เสียงหัวsาะเยาะหยันดังสะท้อนก้องไปทั่วเขตปลอดภัยของมหานครเซเลสเทียล บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยสายตากดูแคลนและเสียงซุบซิบนินทาของผู้เล่นนับร้อยคนที่ยืนล้อมวงเข้ามา
“ฮ่าๆๆ! นี่น่ะหรือไอ้เศษสวะที่บังอาจลบกิลด์อัสนีทมิฬออกจากระบบ? หน้าตาดูไม่ได้เรื่องแถมยังแต่งตัวด้วยชุดเริ่มต้นกระจอกๆ แบบนั้น แกใช้บั๊กอะไรโกงระบบกันแน่ไอ้หนู?”
วาลคิรี (Valkyrie) หัวหน้ากิลด์ ‘โลหิตอสูร’ กิลด์ใหญ่อันดับต้นๆ ของเซิร์ฟเวอร์ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยท่าทางหยيผยอง เขาใช้ปลายดาบใหญ่เขี่ยที่พื้นตรงหน้าของคิล์เป็นการแสดงความดูหมิ่นเหยียดหยามอย่างถึงที่สุด ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความโลภและความเย่อหยิ่ง เพราะข่าวลือเรื่องการได้ครอบครอง ‘ดันเจี้ยนพันมิติชั้นที่ 1’ ทำให้เขาหมายตาที่จะรีดไถความลับนั้นมาเป็นของตน
รอบตัวของวาลคิรีมีสมาชิกหัวกะทิของกิลด์นับสิบคนยืนปิดล้อมทุกเส้นทางหนี พวกมันต่างส่งเสียงหัวเราะรื่นเริงราวกับกำลังชมการแสดงละครสัตว์ที่น่าขบขัน
คิล์ยังคงยืนสงบนิ่ง ดวงตาภายใต้ฮู้ดสีดำสนิทไม่ได้สะท้อนความหวาดกลัวหรือโกรธเกรี้ยวออกมาเลยแม้แต่น้อย เขากำลังยกถ้วยชาอุ่นๆ ขึ้นจิบรสชาติราวกับว่ารอบกายของเขาไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ น่ารำคาญยืนอยู่เลยสักคน
ลูเซียน่า อัศวินสาวผู้ติดตามที่ยืนเคียงข้าง ขยับดาบในมือเบาๆ เสียงเหล็กกระทบฝักดังขึ้นเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวหนาวเยือกขึ้นมาทันตา เธอก้าวขึ้นมาบังหน้าคิล์ครึ่งก้าว สายตาคมกริบราวกับใบมีดจ้องมองวาลคิรีด้วยจิตสังหารที่ไม่อาจปิดบัง
“ถอยปากสกปรกของแกไปซะ ก่อนที่ศีรษะของแกจะหลุดจากบ่า” เสียงหวานใสแต่ทรงพลังเอื้อนเอ่ยด้วยความเย็นชา
วาลคิรีแค่นหัวเราะเสียงดังลั่น “โอ้โห! มีแม่นางอัศวินตกอับคอยปกป้องด้วย น่าอิจฉาเสียจริงนะไอ้หนู! คิดว่ามีคนฝีมือดีคอยคุ้มครองแล้วจะกร่างในเขตปลอดภัยได้งั้นรึ? แกจำใส่กะโหลกไว้ซะ ที่นี่คืออาณาเขตของกิลด์โลหิตอสูร ต่อให้แกจะมีเส้นสายหรือดวงดีแค่ไหน แกก็เป็นได้แค่ฝุ่นผงใต้รองเท้าของฉัน—”
*พรึบ.*
คำพูดของวาลคิรีขาดหายไปในลำคอ
คิล์ค่อยๆ วางถ้วยชาในมือลงบนโต๊ะไม้ข้างกายอย่างแผ่วเบา เสียงกระทบเบาๆ นั้นกลับดังชัดเจนก้องอยู่ในโสตประสาทของทุกคนในรัศมีร้อยเมตร
ไม่มีการร่ายคาถา ไม่มีวงเวียนเวทมนตร์อลังการ ไม่มีแม้แต่การขยับริมฝีปากเพื่อท่องบทสวด
มีเพียง ‘ความว่างเปล่า’ ที่แผ่ขยายออกไปจากร่างของคิล์ในชั่วพริบตา
*ตู้มมมมม—!*
เวทมนตร์ระดับศูนย์—คาถาพื้นฐานที่สุดที่เด็กฝึกหัดในโรงเรียนเวทมนตร์ยังเมินหน้าหนี แต่ในมือของจอมเวทไร้นาม มันถูกยกระดับด้วยพลังจิตและค่าสถานะที่เหนือขีดจำกัดจนกลายเป็นคลื่นกระแทกสุญญากาศสีดำสนิท
ลูกน้องระดับแนวหน้าของกิลด์โลหิตอสูรทั้งสิบคน ไม่ทันได้แม้แต่จะยกโล่ขึ้นป้องกัน ร่างของพวกเขาก็ถูกแรงดันอากาศมหาศาลบดขยี้จนแหลกสลายกลายเป็นละอองแสงสีขาวกระจายหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย เสียงกรีดร้องยังไม่ทันหลุดออกจากปาก ความตายก็มาเยือนเสียแล้ว
พื้นหินแกรนิตหนาเตอะของเขตปลอดภัยแตกละเอียดเป็นหลุมลึกรูปวงกลมรัศมีกว่าสิบเมตร แรงสั่นสะเทือนรุนแรงจนผู้เล่นรอบข้างล้มกลิ้งไม่เป็นท่า
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ทันที เสียงหัวเราะเยาะเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจที่ติดขัดและความหวาดกลัวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ
วาลคิรีหน้าซีดเผือด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้า ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงจนแทบถล่น ขาทั้งสองข้างสั่นเทาจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ดาบใหญ่ในมือร่วงหล่นกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น
เขาหันกลับมามองชายหนุ่มชุดคลุมสีดำที่ยังคงยืนอยู่ ณ จุดเดิมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—จากความดูถูกเหยียดหยาม กลายเป็นความหวาดกลัวสุดขีดราวกับกำลังจ้องมองมัจจุราช
“แก... แกเป็นใครกันแน่...?” วาลคิรีเค้นเสียงสั่นเครือถามออกมาได้อย่างยากลำบาก ลำคอตีบตันราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบเอาไว้
คิล์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นดวงตาสีครามเข้มที่นิ่งสนิทไร้ก้นบึ้ง เขาย่างสามขุมเข้าไปใกล้วาลคิรีทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่ละก้าวที่เหยียบลงไปสร้างแรงกดดันมหาศาลจนวาลคิรีต้องถอยหลังกรูดด้วยความตื่นตระหนก
“เมื่อครู่... แกบอกว่าฉันเป็นอะไรนะ?” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามอย่างสุภาพ แต่กลับเยือกเย็นเสียยิ่งกว่าลมหนาวในขั้วโลก
“ฉัน... ฉันขอโทษ... ได้โปรดไว้ชี—”
วาลคิรีทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ยกมือขึ้นพนมขอร้องอ้อนวอนอย่างน่าสมเพช ศักดิ์ศรีของหัวหน้ากิลด์ใหญ่ถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดีต่อหน้าผู้เล่นนับร้อยที่กำลังยืนอ้าปากค้าง
ทว่า คิล์ไม่ได้สนใจคำขอร้องนั้นแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวยาวถูกยกขึ้นชี้ตรงหน้าผากของอีกฝ่าย
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หน้าต่างแจ้งเตือนระบบสีแดงฉานนับสิบบานก็ดีดเด้งขึ้นกลางอากาศต่อหน้าผู้เล่นทุกคนในเซิร์ฟเวอร์
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบการละเมิดสิทธิ์เขตปลอดภัยโดยผู้เล่น 'คิล์']
[ระบบทำการตรวจสอบอำนาจพิเศษ... ผ่าน]
[สิทธิ์ขาดระดับพระเจ้า: อนุญาตให้ผู้เล่น 'คิล์' สามารถประหารชีวิตเป้าหมายได้ทันทีโดยไม่มีบทลงโทษใดๆ]
[คำเตือน: ผู้เล่น 'วาลคิรี' ถูกบันทึกชื่อลงในบัญชีดำถาวร และกำลังจะถูกลบออกจากเซิร์ฟเวอร์ใน...]
“ลาก่อนครับ” คิล์กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
แสงสีดำสนิทพุ่งทะลวงร่างของวาลคิรีในพริบตา ร่างกายของหัวหน้ากิลด์ใหญ่สลายกลายเป็นฝุ่นผงสีดำปลิวหายไปกับสายลม ทิ้งไว้เพียงไอเทมระดับตำนานชิ้นหนึ่งที่ตกกระทบพื้นเสียงดังเคร้ง
ท่ามกลางความเงียบงันและสายตานับร้อยคู่ที่มองมาอย่างตะลึงพรเพริด ลูเซียน่าก้าวเข้าไปเก็บไอเทมนั้นขึ้นมาด้วยความเคารพ ก่อนจะหันไปมองกลุ่มผู้เล่นรอบข้างที่ถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว
ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าเหตุการณ์สงบลงแล้ว เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งทวีป พร้อมกับเงาดำขนาดมหึมาที่บินผ่านม่านฟ้าลงมาจอดสนิทอยู่เบื้องหน้าของคิล์
ประตูเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวหรูหราเปิดออก พร้อมกับร่างของหญิงสาวปริศนาในชุดสูทสีขาวสะอาดตา ก้าวลงมาพร้อมกับรอยยิ้มเย้ายวน เธอก้มโค้งคำนับให้คิล์อย่างนอบน้อมก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของทุกคนต้องสะดุด
“ท่านประธานครับ... ทางสภาผู้บริหารสูงสุดของเกมอนุมัติคำร้องขอซื้อกิจการเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดเรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้... ท่านต้องการให้เราเริ่มต้นกวาดล้างกิลด์ไหนเป็นลำดับถัดไปดีครับ?”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปพร้อมกับความสะใจในครั้งนี้นะครับ
เซียนเกมไร้พ่ายกับเทพีผู้ภักดีในดันเจี้ยนพันมิติ•ตอนที่ 2
การดูถูกที่ต้องชำระ
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมไร้พ่ายกับเทพีผู้ภักดีในดันเจี้ยนพันมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
