"การคำนวณความคงทนของเหล็กกล้าไร้สนิมระดับสาม... หากลดอุณหภูมิลงอีกสองร้อยองศาเซลเซียสในขั้นตอนการชุบแข็ง ค่าความยืดหยุ่นจะเพิ่มขึ้นเจ็ดเปอร์เซ็นต์จริงหรือ..."
เสียงพึมพำของเซนดังขึ้นท่ามกลางเสียงโลหะกระทบกันเป็นจังหวะสม่ำเสมอภายในโรงตีเหล็กชั่วคราว ปลายค้อนเหล็กกล้าในมือขวาตวัดลงบนแผ่นทองแดงสีหม่นอย่างแม่นยำ ทุกครั้งที่คมค้อนกระทบชิ้นงาน ประกายไฟสีส้มอมแดงจะแตกกระจายราวกับหมู่ดาวที่ร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน กลิ่นอายของถ่านหินและไอน้ำจากการดับความร้อนลอยคละคลุ้งอยู่ในบรรยากาศที่อบอ้าว
นี่คือโลกเสมือนจริงของ VRMMO ที่ระบบฟิสิกส์ถูกจำลองขึ้นมาอย่างสมจริงจนแทบแยกไม่อציออกจากการทำงานในโรงงานจริงๆ เซนในชุดช่างตีเหล็กเนื้อหยาบ ปาดเหงื่อออกจากหน้าผากด้วยหลังมือ ดวงตาหลังกรอบแว่นใสจดจ้องอยู่กับหน้าต่างโปร่งใสสีฟ้าที่ลอยอยู่เบื้องหน้า—หน้าต่างระบบที่แสดงค่าสถานะของอาวุธที่กำลังถูกตีขึ้นรูป
ทว่า ความสนใจของเขากลับไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขอัตราการตีบวกเหล่านั้นทั้งหมด
*การเคลื่อนไหวเมื่อวานนี้ที่หน้าประตูเมือง... จังหวะการก้าวเท้าและองศาการยกดาบคาตานะเล่มนั้น มันช่างคุ้นตาเสียเหลือเกิน*
เซนคิดทบทวนในใจขณะวางค้อนลงบนทั่งเหล็ก เสียงโลหะทึบๆ สะท้อนก้องในความเงียบ ศิลา... อดีตหัวหน้างานสายเนี๊ยบผู้มักจะตรวจงานของเขาด้วยสายตาจับผิดและรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออกคนนั้น ป่านนี้จะโลดแล่นอยู่ในมุมไหนของเซิร์ฟเวอร์กว้างใหญ่นี้กันนะ แม้ระบบจะสุ่มจุดเกิดและปรับแต่งรูปลักษณ์ภายนอกให้แตกต่างออกไปเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว แต่สัญชาตญาณของคนที่ทำงานร่วมกันมาหลายปีบอกเขาว่า คนคนนั้นไม่มีทางหายไปไหนไกลแน่นอน
เมื่อจัดการเก็บชิ้นงานชิ้นสุดท้ายลงในกระเป๋าคาดเอวเรียบร้อยแล้ว เซนก็ตัดสินใจก้าวเท้าออกจากเขตปลอดภัยของเมืองเริ่มต้น มุ่งหน้าสู่ "ทุ่งหญ้าแห่งการเริ่มต้น" (The Whispering Plains) พื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์ระดับต่ำอย่างสライม์และแร็พเตอร์ขนฟู เพื่อหาวัตถุดิบหายากประเภทแร่ธาตุที่มักจะซ่อนอยู่ตามซอกหินภูเขาไฟแถบชายAขอบทุ่งหญ้า
สายลมยามบ่ายพัดผ่านยอดหญ้าสีเขียวขจีจนเกิดระลอกคลื่นราวกับผืนน้ำ ท้องฟ้าสีครามไร้ซึ่งเมฆหมอกให้อารมณ์ผ่อนคลาย แต่สำหรับเกมเมอร์สายคราฟต์อย่างเซนแล้ว ทุ่งหญ้าแห่งนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อการวิ่งเล่นชมวิว หากแต่เป็นแหล่งขุดแร่ชั้นดีที่ผู้เล่นส่วนใหญ่มักมองข้ามเพราะมัวแต่รีบเร่งไปเก็บเลเวลในดันเจี้ยน
เดินลึกเข้าไปได้ราวครึ่งกิโลเมตร เสียงการต่อสู้ก็ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท
*ฉับ! เสียงคมดาบแหวกอากาศด้วยความเร็วสูง*
เซนหยุดฝีเท้า หลบเข้าไปหลังโขดหินขนาดใหญ่ ดวงตาสีเข้มหรี่ลงเพื่อพิจารณาสถานการณ์เบื้องหน้า ท่ามกลางฝูง "หมาป่าเขี้ยวเงิน" ระดับสิบห้าสามตัว กำลังมีร่างของนักดาบหนุ่มคนหนึ่งยืนหยัดต้านทานไว้อย่างโดดเดี่ยว ร่างนั้นสวมชุดหนังสีดำสนิทไร้ลวดลายสะดุดตา แต่ท่วงท่าการเคลื่อนไหวกลับสง่างามและเฉียบคมราวกับกิ่งไม้ที่ไหวตามกระแสลม
การหลบหลีกการพุ่งชนของหมาป่าตัวแรกทำได้อย่างแนบเนียนด้วยการหมุนตัวเพียงครึ่งรอบ ก่อนที่คมดาบในมือจะสะบัดสวนกลับไปในจุดอ่อนใต้คางอย่างแม่นยำไร้ที่ติ—เป็นวิชาดาบที่ไม่ได้พึ่งพาแค่ระบบช่วยเหลือการโจมตีของเกม แต่เกิดจากการคำนวณมุมและน้ำหนักด้วยสัญชาตญาณล้วนๆ
*จังหวะนั้น... การทิ้งน้ำหนักลงที่เท้าซ้ายเพื่อส่งแรงเหวี่ยงข้อมือ...*
หัวใจของเซนกระตุกวูบ ภาพซ้อนของชายหนุ่มร่างโปร่งผู้เป็นหัวหน้าทีมพัฒนาโปรแกรมผู้เข้มงวดทับซ้อนขึ้นมาในหัวทันที ศิลาไม่ได้ใช้แค่ดาบเก่ง แต่เขามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการต่อสู้ที่เซนเคยแอบบันทึกไว้เป็นข้อมูลวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันในโลกจริง
นักดาบปริมาณคนนั้นสะบัดเลือดออกจากคมดาบเป็นขั้นตอนสุดท้าย หมาป่าเขี้ยวเงินตัวสุดท้ายสลายกลายเป็นละอองแสงสีขาว ทิ้งไอเทมดรอปเป็นเขี้ยวแวววาวไว้บนพื้น เจ้าตัวยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียดออกมาเบาๆ ราวกับเหนื่อยล้าเต็มที
เซนตัดสินใจก้าวออกจากที่กำบัง ฝ่ายตรงข้ามหันขวับมาทันทีด้วยปฏิกิริยาอันรวดเร็ว คมดาบถูกยกขึ้นตั้งรับในระดับอก ดวงตาภายใต้ฮู้ดสีเข้มมองตรงมายังผู้มาใหม่ด้วยความระแวดระวัง
"ยินดีที่ได้พบกันในสถานที่แบบนี้นะครับ... คุณนักดาบ" เซนเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก พร้อมกับยกมือขึ้นระดับอกเพื่อแสดงว่าไม่ได้มา rุกราน
ร่างตรงหน้าชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่คมใต้อุปกรณ์สวมใส่ไหววูบชั่วขณะ ก่อนที่ริมฝีปากจะได้รูปนั้นจะเหยียดยิ้มขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มที่เซนคุ้นเคยดี เสี้ยววินาทีนั้น ไม่มีบทสนทนาใดๆ ระหว่างคนทั้งสอง มีเพียงเสียงสายลมที่พัดผ่านทุ่งหญ้าและประกายแสงจากไอเทมบนพื้นดินที่สะท้อนเข้าหากัน
"นาย..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามเก็บอาการประหลาดใจไว้ภายใต้ความนิ่งสงบ "ตามกลิ่นถ่านหินของฉันมาหรือไง ถึงได้มาโผล่เอาตอนนี้"
เซนหัวเราะในลำคอเบาๆ "เปล่าเลยครับ... ผมแค่กำลังตามหาแร่เหล็กบริสุทธิ์เพื่อเอามาทำค้อนเล่มใหม่ แต่บังเอิญได้ยินเสียงคนตัดหญ้า... เอ๊ย ตัดหมาป่าแถวนี้เข้าพอดี"
ทว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะได้เอ่ยสนทนาอะไรกันมากกว่านั้น หน้าต่างระบบสีแดงฉานก็ปรากฏวาบขึ้นตรงหน้าของทั้งเซนและศิลาพร้อมกันอย่างไร้สัญญาณเตือน เสียงแจ้งเตือนระดับวิกฤติดังก้องกังวานในโสตประสาทจนน่าปวดหัว
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบความผิดปกติของพื้นที่ 'ทุ่งหญ้าเริ่มต้น']
[ผู้เล่น 'เซน' และผู้เล่น 'ศิลา' ได้ก้าวเข้าสู่เขตอาณาเขตต้องห้ามระดับสูง]
[เงื่อนไขภารกิจลับถูกกระตุ้น: บอสลับแห่งปฐพี 'โกลิอัทศิลาทมิฬ' (Goliath of Black Stone) ตื่น100% จากการหลับใหล]
[คำเตือน: นี่ไม่ใช่ภารกิจสำหรับผู้เล่นเดี่ยว หากท่านถอยตอนนี้ โอกาสรอดคือ 0%]
พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ เงาสะท้อนขนาดมหึมาผุดขึ้นมาจากพื้นดินเบื้องหน้า พร้อมกับเสียงคำรามก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครในทุกๆ หน้ากระดาษนี้นะครับ
ตีเหล็กให้คมในโลกเสมือน กับเพื่อนร่วมงานที่อ่านใจไม่ได้•ตอนที่ 3
บังเอิญพบกันที่ทุ่งหญ้าเริ่มต้น
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตีเหล็กให้คมในโลกเสมือน กับเพื่อนร่วมงานที่อ่านใจไม่ได้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!