“ถ้าคุณคิดว่าการเข้ามาอยู่ในกิลด์ของฉัน คือการนั่งรอรับเศษเสี้ยวของรางวัลจากดันเจี้ยนล่ะก็... กรุณาเดินออกไปทางประตูที่คุณเพิ่งเดินเข้ามาได้เลยค่ะ”
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมของฉันดังก้องไปทั่วโถงกว้างของสำนักงานกิลด์ชั่วคราว ลิซ่ากวาดสายตามองกลุ่มคนที่ยืนเรียงรายอยู่เบื้องหน้าด้วยแววตาดุจเหยี่ยวที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ บางคนหน้าซีดเผือด บางคนกำหมัดแน่นด้วยความโกรธเคืองที่ถูกดูแคลน แต่สำหรับฉัน ความโกรธเหล่านั้นไม่มีค่าอะไรเลยหากไร้ซึ่งสมองที่จะควบคุมมัน
เซนที่ยืนพิงเสาหินอยู่ไม่ไกล ขยับแว่นสายตาพลางกระซิบผ่านอุปกรณ์สื่อสารขนาดจิ๋วที่ติดอยู่ข้างหูฉัน “คนทางซ้ายมือแถวที่สอง ค่าพลังเวทค่อนข้างเสถียรครับลิซ่า แต่ประวัติการต่อสู้ในดันเจี้ยนระดับ B ของเขา... ดูเหมือนเขาจะทิ้งเพื่อนร่วมทีมไว้เบื้องหลังเพื่อเอาตัวรอดนะ”
ฉันกระตุกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าชายผู้นั้น เขาเหงื่อซึมตามไรผมแม้จะอยู่ในห้องปรับอากาศ
“คุณน่ะ... ในการ์ดเด็คของคุณ การ์ดใบไหนคือ ‘ความถูกต้อง’ สำหรับคุณคะ?” ฉันถามพลางหยิบการ์ดพลังระดับ Common ขึ้นมาหมุนเล่นระหว่างนิ้วเรียว
ชายผู้นั้นอึกอัก “กะ...ก็ต้องเป็นพลังโจมตีที่รุนแรงที่สุดสิครับ ถ้าเราฆ่ามอนสเตอร์ได้ก่อน ทุกอย่างก็จบ”
“ผิดค่ะ” ฉันตอบทันทีโดยไม่เสียเวลาคิด “ในกิลด์ของฉัน ‘ความถูกต้อง’ คือการรักษาทรัพยากรที่มีค่าที่สุดไว้ นั่นคือชีวิตของเพื่อนร่วมทีม หากคุณมองว่าพวกเขาเป็นเพียงเกราะกำบัง การ์ดใบไหนในมือคุณก็ไร้ความหมาย”
ฉันดีดนิ้วหนึ่งครั้ง การ์ดใบนั้นเรืองแสงสีทองวาบขึ้นก่อนจะแตกสลายกลายเป็นละอองทรายกระจายไปทั่วห้อง ผู้สมัครคนนั้นสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ
การคัดเลือกดำเนินไปอย่างเชือดเฉือน ฉันไม่ได้มองหาฮันเตอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดในระดับแรงค์ แต่ฉันมองหา ‘ตัวหมาก’ ที่มีจิตวิญญาณสอดประสานกับระบบที่ฉันวางไว้ กิลด์เก่าของฉันล่มสลายเพราะความโลภและการทรยศหักหลัง ฉันจะไม่ยอมให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นกับ ‘พันธมิตร’ ที่ฉันเป็นคนสร้างขึ้นมาเองเด็ดขาด
จนกระทั่งถึงผู้สมัครคนสุดท้าย... หญิงสาวร่างเล็กที่ดูเงียบเชียบ เธอไม่ได้พกอาวุธหนักเหมือนคนอื่น แต่ที่เอวของเธอมีซองใส่การ์ดที่ถูกถนอมไว้อย่างดีจนเกือบจะเก่าเกินไป
“ทำไมถึงอยากร่วมกิลด์กับฉัน?” ฉันถามขณะที่เซนส่งข้อมูลโปรไฟล์ของเธอขึ้นมาบนหน้าจอโฮโลแกรมส่วนตัวที่มองเห็นแค่ฉันคนเดียว
‘เอเลน่า... ฮันเตอร์อิสระที่เคยอยู่ในกิลด์ระดับล่าง เธอไม่เคยถูกจดจำ แต่สถิติการเอาตัวรอดในดันเจี้ยนระดับ S สูงถึง 98%’ เซนรายงานด้วยน้ำเสียงที่แสดงความทึ่งเล็กน้อย
เอเลน่าเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอนิ่งสนิทจนน่ากลัว “เพราะฉันเบื่อการถูกสั่งให้ตายเพื่อผลประโยชน์ของคนอื่น ฉันอยากเห็นว่า... การ์ดของลิซ่า จะสามารถเปลี่ยนกฎเกณฑ์ของโลกที่เน่าเฟะนี้ได้จริงอย่างที่พูดหรือไม่”
คำพูดของเธอทำเอาบรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที มันไม่ใช่คำขอร้อง แต่เป็นการท้าทาย
ฉันเดินเข้าไปใกล้เธอจนได้กลิ่นหอมจางๆ ของกระดาษเก่าจากซองการ์ดของเธอ “ถ้าอย่างนั้น ลองใช้การ์ดใบที่เด็ดที่สุดของคุณพิสูจน์ให้ฉันเห็นสิคะ... แต่บอกไว้ก่อนนะ ถ้ามันทำได้แค่สร้างรอยขีดข่วนบนพื้นห้อง ฉันจะส่งคุณกลับบ้านทันที”
เอเลน่าไม่ตอบโต้ เธอหยิบการ์ดใบหนึ่งออกมา ทันใดนั้น เงารอบตัวเธอก็เริ่มบิดเบี้ยว อุณหภูมิในห้องลดต่ำลงอย่างรวดเร็วจนเกิดเป็นเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามผนัง นี่มันไม่ใช่พลังพื้นฐานของฮันเตอร์ทั่วไป นี่มันคือพลังของการ์ดระดับสูงที่ถูกผนึกไว้ด้วยเจตจำนงของเจ้าของ
ขณะที่ฉันกำลังจะตัดสินใจรับเธอนั้นเอง ประตูบานใหญ่ของสำนักงานก็ถูกกระแทกจนพังกระจุย!
ฝุ่นควันที่ตลบอบอวลค่อยๆ จางลง เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งของชายในชุดสูทสีดำสนิทที่ดูคุ้นตา เขาก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจฉันเต้นผิดจังหวะ
“ขอโทษที่มาขัดจังหวะการคัดเลือกอันแสนสนุกนะคะท่านผู้สืบทอด...” ชายคนนั้นกล่าวพลางวางกล่องเหล็กกล้าใบหนึ่งลงบนโต๊ะกลางห้อง “แต่ดูเหมือนว่า ‘จักรพรรดิเงา’ จะฝากข้อความมาบอกว่า การ์ดใบสุดท้ายที่คุณตามหา... อยู่ในมือของคนทรยศที่ยืนอยู่ข้างๆ คุณนี่เอง”
เขามองตรงมาที่เซน... และเซนก็ทำเพียงแค่นิ่งเงียบ โดยที่มือของเขาค่อยๆ เลื่อนลงไปแตะที่ด้ามอาวุธข้างเอวอย่างเชื่องช้า
การ์ดมาสเตอร์ลิซ่าขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามการหักหลังที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดนี้ด้วยกันนะคะ!
Deck of Gods: สุ่มการ์ดเทวาพลิกจักรวาลไร้พ่าย•ตอนที่ 14
รับสมัครสมาชิก
ผลงานโดย การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (การ์ดมาสเตอร์ลิซ่า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Deck of Gods: สุ่มการ์ดเทวาพลิกจักรวาลไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!