้องร้องอายัดทรัพย์สินทุกชิ้นค่ะ!"
เซราฟิน่ายังคงนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างาม เธอยกถ้วยชาอุ่นขึ้นจิบช้าๆ ราวกับเรื่องที่เมลิสซ่ารายงานเป็นเพียงพยากรณ์อากาศในวันฝนพรำ ความเยือกเย็นและสุขุมที่แผ่ออกมาจากตัวหญิงสาวทำให้ผู้จัดการวัยกลางคนถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือน รู้สึกแปลกประหลาดใจระคนหวาดหวั่น—นี่หรือคือคุณหนูผู้เอาแต่ใจและมักจะกรีดร้องอาละวาดทุกครั้งที่ขัดใจ?
"ปล่อยให้พวกเขาตะโกนไปสิคะเมลิสซ่า" เซราฟิน่าวางถ้วยแบล็กทีลงกระทบจานรองเบาๆ เสียงกังวานใสกังวานราวกับเสียงกระดิ่งแก้ว "คนพวกนั้นกำลังร้อนเงิน และความโลภก็มักจะทำให้มนุษย์มองไม่เห็นความจริงรอบตัวเสมอ"
"แต่... แต่คุณหนูคะ เราไม่มีเงินแม้แต่เหรียญเดียวแล้วนะคะ!" เมลิสซ่าเกือบจะร้องไห้ออกมาด้วยความอับจนหนทาง "ต่อให้ขายเครื่องเพชรทั้งหมดในห้องแต่งตัว ก็ยังไม่ได้ถึงครึ่งหนึ่งของหนี้สินเลยค่ะ"
"ใครบอกว่าฉันจะขายเครื่องเพชรล่ะคะ?"
เซราฟิน่าลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันอันทรงพลังบางอย่างแผ่ซ่านออกมาจากร่างระหงจนเมลิสซ่าต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคู่คมกวาดมองไปที่สมุดบัญชีเล่มหนาที่เต็มไปด้วยตัวเลขติดลบสีแดงฉาน ก่อนที่มุมปากอิ่มจะยกยิ้มขึ้นอย่างมีความหมาย
ในเมื่อคนพวกนั้นคิดจะบีบให้เธอจนมุมเพื่อกวาดซื้อที่ดินมรดกในราคาถูกๆ พวกเขาก็คงลืมไปแล้วว่า ใต้ดินของไร่กุหลาบแห่งนี้ ไม่ได้มีแค่ดอกไม้เหี่ยวๆ หรอกนะคะ... แต่มันมี "แร่ธาตุหายาก" ที่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกกำลังแย่งชิงกันอยู่ต่างหากล่ะ!
"เตรียมรถค่ะเมลิสซ่า" เซราฟิน่าสั่งเสียงเฉียบขาด แววตาทอประกายความมั่นใจเจิดจ้าจนน่าเกรงขาม "เราจะไปตบหน้าพวกเจ้าหนี้หน้าเลือด... ด้วยการจ่ายหนี้ทั้งหมดเป็น 'เงินสด' ให้พวกมันดูทีละคนเลยค่ะ"
ในจังหวะนั้นเอง เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวที่คุ้นหูก็เริ่มดังกระหึ่มขึ้นบนท้องฟ้าเหนือคฤหาสน์ แรงลมจากการพัดใบพัดตีหน้าต่างกระจกเสียงดังสนั่นราวกับตั้งใจจะกดดันให้เธอยอมจำนน อาคินคงจะส่งพาหนะมารับเธออีกครั้งตามสัญญา...
แต่ทว่า ก่อนที่เมลิสซ่าจะทันได้เอ่ยปากรายงาน ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักกระเด็นออกอย่างแรงโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษของมหาเศรษฐีหนุ่มก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก ดวงตาสสีเทาเข้มคู่นั้นกวาดมองเอกสารหนี้สินบนโต๊ะ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าหวานละมุนของเซราฟิน่า
"ว่ายังไงครับคนสวย... พร้อมจะไปเซ็นทะเบียนสมรสเพื่อแลกกับลมหายใจของตระกูลคุณหรือยัง?" อาคินเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ รอยยิ้มของเขายโสและเต็มไปด้วยความมั่นใจว่าเหยื่อสาวไม่มีทางหลุดมือ
เซราฟิน่าเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา นัยน์ตาสีรัตติกาลของเธอไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เธอกลับหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างนึกขัน ก่อนจะหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทไร้ขีดจำกัดที่เพิ่งปรากฏขึ้นในลิ้นชักลึกลับเมื่อเช้าขึ้นมาหมุนเล่นในมืออย่างไม่แยแส
"ทะเบียนสมรสเหรอคะ? เกรงว่าคุณคงต้องรอคิวต่อจากเจ้าหนี้ห A-List ของฉันหน่อยนะ... อาคิน"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนม่านหมอกโรแมนซ์เสมอมานะคะ
คุณหนูจอมอาภัพขอวางมือจากบทตัวร้ายเพื่อกลายเป็นเศรษฐินีพันล้าน•ตอนที่ 2
สมุดบัญชีที่เต็มไปด้วยตัวเลขติดลบ
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูจอมอาภัพขอวางมือจากบทตัวร้ายเพื่อกลายเป็นเศรษฐินีพันล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
